“ณัฐวุฒิ” ยัน พรรคประชาชน เสนอแก้รธน. ไม่เอื้อประโยชน์ใคร เผย 44 สส. ไม่ได้ร่วมลงชื่อ คุยสว.บางส่วนขอเสียงหนุนแล้ว รอวิป 3 ฝ่ายถกกรอบเวลาอภิปราย

เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2567 ที่รัฐสภา นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นมาตรฐานจริยธรรมนักการเมือง ที่ทั้งพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทยได้ยื่นร่างดังกล่าว เพื่อเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมรัฐสภา ว่า ขณะนี้ปัญหาจริยธรรมที่ถูกตีความขยายไปเกินกว่าเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรือสิ่งที่ประชาชนคาดหวังอยากให้เป็น เช่น เรื่องทุจริตคอร์รัปชัน ทุกพรรคเห็นตรงกันว่ายอมรับไม่ได้

แต่เมื่อมีประเด็นรายละเอียดต่างๆ กลับเป็นการเปิดช่องให้องค์กรอิสระพิจารณาตีความขยายเกินกว่าเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นอันตรายต่อการพัฒนาระบอบสถาบันการเมือง และการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย ดังนั้น หากมีการแก้รัฐธรรมนูญอย่างเดียว ไม่แก้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) เกี่ยวกับกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริตก็จะไม่สมบูรณ์แบบ

ภายในสัปดาห์นี้ประธานรัฐสภาจะนัดหมายวิป 3 ฝ่าย เพื่อกำหนดกรอบเวลาในการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งพรรคประชาชนเสนอไว้ทั้งหมด 4 ร่าง เนื้อหาสาระเชิงหลักการแตกต่างกัน แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกัน น่าจะพิจารณารวมกันได้แต่แยกลงมติรายฉบับ

ทั้งนี้ พรรคประชาชนอยากได้เวลาเต็มที่ในการประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา เพราะเป็นเรื่องสำคัญ หากใช้เวลาเพียง 1 วันต้องรอดูว่าจะให้แล้วเสร็จเมื่อใด แต่หากตึงไป อาจจะขอเป็น 2 วัน ซึ่งหากใช้เวลาเต็มที่พิจารณาสาระรายละเอียดได้มากพอสมควรก็จะได้ประโยชน์มากกว่า

เมื่อถามถึงข้อกล่าวหาการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องมาตรฐานจริยธรรม เป็นไปเพื่อประโยชน์ทางการเมืองและพวกพ้อง นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ร่างของพรรคประชาชนที่เสนอนั้น สมาชิกที่เข้าชื่อไม่ใช่คนที่ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับคดีจริยธรรม สส. 44 คน อดีตพรรคก้าวไกล ไม่ได้ร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว เพราะมีเจตจำนงที่จะนำไปสู่การทบทวนรัฐธรรมนูญในหมวดนี้อย่างแท้จริง ไม่ได้ต้องการเอื้อประโยชน์ต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

การแก้ไขในหมวดจริยธรรมและหมวดที่เกี่ยวข้องไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของใคร แต่เพื่อประโยชน์ความมั่นคงทางสถาบันการเมือง เพราะระบบการตรวจสอบที่สำคัญที่สุด คือ การตรวจสอบจากประชาชนที่เป็นผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง แม้แต่กรณีที่บุคคลจะหลงผิดไป แต่ละพรรคการเมืองก็มีกระบวนการตรวจสอบที่เข้มข้น ยืนยันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อความมั่นคงและความเหมาะสมทางสถาบันการเมืองและประโยชน์ต่อประชาชน

โดยจะอาศัยเวทีรัฐสภา อธิบายชี้แจงข้อสงสัยว่า ความต้องการแก้ไขหลักใหญ่ใจความ เพื่อต้องการทบทวนรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แต่เวลาของการแก้ทั้งฉบับเคลื่อนจากเวลาเดิมที่ตั้งใจไว้ เช่น พ.ร.บ.ประชามติ ที่เพิ่งผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาก็ล่าช้าในเชิงกระบวนการ และการทำประชามติครั้งแรกก็ยังไม่มั่นใจว่า จะเกิดขึ้นพร้อมกับการเลือกนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ในเดือนก.พ. ปี 68 หรือไม่

จึงมีความจำเป็นที่จะต้องยื่นแก้ไขรายมาตรา ซึ่งจริยธรรมเป็นแค่ส่วนหนึ่ง ยังมีเรื่องยุทธศาสตร์ชาติและโครงสร้างของสิ่งที่ตกค้างจากคำสั่งคสช.ที่ต้องการทบทวน และมีอีกหลายประเด็น อยากให้ประชาชนติดตามว่าสิ่งที่ทำทั้งหมดเป็นไปเพื่อคงสถาบันการเมืองที่เหมาะสมในระบอบประชาธิปไตย ไม่ได้เอื้อประโยชน์ต่อใครคนใดคนหนึ่งแน่นอน

ทั้งนี้ได้มีการหารือกับสมาชิกวุฒิสภาอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อขอเสียงสนับสนุนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งสว.ชุดนี้มีความหลากหลายมาก ต่างจากสว.ชุดก่อน จึงอาจไม่สามารถคุยทุกกลุ่มหรือทุกคนได้ แต่สิ่งสำคัญคือทำความเข้าใจต่อสาธารณะชน เพื่อยืนยันว่าการแก้ไขไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของใครหรือพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่เพื่อคงระบอบพรรคการเมืองที่เป็นหนึ่งในสถาบันหลักทางการเมือง

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าวุฒิสภาที่มาจากประชาชนต้องมีความเข้าใจเรื่องการเมือง และการตัดสินใจจะเป็นอิสระ ไม่ใช่การกดปุ่มชี้แบบใดแบบหนึ่ง จึงยังมั่นใจว่าถ้าเห็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งหมด ได้พิจารณาฟังเหตุและผลที่สมาชิกแต่ละคนนำเสนอ จะได้เสียงสนับสนุน 1 ใน 3 จาก สว.อย่างแน่นอน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน