อังคณา ยันรัฐบาลสามารถออก พ.ร.ก.ต่ออายุคดีตากใบได้ทันที มองควรสังคายนากฎหมาย ชี้คดีละเมิดสิทธิร้ายแรง ควรไม่มีอายุความ จวกรัฐบาลเลิกโยนความผิดผู้เสียหาย

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 22 ต.ค.2567 ที่รัฐสภา นางอังคณา นีละไพจิตร สว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงคดีตากใบที่เหลืออายุความ 3 วันว่า ยืนยันว่ารัฐบาลสามารถออก พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เพื่อขยายอายุความในคดีตากใบได้ แต่จากที่ฟังนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่าอาจจะไม่ทัน แต่ส่วนตัวมองว่าเป็นสิ่งที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ทำได้

นางอังคณา กล่าวต่อว่า กรณีดังกล่าวถือเป็นความหวังสุดท้ายของผู้เสียหาย หากรัฐบาลสามารถขยายหรือชะลออายุความไว้ก่อน แต่หากประตูบานนี้ถูกปิด ก็ยังมองไม่ออกว่าผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยไม่มาศาลในวันที่ 25 ต.ค. ก็ถือว่าคดีหมดอายุความไปตามกฎหมาย เช่นเดียวกับคดีมัสยิดกรือเซะที่มีผู้เสียชีวิต 31 คน ที่ได้หมดอายุความไปแล้ว

ส่วนหากคดีหมดอายุความไปแล้ว จะมีแนวทางอื่นดำเนินการได้หรือไม่นั้น นางอังคณา กล่าวว่า หากกลไกในประเทศไม่สามารถดำเนินการได้ ก็ยังมีช่องทางให้ผู้ที่ได้รับความเสียหาย ร้องต่อศาลระหว่างประเทศได้ เช่น สหภาพยุโรปในหลายประเทศ ก็อนุญาตให้ผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ฟ้องร้องในคดีได้ และเมื่อศาลมีคำพิพากษา บุคคลนั้นจะไม่สามารถเดินทางเข้าไปในประเทศที่เกิดเหตุได้ กลับไปก็จะถูกจำคุก แต่ประเทศไทยก็ยังไม่มีประสบการณ์ทำคดีแบบนี้มาก

นางอังคณา กล่าวต่อว่า ตนมองว่าคดีอาญา ที่มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ไม่ควรเป็นหน้าที่ของญาติผู้เสียชีวิตที่จะฟ้องร้องเอง แต่ควรเป็นหน้าที่ของอัยการ และคดีนี้ทำให้เกิดความเปรียบเทียบว่าหากประชาชนทำผิดต้องถูกลงโทษ และจับกุม แต่เมื่อเจ้าหน้าที่รัฐทำผิด แทบจะไม่เคยจับกุมผู้กระทำผิดได้เลย โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ถือว่าเป็นพื้นที่เปราะบาง

ส่วนตัวมองว่าจำเป็นต้องมีการปฏิรูปกฎหมาย ทั้งกรณีความผิดในการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง ต้องไม่มีอายุความ และต้องขยายนิยามของผู้เสียหายให้กว้างขึ้น ให้รวมถึงสามีภรรยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส เพื่อให้สอดคล้องกับอนุสัญญาว่าด้วยการทรมานและบังคับสูญหาย

“ทุกฝ่ายตระหนักถึงเรื่องนี้ แต่เราก็ปล่อยโอกาสที่จะทำให้เกิดความจริงในศาล ให้หมดไป เพราะเราไม่สามารถนำตัวจำเลยมาปรากฏตัวต่อหน้าศาลได้ คงหลีกเลี่ยงยากที่จะเกิดความรุนแรงตามมา จึงได้แต่พูดว่าเสียดายกับความไว้เนื้อเชื่อใจที่เคยมี ซึ่งอาจจะหมดไป” นางอังคณา กล่าว

เมื่อถามว่าอยากฝากอะไรถึง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ในฐานะกำกับดูแลส่วนที่เกี่ยวข้อง นางอังคณา กล่าวว่า เราได้เห็นความพยายามของท่าน แต่หน่วยงานที่อยู่ใต้กำกับของกระทรวงอื่น รวมถึงนายกฯ ก็ไม่ได้ให้การสนับสนุนส่งเสริมการพิสูจน์ความจริง และปล่อยให้ผู้ต้องหาหายไปได้ จึงเป็นคำถามที่ท้าทายอย่างมากว่าเราจะคืนความยุติธรรมให้ประชาชนอย่างไร

“อยากฝากถึงรัฐบาลว่าต้องหยุดสร้างวาทกรรมที่โยนความผิดให้ผู้เสียหาย เราจะเห็นบางหน่วยงานรัฐพยายามพูดว่า กรณีตากใบ เป็นการกระทำของขบวนการให้เกิดการชุมนุม แต่หลายฝ่ายตั้งคำถามว่าใครจะรับผิดชอบการเสียชีวิตของผู้ชุมนุม ไม่ว่าเขาจะมาจากไหน มีความเชื่ออย่างไร บุคคลเหล่านั้นต้องไม่เสียชีวิตภายใต้การควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ นี่คือประเด็นสำคัญ” นางอังคณา กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน