สภาประท้วงวุ่น รอมฎอน ขึ้นภาพ ‘ทักษิณ’ ระหว่างอภิปรายนโยบายแก้ปัญหาชายแดนใต้ ตั้งโจทย์ใหญ่ 19 ต.ค.นี้ นายกฯจะต่อประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือไม่ สส.เพื่อไทย-ปชน.ซัดกันเดือด
เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 12 ก.ย.2567 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาร่วมกันของรัฐสภา เพื่อพิจารณาการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) อภิปรายว่า ความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาระดับชาติ ถือว่าเป็นมรดกที่ตกทอดมาสู่รุ่นเรา และเราผ่านมาแล้ว 8 นายกรัฐมนตรี ซึ่งน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ จะต้องรับมือและรับภาระในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในการสร้างสันติภาพ
นายรอมฎอน กล่าวต่อว่า เมื่อ 1 ปีที่แล้ว มีการแถลงรัฐบาลผสมพันธุ์ข้ามขั้วของนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ ตอนนั้นตนโกรธมากเพราะไม่มีการระบุถึงจังหวัดชายแดนภาคใต้ตรงๆ ในนโยบาย ตนได้ประเมินว่ารัฐบาลของนายเศรษฐาจะไม่แยแสกับปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้
แต่ในรัฐบาลน.ส.แพทองธาร เขียนเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประโยคเดียวที่มีความหมายอย่างยิ่ง เพราะวางอยู่ในส่วนหนึ่งของนโยบายการพัฒนาการเมืองในระบอบประชาธิปไตย และวางอยู่ในประเด็นการจัดทำรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย ใกล้กับฟื้นฟูหลักนิติธรรมที่เข้มแข็ง และปฏิรูประบบราชการและกองทัพ
นายรอมฎอน กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม 1 ปีที่สูญเปล่ากับการบริหารของรัฐบาลนายเศรษฐา ที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มีหลายเรื่องต้องทบทวน ท่านลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และพบกับนายกฯมาเลเซียหลายครั้ง แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีสาระสำคัญอะไรมาก
ทำให้นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ในฐานะสส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย (พท.) ลุกประท้วงว่า ตอนนี้เราอภิปรายนโยบายของน.ส.แพทองธาร แต่กลับยกเอาเรื่องเก่าใน 1 ปีที่ผ่านมามาพูด ซึ่งอดีตนายกฯ ไม่ได้อยู่ในห้องประชุมนี้ที่จะมาปกป้องตัวเองได้ กรณีนี้ตนมองว่าเป็นการเสียดสี ทั้งนี้ หากอภิปรายในลักษณะกล่าวว่ารัฐบาลทำผิดหรือทำไม่ถูก ขอให้รอการอภิปรายรัฐบาลในมาตรา 151 เรายังมีอีกหนึ่งเวที แต่ขณะนี้ขอให้อยู่ในกรอบ
ทำให้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ในฐานะประธานที่ประชุม วินิจฉัยว่า ขอให้นายรอมฎอน อภิปรายที่ไม่พาดพิงหรือเอ่ยถึงชื่อบุคคลภายนอก ขอให้ระมัดระวังในประเด็นดังกล่าวด้วย
จากนั้นนายรอมฎอน อภิปรายต่อว่า เรื่องที่น.ส.แพทองธาร ต้องเรียนรู้ ถ้านายกฯ ไม่แสดงเจตจำนงที่ชัดเจนและแน่วแน่มั่นคงในการแก้ไขปัญหาและสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สัญญาณมาแล้วว่าแนวโน้มความรุนแรงกำลังหวนคืนมา นายกฯ ต้องแสดงเจตจำนงที่ชัดเจนว่าจะแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ได้เสียที ผ่านมาแล้ว 20 ปี จะต้องพลิกแกนแก้ปัญหาให้กระบวนการสันติภาพเป็นแนวทางการเมืองหลัก
ถ้าปล่อยปละละเลยเอาไว้ แนวทางและมุมมองแบบความมั่นคงก็ยังเป็นการครอบงำหน่วยงานราชการ การแก้ไขปัญหาของภาครัฐต่อซึ่งไม่น่าจะเป็นประโยชน์และเราก็ค้างอยู่ที่ปัญหาจนถึงปัจจุบันนี้
นายรอมฎอน อภิปรายต่อว่า เรื่องที่นายกฯ ต้องตัดสินใจคือในวันที่ 19 ต.ค.นี้ เป็นวันสุดท้ายของการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงจะเป็นครั้งที่ 77 นับต่อเนื่องมาจากรัฐบาลของนายทักษิณ ชินวัตร ที่มีการฉุกเฉินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ท่านต้องตัดสินใจว่าครั้งที่ 78 มติครม.จะเอาอย่างไร ที่สำคัญคือท่านอาจจะต้องทบทวนกฎหมายด้านความมั่นคงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต่อให้นายเศรษฐา ปัดตกไปแล้ว พวกตนก็พร้อมเสนอเข้าต่อ
ทำให้นายธีระชัย แสนแก้ว สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า วันนี้น.ส.แพทองธาร ได้เข้ามาแถลงนโยบายรัฐบาล จึงอยากให้ประธานสภาฯ วินิจฉัยขอให้ผู้อภิปรายเลิกพูดถึงบุคคลอื่นที่เขาไม่มีโอกาสเข้ามาตอบโต้ที่นี่ เขาเป็นพ่อเป็นลูกกันจะให้เขาขาดพ่อขาดลูกกันหรือ
จากนั้น นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ขอให้ผู้อภิปราย พยายามพูดถึงนโยบายปัจจุบันของรัฐบาล และอย่าเอ่ยถึงบุคคลในอดีต ทำให้นายรอมฎอน กล่าวว่า ที่ตนต้องเอ่ยขึ้นมา เนื่องจากตนจะชื่นชมและถือว่าเป็นบทเรียนของน.ส.แพทองธาร ที่จะต้องเก็บรับ เป็นภาระหนักอึ้งที่ท่านต้องตัดสินใจ
ระหว่างนี้นายรอมฎอม ขึ้นสไลด์ที่มีหน้าของนายทักษิณ ทำให้นายธีระชัย ลุกขึ้นประท้วงอีกครั้งว่า ภาพในสไลด์ผู้อภิปรายได้ขออนุญาตประธานสภาฯ แล้วหรือไม่ หากนายรอมฎอน ยังเอาภาพนี้ขึ้นตนก็จะยืนประท้วงอยู่เช่นนี้ 3 วัน 3 คืนก็ได้ นายทักษิณ เป็นอดีตนายกฯ
ทำให้นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ตนขอดูภาพเมื่อสักครู่ว่าเป็นภาพอะไร เมื่อฝ่ายโสตเปิดรูปภาพของนายรอมฎอนแล้ว นายวันมูหะมัดนอร์ จึงวินิจฉัยว่าเป็นภาพที่ไม่ควรใช้ นายรอมฎอน จึงกล่าวว่า ตนขอหาทางออกคือให้ตัดภาพนั้น แล้วสลับไปที่หน้าสุดท้าย
ทำให้นายวันมูหะมัดนอร์ ชี้แจงว่า ไม่ใช่หน้าสุดท้ายแต่หน้าไหนก็ไม่ได้ เนื่องจากเป็นบุคคลภายนอก ตนขอเตือน บรรยากาศการประชุมในวันนี้เป็นไปได้ด้วยดีแล้ว หากมีข้อบังคับอะไรที่ผิดไปตนก็ไม่อยากให้นำมาใช้ ฉะนั้น จึงขอให้นำออกไปเลย เนื่องจากมีภาพของอดีตนายกฯ ซึ่งไม่ได้อยู่ในห้องประชุม จึงไม่ควรมีภาพของท่าน
จากนั้นนายรอมฎอน จึงอภิปรายต่อว่า ตนแค่อยากพูดถึงเฉยๆ ว่า การขอโทษและขออภัยต่อชาวตากใบเมื่อ 2 ปีที่แล้วสำคัญมากเพราะตอนนั้นเหลืออายุความของคดีอีก 2 ปี และถือว่าเป็นคำขอโทษของอดีตผู้นำประเทศนี้
นายวันมูหะมัดนอร์ จึงรีบชี้แจงก่อนว่า ตนเข้าใจดี แต่เดี๋ยวจะนำไปสู่การประท้วงอีก เพราะอดีตผู้นำที่พูดถึงนั้นเป็นเรื่องของอดีตไปแล้ว วันนี้เราพูดถึงนโยบายที่รัฐบาลนี้จะปฏิบัติต่อ ฉะนั้น จึงไม่ควรกล่าวถึง และตนพยายามอะลุ่มอล่วยแล้ว หากจะพาดพิง ก็ขอให้พาดพิงถึงความสามารถของรัฐบาล เพราะเรื่องที่พูดก็รู้ๆ กัน ย้ำว่าตนไม่อนุญาตที่จะให้พูดถึงบุคคลที่เป็นอดีต หากสมาชิกทำผิดข้อบังคับ ประธานสภาฯ ก็ต้องรับผิดชอบด้วย
ทำให้นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน จะลุกขึ้นประท้วง แต่นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แทรกขึ้นก่อนว่า เมื่อประธานมีข้อวินิจฉัยแล้วก็ ถือว่าเป็นที่สิ้นสุด จะมาอ้างเช่นนั้นเช่นนี้ไม่ได้ ไม่เช่นนั้นจะประชุมต่อไปได้อย่างไร ในเมื่อวินิจฉัยแล้วก็ต้องรับฟังเราเชื่อมั่นในตัวท่านประธานคำวินิจฉัยถือว่าเป็นที่เด็ดขาด
นายณัฐวุฒิ จึงประท้วงอีกครั้งว่า ตนไม่ได้ไม่เคารพในคำวินิจฉัยของประธาน และนายรอมฎอน ได้ระบุแล้วว่าให้เลื่อนไปสไลด์สุดท้าย และไม่ได้พูดถึงหรือกล่าวถึงหรือขึ้นภาพอีกแล้ว เพียงแต่ตนต้องประท้วงเพราะจะเป็นบรรทัดฐานในการทำหน้าที่ต่อไปคือ เรื่องภาพ ตนขอยืนยันว่าได้ส่งให้ฝ่ายโสตได้พิจารณาแล้ว แต่ถ้าท่าน ใช้เกณฑ์ว่ามีบุคคลภายนอกจะไม่ให้มีการนำเสนอ ตนคิดว่าประธานก็ต้องใช้เกณฑ์เดียวกันว่าจะไม่ให้มีภาพบุคคลภายนอกไม่ว่าฝ่ายใดเลยใช่หรือไม่
ทำให้นายวันมูหะมัดนอร์ ชี้แจงว่า บุคคลภายนอกถ้าหากไม่เกิดความเสียหาย ตนก็อนุญาตให้ได้ แต่ถ้ามีผู้ประท้วงก็จะเกิดความเสียหาย ขอวินิจฉัยว่าให้นายรอมฎอน อภิปรายต่อ โดยไม่นำภาพที่เกิดความเสียหายกับบุคคลภายนอก
นายรอมฎอน อภิปรายต่อว่า คดีตากใบผ่านมา 20 กว่าปีแล้ว ประชาชนที่ต้องสูญเสียในวันนั้นยื่นฟ้องต่อเจ้าหน้าที่ และมีการประทับรับฟ้อง โดยจำเลยหนึ่งในนั้นคือเพื่อนสมาชิกของเราด้วย ซึ่งทราบว่าศาลได้ออกหมายจับจำเลย 6 คน แล้วจะทำหนังสือเฉพาะจำเลยที่หนึ่งมาทางประธานสภาฯ เพื่อขอจับกุมและทำตามหมายเรียก
“ผมอยากเห็นการแสดงความกล้าหาญทางการเมืองของนายกฯ และรัฐบาลชุดนี้ให้มาคลายปมปัญหา แสดงจุดยืนว่าวัฒนธรรมลอยนวลคนผิดนั้น จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก
ถ้านายกฯ ต้องการแสดงจุดยืน ขอให้ท่านโน้มน้าวใจ แนะนำเพื่อนสมาชิกของเราให้เดินทางไปที่ศาลในนัดครั้งต่อไปวันที่ 15 ต.ค. ประชาชนรอมา 20 ปี เราจะมาสร้างบรรทัดฐาน สร้างนิติธรรมที่เข้มแข็งด้วยกัน เราในฐานะฝ่ายค้านยินดีทำงานร่วมกับท่าน เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประเทศนี้ ฉะนั้นจึงขอคำตอบและคำยืนยันจากนายกฯ” นายรอมฎอน กล่าว