พิจิตร รองนายกฯประเสริฐ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยลุ่มแม่น้ำยม สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระบายน้ำ-ฟื้นฟูเยียวยาชุมชนน้ำท่วม กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ก่อนน้ำทะเลหนุนสูง
12 ต.ค. 67 – นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.)

พร้อมด้วยนางสาวสุณีย์ เหลืองวิจิตร ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ภูมิธรรม เวชยชัย และ ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) รวมทั้งผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ลงพื้นที่ บ้านเกาะสาลิกา หมู่ที่ 4 ตำบลรังนก อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำยม พร้อมให้กำลังใจประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบ โดยฟังรายงานสรุปสถานการณ์จาก นายอดิเทพ กมลเวชช์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พร้อมมอบนโยบายให้กับหัวหน้าส่วนราชการ

ทั้งนี้ยังได้มอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบอุทกภัย และลงเรือมอบถุงยังชีพให้กับชาวบ้านกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ บ้านเกาะสาริกา อ.สามง่าม จ.พิจิตร ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวถูกน้ำท่วมสูงเกือบ 2 เมตร และท่วมมาเป็นระยะเวลานานเกือบ 2 เดือน จนถึงปัจจุบันสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย มีระดับน้ำสูง ชาวบ้านหลายครอบครัวต้องอพยพมาปลูกเพิงพักพิงชั่วคราวบนถนน
สำหรับจังหวัดพิจิตรได้รับผลกระทบจากแม่น้ำยมเอ่อล้นตลิ่งตั้งแต่ปลายเดือนเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา จำนวน 5 อำเภอ ประกอบไปด้วยอำเภอสามง่าม โพธิ์ประทับช้าง บึงนาราง โพทะเล และอำเภอวชิรบารมี รวม 22 ตำบล 136 หมู่บ้าน มีบ้านเรือนที่พักอาศัยได้รับผลกระทบเดือดร้อน จำนวน 3,504 หลัง และมีพื้นที่การเกษตรนาข้าวและพืชไร่หลายพันไร่

นายประเสริฐ กล่าวว่า ตอนนี้เราอยู่ที่ตำบลสามง่าม ได้พบว่า น้ำได้ขังอยู่ร่วมระยะเวลาเกือบ 2 เดือน จากที่ดูแล้วใช้เวลาอีกไม่น้อยกว่า 1 เดือน ในการที่น้ำจะลดลง ทั้งนี้ได้คุยกับ ผู้ว่าฯพิจิตร กรมชลประธาน และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ขอให้เร่งการระบายน้ำหาวิธีช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้น้ำออกจากพื้นที่โดยเร็ว และก็ให้ดูในเรื่องของคันกั้นน้ำที่มีระดับต่ำ ถ้ามีความจำเป็นก็ให้เสริมให้มีระดับสูงขึ้น เพราะทราบมาว่า อีกไม่กี่วันน้ำทะเลจะหนุนสูงขึ้น ขณะนี้รัฐบาลมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนมาดูแลทั้งการแก้ไขปัญหาและการเยี่ยวยาให้กับพี่น้องประชาชน
อย่างไรก็ตาม พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบหลายครัวเรือนก็เดินทางมาให้กำลังใจ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีเองก็มีความห่วงใยและได้กำชับมาว่าขอให้เร่งแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน และในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินเร่งด่วนการแจ้งเตือนภัยก็เป็นสิ่งสำคัญให้พี่น้องประชาชนได้รับแจ้งก่อนเพื่อป้องกันภัยที่จะเกิดขึ้น

ส่วนเรื่องการวางแผนในแม่น้ำยมในระยะยาวตอนนี้ได้ตั้งอนุกรรมการเพื่อจะประชุมในสัปดาห์หน้าผมเองก็ได้มอบหมายให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติท่านเลขาธิการได้ดำเนินการโดยเร่งด่วนในการทำแผนระยะสั้นก่อนเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาตรงนี้ แม่น้ำยมเป็นแม่น้ำที่บางที่ ที่แม่น้ำไหลผ่านยังหน้าเป็นห่วง เพราะฉนั้นจะทำให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ตอนนี้กำลังเสนอพื้นที่หน่วงน้ำ ถ้าหลายปีก่อนคงจำได้บางระกำโมเดลรัฐบาลอาจจะเอาเข้ามาศึกษาแผนเดิมและแผนใหม่ที่จำทำเพราะฉนั้นเรื่องนี้ต้องป้องกัน
จากเหตุการดังกล่าวถนนบางพื้นที่ก็ได้รับความเสียหายพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนจะเร่งทำตรงนี้รัฐบาลตระหนักถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัยในหลายพื้นที่ และได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการช่วยเหลือและเยียวยาผลกระทบ เพื่อให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด การลงพื้นที่ในวันนี้ ได้รับทราบสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำยม และได้เห็นสภาพปัญหาความเดือดร้อนจากอุทกภัยที่เกิดขึ้น

ส่วนเรื่องการทบทวนเขื่อนแก่งเสือเต้นนั้น ด้าน ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวเพิ่มเติมว่า แก่งเสือเต้นเนี่ยได้ดำเนินการศึกษาไป 4 ปีแล้ว ในเรื่องของผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเมื่อครบ 4 ปีแล้ว ก็ต้องดำเนินการศึกษาใหม่ สิ่งที่ต้องดำเนินการในแม่น้ำยมไม่ว่าจะเป็นโครงการขนาดใหญ่ หรือพื้นที่แก้มลิงหน่วงน้ำก็สามารถดำเนินการได้ก่อนเลย ตามที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้ให้ข้อมูล
แต่โครงการขนาดใหญ่ต้องขอระยะเวลาการศึกษาของเรื่องผลกระทบในทุกด่านในทุกมิติ การระบายน้ำของแม่น้ำยม-น่าน จากประตูระบายน้ำคลอง 6 บาทเนี่ยเรามีการเพิ่มศักยภาพที่จะให้ระบายได้ 500 ลูกบาทศ์เมตรแต่วินาทีเลย จากเดิมที่ประมารฃณ 200 ลูกบาทศ์เมตรต่อวินาที อันนี้ก็จะลดในเรื่องของแม่น้ำยมที่จะไปผ่านสุโขทัย ที่จะลงมาทางพิจิตร ที่จะออกไปทางแม่น้ำน่าน ก็จะสามารช่วยได้ในระดับหนึ่ง