สว.จี้รัฐแก้ปัญหาแชร์ลูกโซ่-ดิไอคอน ‘จุลพันธ์’เตรียมอุดช่องโหว่ ขยายถึงแม่ข่ายกลาง-ล่าง เพิ่มโทษ ไม่ให้คดีหมดอายุความ เผย 18 บอส บางคนไม่ยื่นภาษี 3-5 ปี ยันไม่มีมวยล้ม เชื่อคลิปเสียงเทวดาถึงมือตำรวจแล้ว

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 21 ต.ค.2567 ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา โดยนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณากระทู้ถามด้วยวาจาของ น.ต.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สว. เรื่องการแก้ไขปัญหาขายตรงแบบแชร์ลูกโซ่ที่กระทบกับเศรษฐกิจ ว่า คดีของดิไอคอน กรุ๊ป พฤติกรรมไม่ได้แตกต่างไปจากแชร์สมัยก่อน

แต่กฎหมายที่ว่าด้วยเรื่องแชร์ลูกโซ่ของเรา ออกมาเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ไม่ทันยุคปัจจุบัน แม้มีการแก้ว่าให้มีสินค้าขายด้วย แต่ถึงเวลาก็ไม่มีสินค้า หรือมีก็ไม่มีคุณภาพ มีแล้วขายไม่ได้ คนขายไม่ได้ตั้งใจจะขาย แต่จะเอาดาวไลน์มาแทน

“สิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ว่าบอสทั้งหลายโดนจับไปแล้วจะจบ เพราะยังมีอีกหลายบอสในคดีดิไอคอน และคดีอื่นๆ ที่กำลังดำเนินการอยู่ โดยมีคนมาเล่าเรื่องที่น่าเชื่อถือ เช่น พิธีกรดังๆ เซเลปดังๆ หรือบอส คนเหล่านี้สามารถรวบรวมคนได้เป็นหมื่นคน ซึ่งปัจจุบันคาดไม่น่าจะต่ำว่าหมื่นคนขึ้นไป หรืออาจเกินกว่านั้นแล้ว และแชร์ลูกโซ่มีพฤติกรรมใช้สื่อออนไลน์ รัฐต้องดูแลด้วย เพราะการทำออนไลน์สามารถทวีคูณปัญหาได้อย่างมากมาย และเติบโตได้อย่างรวดเร็ว” น.ต.วุฒิพงศ์ กล่าว

น.ต.วุฒิพงศ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมีคนร้องเรียนตั้งแต่ปี 62 มีการแจ้งดำเนินคดี แต่คดีก็หายไป ไม่รู้ว่าเทวดาที่ไหนยับยั้งเอาไว้ และกรมสรรพากรก็แจ้งมาว่า บอสหลายคนไม่ได้เสียภาษีตามที่ควรจะเป็น หรืออาจจะไม่เสียภาษีเลยก็ได้ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ รมช.คลัง ไปติดตามด้วย รวมถึงรถหรู ขนาดพระบางรูปไปเทศนาเชิงนิยมชมชื่นด้วย

จึงขอให้รมช.คลัง รับปากว่าเรื่องนี้จะไม่เป็นมวยล้มต้มคนดู ต้องทำจริงจัง ไม่ให้เกิดขึ้นอีกต่อไป เพราะคนที่อยู่ในข่ายไม่ใช่แค่ดิไอคอนเท่านั้น ยังมีอีกหลายแชร์ลูกโซ่ หากรัฐบาลอย่านิ่งนอนใจอยู่คิดว่าไปเรื่อยๆ ตามระบบปกติโดยไม่ต้องมีกฎหมายพิเศษมาจัดการ คดีดิไอคอน ก็คงจะจบเหมือนกับคดีที่ผ่านมาในอดีตที่ผู้เกี่ยวข้องในคดีออกมาเสวยสุขกันหมดแล้ว

ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ชี้แจงว่า ทางคณะรัฐมนตรี(ครม.) โดยนายกฯ ให้ความสนใจกับเรื่องนี้อย่างมาก และได้มอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ไปดำเนินการเรื่องคดีความ กระทรวงยุติธรรม ดูเรื่องขั้นตอนต่างๆ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) ดูเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค และกระทรวงการคลัง ดูเรื่องการปรับแก้ขั้นตอนกฎหมายต่างๆ ที่จำเป็น

ในคดีดิไอคอนนั้น ฝ่ายปฏิบัติได้ดำเนินการค่อนข้างรวดเร็วและจับกุมตัวผู้ที่เกี่ยวข้อง 18 คน อายัดทรัพย์ไปจำนวนมาก รวมถึงทรัพย์สินอีกจำนวนมาก ทั้งหมดอยู่ในข่ายที่เจ้าหน้าที่จะดำเนินการต่อไป ทั้งอสังหาริมทรัพย์ บัญชีต่างๆ รวมถึงทรัพย์สินทางออนไลน์ คือ สิ่งที่นำมาโชว์ในวาระต่างๆ ว่ามีการถือครองอยู่ ซึ่งทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะนำทรัพย์สินเหล่านั้นมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการดำเนินการ เรามีการเร่งรัดแก้ไขปัญหาให้ลุล่วง ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวกับพ.ร.บ.หลายฉบับ ซึ่งกฎหมายหลายฉบับถึงวาระที่เราต้องพิจารณาทบทวน กระทรวงการคลังไม่ได้นิ่งนอนใจ เบื้องต้นได้หารือถึงตัวกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะต้องแก้ไข พ.ร.บ.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ที่ออกมาตั้งแต่ปี 2527 ในหลายๆ ประเด็น ขณะนี้อยู่ระหว่างยกร่าง และต้องให้เป็นไปตามขั้นตอน เชื่อว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2-3 เดือน ก็เสร็จ เพราะเรื่องนี้ถือว่ามีความจำเป็นเร่งด่วน

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ประเด็นหลักที่ตั้งโจทย์ไว้ ในการแก้ไข พ.ร.บ.ตั้งแต่ปี 2527 ประเด็นแรก ให้หน่วยงานสามารถเอาผิดไปถึงแม่ข่ายได้ ซึ่งกฎหมายที่ใช้อยู่ยังมีช่องโหว่ ไม่สามารถเข้าผิดแม่ข่ายถึงระดับกลาง ระดับล่างได้ จึงต้องแก้ไขและต้องเพิ่มโทษ ที่บางส่วนยังไม่ได้สัดส่วนกับความเสียหายที่เกิดขึ้น ยังเป็นหลักแสนบาท หลักล้านบาท

ขณะที่ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสังคม อย่างตัวเลขในกรณีดิไอคอน ปัจจุบันจำนวน 1.6 พันล้านบาทแล้ว และอาจขึ้นไปเรื่อยๆ ในกรณีที่มีคนเข้ามาแจ้งความคดีเพิ่มเติม รวมถึงต้องปรับแก้เรื่องอายุความ เมื่อคดีเข้าสู่อายุความแล้วกฎหมายของ ป.ป.ง. ก็ดำเนินการต่อทันทีเกี่ยวกับอายัดทรัพย์ และทรัพย์สินต่างๆ

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นใน พ.ร.บ.ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันคือเรื่องอายุความ ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาหลบหนีก็ทำให้อายุความขาดได้ เราจึงต้องแก้ให้อายุความ สะดุดหยุดลงในกรณีผู้ต้องหาหลบหนี กรณีนี้จะเป็นการป้องกันไม่ให้คดีขาดอายุความเพื่อดำเนินคดีได้ถึงที่สุด

รมช.คลัง กล่าวต่อว่า เรื่องปรับเปลี่ยนผู้รักษาการตามกฏหมาย เนื่องจาก สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) เป็นหน่วยงานมีอำนาจในการปฏิบัติ เป็นหน่วยงานในเชิงนโยบาย ซึ่งมองว่ากลไกที่จะมีประโยชน์สูงสุด คือต้องให้ผู้ที่ถือกฎหมายฉบับนี้ เป็นส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงยุติธรรม เช่น ดีเอสไอที่จะเข้ามาเป็นผู้ถือกฎหมายเพื่อให้การดำเนินคดีอยู่ในมือผู้ปฏิบัติ และสามารถดำเนินการในรูปแบบวันสต็อปให้กับประชาชนที่เดือดร้อนได้

นอกจากนั้นยังต้องปรับแก้เรื่องการฟ้องล้มละลาย ซึ่งกลไกปัจจุบัน การฟ้องล้มละลาย กระทรวงการคลังจะต้องดำเนินการส่งผ่านทางสำนักงานอัยการ ซึ่งจะปรับเปลี่ยนให้เปิดกว้างมากขึ้น อาจจะให้ ตร.เข้ามาฟ้องล้มละลายต่อไปได้ สุดท้ายคือการปรับแก้ที่สำคัญ เพื่อให้ทันกับสถานการณ์ปัจจุบัน ต้องยอมรับว่ารูปแบบในการฉ้อโกง และแชร์ต่างๆ ปรับเปลี่ยนไปมาก และมีรูปแบบที่หลากหลาย ซึ่งจะไม่หยุดอยู่แค่นี้

ตัวกฎหมายต้องมีความยืดหยุ่น ปรับตัวให้ทันกับผู้ที่กระทำความผิดในเทคนิคและกลเม็ดใหม่ๆ ทำให้ภาครัฐมีความจำเป็นต้องปรับตัว ซึ่งกฎหมายที่จะปรับแก้ภายใน 2-3 เดือนนี้ เพื่อปิดช่องโหว่ต่างๆ หวังว่าการแก้ไขที่จะเกิดขึ้นในเร็ววัน จะป้องกันการฉ้อโกงในประเภทต่างๆได้ต่อไป

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เวลาที่ภาครัฐ จะดำเนินการทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวกับการเงิน การคลัง โดยมากจะเลือกช่องทาง พ.ร.ก. เพราะกรณีนี้เข้ากรอบของการออกเป็น พ.ร.ก.ค่อนข้างมาก เป็นเรื่องของการรักษาความปลอดภัย ความมั่นคงของประเทศ มีความจำเป็นต้องทำอย่างเร่งด่วน ซึ่งในความคิดของกระทรวงการคลัง ก็จะออกเป็น พ.ร.ก.

ส่วนเรื่องภาษี ยืนยันว่าตรวจสอบบอส 18 คน ย้อนหลังเรียบร้อย โดยมีบางรายไม่ได้ยื่นแบบภาษี ระหว่าง 3-5 ปี ซึ่งยังไม่ใช่จุดสิ้นสุด จะต้องตรวจสอบว่าหลบเลี่ยงอย่างไร ขอว่าไม่ต้องกังวล

“ยืนยันว่าไม่มีมวยล้ม เราจะดำเนินการให้ถึงที่สุด ส่วนเรื่องเทวดา ผมเห็นความตั้งใจของนายกฯ ว่าเรามีความจริงจัง เชื่อว่าเมื่อถึงมือตำรวจแล้ว เมื่อไปตรวจคลิปเสียง ก็จะขยายผลดำเนินการต่อไปให้ถึงที่สุด ยืนยันว่ารัฐบาลจะดำเนินการให้ถึงที่สุด นำผู้กระทำความผิดไปดำเนินการให้ครบถ้วน” นายจุลพันธ์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน