3 บิ๊กเพื่อไทย ประสานเสียง ไม่เคยคุย ‘กลุ่มสันติ-วราเทพ’ หลังสะพัด ทิ้งพลังประชารัฐ จ่อซบเพื่อไทย แต่รับมีความสัมพันธ์ดีตอนเป็นรัฐมนตรี
เมื่อเวลา 11.25 น. วันที่ 27 ก.ย.2567 ที่ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ปฏิเสธแสดงความเห็นถึงกระแสข่าว นายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และนายวราเทพ รัตนากร ผอ.พรรค จะยกพวก สส.พลังประชารัฐ ย้ายมาสังกัดพรรคเพื่อไทย โดยนายกฯ ได้แต่ยิ้ม และหัวเราะ แต่ไม่ได้ตอบคำถาม
ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวดังกล่าวว่า ยังไม่ทราบข้อเท็จจริง จึงไม่รู้ว่าจะสามารถเป็นได้หรือไม่ และขณะนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยอะไรกัน ที่ผ่านมาเคยทำงานร่วมกัน มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่ตอนนี้ยังไม่ได้คุยอะไรจึงไม่สามารถให้ข้อมูลอะไรได้
“ตอนนี้ยังไม่ได้คุยกัน ยังไม่ได้คุยจริงๆ ถ้าคุยแล้วจะรีบบอก ที่มีข่าวออกมาเราก็ยังไม่แน่ใจ” นายภูมิธรรม กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าถ้ามาอยู่พรรคเพื่อไทย พร้อมทำงานร่วมกันหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า อย่าเลยถ้า เอามาจริงๆ ก่อนแล้วค่อยว่ากัน เอาความเป็นจริง ถ้าเจอจริงก็สามารถดำเนินการได้
เมื่อถามว่าหากกลุ่มดังกล่าวมาจริง จะมาต้องขับออกตามขั้นตอนก่อนหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่ทราบ เป็นเรื่องของพรรคเขา
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวขอให้สัมภาษณ์จากเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ไม่ดีกว่าหรือ เนื่องจากตนไม่ได้ตามเรื่องนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่านายสันติ เคยมาเปรยหรือพูดคุยบ้างหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ยังไม่เคยและส่วนตัวก็ไม่เคยคุยกับนายสันติในเรื่องนี้
เมื่อถามว่าบุคคลที่เป็นข่าว จะมาอยู่กับพรรคเพื่อไทย จะทำได้หรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า ทุกคนสมัครเป็นสมาชิกพรรคได้อยู่แล้ว เป็นไปตามหลักการ
เมื่อถามย้ำว่าหากส.ส.กลุ่มเพชรบูรณ์ กับ กำแพงเพชร จะมาอยู่พรรคเพื่อไทย จะมีที่ว่างให้หรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ที่จริงคนที่มีความรู้ความสามารถทุกท่าน สามารถสมัครเป็นสมาชิกพรรคได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าในส่วนของสส. หากจะมาสังกัดพรรคเพื่อไทย จะต้องมาในรูปแบบเดียวกับกลุ่มของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด ขึ้นอยู่กับแต่ละพรรค ที่ต้องบริหารภายในเอง