นายกฯ สั่ง ขันน็อต ยกระดับความปลอดภัยทางถนน ย้ำบังคับใช้กฎหมายเข้ม กำชับ ขนส่ง สแกนรถติดก๊าซ กว่า 13,426 คัน สภาพไม่พร้อม ห้ามใช้งานเด็ดขาด
เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมเรื่องความปลอดภัยทางถนน โดยมีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข และหน่วยงานเกี่ยวข้อง เข้าร่วม
นายจิรายุ กล่าวว่า นายกฯ ระบุว่าเหตุการณ์เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา เป็นเหตุการณ์ที่น่าสลดใจ ทำให้รัฐบาลต้องกลับมามองทุกกรอบอีกครั้ง โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้เกิดความปลอดภัยทางถนน ซึ่งกฎหมายหลายฉบับไม่ทันสมัย ต้องมีการพูดคุยหารือเพื่อปรับแก้กฎหมาย ข้อบังคับใช้ต่างๆ ให้เข้ากับยุคสมัย
ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมาย ทั้งกระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพม. และกระทรวงศึกษาธิการ ต้องพูดคุยกันและมีข้อเสนอเกี่ยวกับรถบัส ควรแนะนำการใช้อุปกรณ์และทางออก เหมือนการโดยสารบนเครื่องบิน ส่วนโซเชียลนำเสนอเรื่องการแนะนำประตูทางออกฉุกเฉินที่ค่อนข้างดี จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาและดูตัวอย่างที่ประชาชนเสนอแนะมา ถือว่าได้ประโยชน์
อยากให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกัน โดยเฉพาะโครงการร่วมกับทางสหประชาชาติหรือยูเอ็น คือ Mr. Jean Todt ในนาม UN Special Envoy for Road Safety ที่จะเข้ามาทำกิจกรรมร่วมกันในช่วงเดือนพ.ย.นี้ และจะมีการประชาสัมพันธ์ให้ทั่วโลกได้เห็นถึงการคมนาคม การใช้รถใช้ถนน ระบบความปลอดภัย
การมีส่วนร่วมของภาคเอกชนที่จะมีการประชุมเชิงปฏิบัติการความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนกับภาครัฐ ผู้ประกอบการที่เป็นภาคเอกชน เพื่อบอกถึงปัญหาที่พบคืออะไร ต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลืออย่างไร หรือมองเห็นสิ่งที่จะพัฒนาร่วมกันได้อย่างไร
ที่ประชุมเห็นชอบการดำเนินการของกระทรวงคมนาคม ในการตั้งคณะกรรมการฯ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหายกระดับรถโดยสารสาธารณะอย่างเร่งด่วนภายใน 15 วัน
และมอบหมายกรมการขนส่งทางบกเรียกตรวจสอบสภาพรถโดยสารสาธารณะที่ติดตั้งก๊าซ NGV ทั้งหมด 13,426 คัน ประกอบด้วย รถบัสจ้างเหมา จำนวน 1,336 คัน รถบัสประจำทาง จำนวน 5,967 คัน และรถตู้-รถมินิบัส จำนวน 6,123 คัน
โดยนายกฯ เน้นย้ำว่า หากพบสภาพไม่พร้อมใช้งานให้สั่งห้ามการนำรถออกใช้งาน ถ้าพร้อมใช้งานให้ออกหนังสือรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยการตรวจสอบต้องตรวจสอบอย่างละเอียด คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ และให้ทุกหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ให้เร่งดำเนินการตรวจสอบสภาพรถ เพื่อสร้างความมั่นใจต่อประชาชน และสร้างความปลอดภัยต่อการใช้รถใช้ถนน