จิราพร ลั่น สคบ.เอาผิดถึงที่สุด ถ้าร้านทอง ‘แม่ตั๊ก’ โฆษณาเกินจริง สั่งขยายผลตรวจรายอื่นด้วย พร้อมปกป้องผู้สียหาย เรียกเจ้าของร้านทองให้ข้อมูล 27 ก.ย.
เมื่อวันที่ 16.10 น. วันที่ 26 ก.ย.67 กลุ่มผู้เสียหายซื้อทองออนไลน์จาก แม่ตั๊ก-ป๋าเบียร์ เข้าพบ เพื่อขอความเป็นธรรมกับ น.ส.จิราพร สินธุไพร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)
ด้านน.ส.จิราพร กล่าวว่า สคบ.มีหน้าที่กำกับดูแลเรื่องสินค้าและบริการ กรณีของการซื้อทอง ที่พบว่านำทองไปขายที่อื่นแล้วไม่ได้ราคา และมีผู้มาร้องเรียนว่าได้รับความเสียหายจำนวนมาก สคบ.จึงตั้งคณะทำงาน และลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่ร้านทอง เพื่อตรวจฉลากและเก็บตัวอย่างทองไปตรวจ โดยส่งไปที่สถาบันอัญมณีว่าเป็นไปตามโฆษณาว่าเป็นทอง 99.99% หรือไม่ จะทราบผลภายใน 3 วันนี้ หากทราบผลแล้วไม่ตรงตามที่โฆษณา จะมีความผิด
“ขอให้ผู้เสียหายทุกคนมั่นใจว่า เราตรวจสอบเข้มข้น หากพบผิดไม่ละเว้น โดยสคบ.ทำงานร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อดูแลเรื่องการเยียวยาหรือคืนทอง และบังคับใช้กฎหมายให้รัดกุม ยืนยันว่า สคบ.ทำงานเต็มที่ และพร้อมดูแลทุกคน และเปิดพื้นที่รับฟังผู้เสียหายและประเด็นอื่นที่เกิดในโลกออนไลน์
น.ส.จิราพร กล่าวว่า นอกจากนี้จะตรวจสอบการขายสินค้าชนิดอื่นของแม่ค้าคนดังกล่าวด้วย เพราะ สคบ.ต้องดูเรื่องฉลากและการโฆษณาว่าถูกต้องตามกฏหมายหรือไม่ และอาจจะไม่ใช่ดูแค่รายนี้ ต้องดูรายอื่นที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย ขอให้ประชาชนที่เดือดร้อนมาร้องต่อ สคบ.ได้ และทาง สคบ.เชิญเจ้าของร้านมาให้ข้อมูลในวันที่ 27 ก.ย.นี้ รอการตอบรับกลับมา และในสัปดาห์หน้าจะเชิญผู้เสียหายมาให้ข้อมูลอีกครั้ง โดยสั่งการไปแล้วว่าให้เรื่องนี้จบเร็วที่สุด
“ไม่ต้องกลัว เพราะเรามีทั้ง ปคบ. ตำรวจ ยินดีที่จะดูแลคุ้มครองประชาชน หากพบว่ามีความผิด จะดำเนินการตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด และถึงที่สุด” น.ส.จิราพรกล่าว
ด้านตัวแทนกลุ่มผู้เสียหาย กล่าวว่า อยากให้ สคบ.ช่วยเข้ามากำกับดูแลการขายของออนไลน์ ทั้งเรื่องของการกำหนดราคา และน้ำหนักของทอง เนื่องจากคนที่ไปซื้อต้องการเก็บไว้เพื่อขายในอนาคต แต่กลับนำไปขายไม่ได้ รวมถึงให้ดูแลเรื่องการโฆษณาชวนเชื่อ เรื่องการออมทอง และการสร้างภาพลักษณ์ให้ประชาชนเชื่อถือ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีทำให้ประชาชนหลงเชื่อ เพราะผู้ซื้อบางคนก็อาจจะไม่ทันกับเทคโนโลยี ในระหว่างที่มีการขายออนไลน์ และขอฝากถึงประชาชนให้ป้องกันสิทธิ์ของตัวเอง ออกมาร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมให้กับตัวเอง เพื่อให้คนที่ทำความผิดหรือเอาเปรียบผู้บริโภค ควรต้องคืนสิทธิ์ให้กับประชาชน


