“พริษฐ์” แนะ 2 แนวทาง มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทันเลือกตั้งปี 70 รับ 167 สว. เป็นอุปสรรค หวังฝ่ายค้าน-ฝ่ายรัฐบาล ผนึกกำลังกัน
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 1 ต.ค. 2567 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์กรณีนายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีแนวคิดตั้งคณะทำงานหารือแก้รัฐธรรมนูญ รวมถึงจะเชิญแกนนำทุกพรรคการเมืองหารือด้วย หลังสว. หักมติสส. ในร่างพ.ร.บ.ประชามติ ว่า ขั้นตอนต่อไปจะส่งกลับมายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อตั้งคณะกรรมาธิการร่วม 2 สภา
แต่ถ้า 2 สภามีความเห็นแตกต่างกัน ทางสภาผู้แทนราษฎรมีสิทธิ์ที่จะยืนยันร่างเดิมของตัวเองได้ แต่หากใช้สิทธิ์ดังกล่าวจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือน จะกระทบต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญตามที่รัฐบาลเคยวางแผนไว้เกี่ยวกับการทำประชามติ ซึ่งจะทำให้การทำประชามติครั้งแรกจาก 3 ครั้ง ไม่สามารถทำได้ในการเลือกตั้งท้องถิ่นเดือน ก.พ. 2568 และเป็นไปได้สูงมากๆ ที่จะไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) บังคับใช้ได้ทันในการเลือกตั้งทั่วไป ปี 2570 ตามที่รัฐบาลสัญญาไว้
ตนและพรรคประชาชนมองว่า มี 2 โจทย์สำคัญ คือ 1.หนทางเป็นไปได้มากที่สุดที่จะทำให้มีโอกาสมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ บังคับใช้ทันในการเลือกตั้งปี 70 คือการลดจำนวนประชามติจาก 3 ครั้งเป็น 2 ครั้ง ถ้าเป็นเช่นนั้นได้ ประธานรัฐสภาจะต้องบรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับส.ส.ร. ซึ่งตอนนี้มีทั้งร่างของพรรคก้าวไกลในอดีต และพรรคเพื่อไทย ที่ทางสภายังไม่บรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม
ดังนั้น หากประธานรัฐสภา บรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระก็จะสามารถเดินได้ตามโรดแม็ป แต่ส่วนตัวก็เข้าใจว่า ประธานรัฐสภากังวลว่าการบรรจุจะขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จึงขึ้นอยู่ที่ประธานรัฐสภาจะทบทวน เพราะเห็นว่าการบรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลเลย
2.ให้รัฐสภาเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราคู่ขนานกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มาตราไหนที่เป็นปัญหาให้เดินหน้าแก้ไขต่อ ซึ่งล่าสุดพรรคประชาชน เตรียมยื่นแก้ 7 แพ็กเกจ ตามที่ได้แถลงข่าวไว้ ซึ่ง 2 ส่วนสำคัญนี้ เป็นสิ่งที่พรรคประชาชนจะนำไปสื่อสารต่อสาธารณะ และนำไปหารือกับพรรคการเมืองอื่นด้วย
เมื่อถามถึงแนวคิดการตั้งคณะทำงานเพื่อหารือแก้ไขรัฐธรรมนูญของนายชูศักดิ์ นายพริษฐ์ กล่าวว่ายังไม่เห็นรายละเอียดของคณะทำงาน แต่เห็นว่าควรหาข้อสรุปโดยเร็ว และการพูดคุยกันเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์อยู่แล้ว
ซึ่งจุดยืนของตนและพรรคประชาชน เราชัดเจนมาตลอด ทั้งนี้ สามารถนำไปหารือกับพรรคการเมืองอื่นได้ ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร เพียงแต่ไม่อยากให้กรอบเวลาตรงนี้นานเกินไป เพราะถ้าไม่รีบหาทางออก โอกาสที่จะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทันการเลือกตั้งก็จะริบหรี่ลง
เมื่อถามกรณี สว. หักมติ สส. ประเมินว่าโอกาสในการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อตั้งส.ส.ร. จะสำเร็จหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า การแก้ไขเป็นรายมาตรา และการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ปฏิเสธไม่ได้ว่าสว.มีบทบาทสำคัญ เพราะรัฐธรรมนูญปี 2560 เขียนเอาไว้ว่า ถ้าจะปลดล็อกมีส.ส.ร. จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือรายมาตรา ไม่สามารถผ่านไปได้หากไม่ได้เสียงเห็นชอบ 1 ใน 3 ของสว.
เมื่อถามถึง 167 เสียงของ สว.ที่ผ่านวาระ 3 ร่างพ.ร.บ.ประชามติ ถือว่าเกิน 1 ใน 3 ซึ่งเป็นสว.ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า มีพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลัง จะเป็นอุปสรรคในการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ถ้า 167 เสียงที่โหวตกลับลำร่างพ.ร.บ.ประชามติ ตัดสินใจที่จะขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญในทุกเรื่อง ในเชิงสถิติตัวเลข จะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญมีอุปสรรคแน่นอน
แต่เราก็มีความหวังว่า จะได้รับความเห็นชอบจาก สว. ในจำนวนที่เพียงพอ เพื่อให้การดำเนินการ สามารถไปต่อได้ แม้ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะมีความแตกต่างในรายละเอียด แต่พรรคการเมืองในซีกรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทยและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยที่ออกมาย้ำหลายครั้งว่า เห็นด้วยที่จะมีส.ส.ร. เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
“จึงหวังว่าจะผนึกกำลัง ระหว่างฝ่ายค้านและรัฐบาล เพื่อให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เกิดขึ้นได้จริง และทำให้มีเสียงมากเพียงพอจากสว.” นายพริษฐ์ กล่าว
นายพริษฐ์ กล่าวด้วยว่า ในสัปดาห์นี้สภาผู้แทนราษฎรมีร่างกฎหมายสำคัญค้างการลงมติ คือ ร่างพ.ร.บ.สุราก้าวหน้า หวังว่าสภาฯ จะรับหลักการทุกร่าง และนำข้อแตกต่างในรายละเอียดบางประการไปถกเถียงในชั้นกรรมาธิการต่อไป
นอกจากนี้จะมีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า ที่พรรคก้าวไกลเคยเสนอ และมีร่างของ พรรครวมไทยสร้างชาติยื่นประกบเข้ามา ซึ่งมีหลายเรื่องที่สอดคล้องกัน จึงหวังจะเป็นกฎหมายอีก 1 ฉบับที่ฝ่ายค้านและรัฐบาลร่วมกันผลักดัน เพื่อปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ป้องกันการผูกขาดและมีการแข่งขันอย่างเสรีมากขึ้น เพราะเมื่อใดที่เศรษฐกิจมีการผูกขาดประชาชนจะได้รับผลกระทบ