“วันนอร์” จ่อเช็กกล้องวงจรปิดสภา หาข้อเท็จจริง ปมบุคคลใส่ชุดขาวข้าราชการแอบอ้าง หาประโยชน์ ชี้ ไม่ถึงขั้นต้องยกระดับรักษาความปลอดภัย
เมื่อวันที่ 9 ต.ค. 2567 จากกรณีนายแทนคุณ จิตต์อิสระ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีบุคคลเป็นชายอายุ 41 ปี สวมใส่ชุดปกติขาว อ้างยศนาวาตรี และถ่ายรูปบริเวณป้ายสำนักประธานสภาฯ รวมถึงแอบอ้างว่าได้รับแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญจากสภา และมีการไปหลอกลวงบุคคลอื่นว่าสามารถฝากเข้ารับราชการได้นั้น
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า ตนเดินทางมาประชุมสมัชชารัฐสภาอาเซียนจึงยังไม่ได้รับรายงาน แต่หลังกลับไปคงต้องตรวจสอบว่ามีการแอบอ้างอย่างไร ซึ่งโดยปกติจะมีกล้องวงจรปิดอยู่แล้ว คงจะรู้ว่าเกิดขึ้นตอนไหน และจะต้องไปตรวจสอบในรายละเอียด
แต่ยอมรับว่า รัฐสภาไม่เหมือนกับทำเนียบรัฐบาลหรือหน่วยราชการอื่น เพราะเป็นที่ที่ประชาชนสามารถมาเยี่ยมชมและพบประธานสภาได้ เนื่องจากประธาน รองประธาน และสส. เป็นผู้แทนของปวงชน จึงต้องเปิดให้บุคคลภายนอกเข้ามาพบ เพื่อยื่นเรื่องราวร้องทุกข์ต่างๆ หรือเข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น จึงมีประชาชนมาพบสส.และกรรมาธิการเป็นจำนวนมาก ดังนั้น เราต้องระมัดระวังมากยิ่งขึ้น
“เรื่องการแอบอ้าง ผมก็ไม่ทราบว่าจะไปแอบอ้างเรื่องอะไร เนื่องจากสภาไม่ได้มีผลประโยชน์ แต่ก็ไม่ควรที่จะวางใจมาก ซึ่งมีกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับบุคคลหนึ่งใส่ชุดขาวมาที่สภา และอ้างกับตำรวจว่าลองสวมใส่ชุดขาวราชการดู ซึ่งทราบว่าบุคคลดังกล่าวถูกจับมาหลายครั้งแล้ว และเมื่อดูจากภาพ เดินอยู่หน้าห้องประธานหรือหน้าบัลลังก์ก็เข้าไม่ได้อยู่แล้ว
คงเป็นกรณีตอนเดินเข้ามาในสภา ซึ่งสภาคนเยอะและมีสส. 500 คน ก็ไม่ทราบว่าเป็นข้าราชการจากที่ไหนมาชี้แจง และกรณีนี้สภาตามมาพอสมควรแล้ว จนมาจับได้ที่สภา ซึ่งกรณีดังกล่าวอาจจะมาด้วยความไม่สุจริตหรือสติไม่ดี เพราะยากที่จะมีคนใส่ชุดขาวมาทำเช่นนี้” นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าว
นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า หลังจากนี้จะไปดูว่ามีสิ่งใดที่จะต้องกลับไปแก้ไข ในมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัย แต่การจะไปเข้มงวดการเข้า-ออกมากจนเกินไปก็จะกระทบกับประชาชนที่มาหาสส. แต่โดยปกติบางชั้นก็ไม่ได้อนุญาตให้ประชาชนเข้าไปแล้ว ยกเว้นมีการขอมาเป็นกรณีพิเศษและมีบัตรให้สามารถผ่านได้
ส่วนจะถึงขั้นยกระดับการรักษาความปลอดภัยหรือไม่นั้น นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ยังไม่ถึงขั้นนั้น แต่ก็ต้องไปปรึกษาหารือกันเรื่องการดูแลสถานที่และความปลอดภัยนั้น มอบหมายให้นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง ไปดูแล ก็ต้องไปพูดคุยกันเพื่อออกมาตรการ แต่จะเข้มงวดเหมือนสถานที่ราชการอื่นก็คงยาก เพราะรัฐสภาเป็นสถานที่ที่อยากให้ประชาชนแสดงความคิดเห็น