ทนายสงกรานต์ พาผู้เสียหายร้องเรียน ที่ปรึกษานายกฯ รพ.-พยาบาลขโมย ‘รก-สายสะดือ’ ไปขายทำ สเต็มเซลล์ ชี้ทำมาแล้วกว่า 7-8 ปี

เมื่อเวลา 14.20 น. วันที่ 24 ต.ค. 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี นายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และพล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) รับเรื่องร้องเรียนขบวนการค้าชิ้นส่วนมนุษย์ โดยนายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ ซึ่งได้นำผู้เสียหายมาร้องทุกข์

โดยนายสงกรานต์ ระบุว่า ผู้เสียหาย เป็นลูกจ้างบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง โดยไม่รู้มาก่อนว่าการเอารกและสายสะดือของทารกและแม่เด็กต้องได้รับการอนุญาตตามกฎหมาย ที่ผ่านมาบริษัทแห่งนี้ ได้ไปนำมาโดยไม่ได้รับความยินยอม เป็นเวลากว่า 7-8 ปี จึงลาออกแล้วโดนอดีตนายจ้างแจ้งความ

ตนเป็นห่วงทำอย่างไรจะหยุดยั้งกระบวนการพยาบาลวิชาขีพ และโรงพยาบาลของรัฐชื่อดังแถวย่านสาธร ทำมาเป็นกระบวนการ มีหลักฐานการขนส่งรกและสายสะดือ ออกมาทำให้กับคนสกุลใหญ่สกุลโต ซึ่งมีภรรยาเป็นผู้พิพากษา

ดังนั้น ขบวนการเหล่านี้จะเลือกเอามาจากผู้มีเลือดกรุ๊ปโอ มาผลิตเป็นสเต็มเซลล์ขาย ขณะนี้เราได้รวมรายชื่อบริษัทเอกชน คลินิก และโรงพยาบาลต่างๆไม่ต่ำกว่า 100 ราย และทำมาไม่ต่ำกว่า 100 ครั้งแล้ว วันนี้จึงอยากให้หยุดยั้งการนำรกและสายสะดือมาทำการค้าซึ่งผิดกฎหมาย ตามประมวลอาญามาตรา 366/8 ว่าผู้ใดซื้อขายอวัยวะจำคุกตั้งแต่ 5-15 ปี และปรับ 100,000-300,000 บาท

ด้านพล.ต.ท.อาชยน กล่าวว่า คดีนี้ต้องเร่งรีบในการสืบสวนสอบสวนเพื่อหาองค์ประกอบในการดำเนินการทางคดีต่อไป เมื่อถามว่าตำรวจได้รับเรื่องนี้เป็นคดีแล้วหรือยัง พล.ต.ท.อาชยนกล่าวว่า ตอนนี้ได้มีการรับข้อมูลไปแล้วเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ตอนนี้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้วคาดว่าคงไม่ช้า

นายจิรายุ กล่าวว่า เวลาแม่ไปคลอดบุตร ในสมัยโบราณอาจจะใช้หมอตำแยและเก็บรกไว้ แต่ในปัจจุบันส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ใส่ใจว่าจะเก็บรกไว้หรือไม่อย่างไร ปรากฏว่าพยาบาลก็ได้เก็บบรรจุไว้และมีวิธีการลักลอบนำส่งไปให้จุดที่สอง ด้วยการใช้บริการสาธารณะเช่นในแอปพลิเคชันมารับไปส่ง ถือเป็นเรื่องน่าตกใจที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ขณะนี้ข้อมูลที่ได้รับมีแต่ในกรุงเทพมหานคร ก็ไม่แน่ใจว่าในต่างจังหวัด ซึ่งในแต่ละวันมีเด็กคลอดออกมาเป็นหมื่นๆคน และในแต่ละชิ้นมีราคาตั้งแต่ 5,000 จนถึง 10,000 บาท

ผู้สื่อข่าวถามว่าพยานหลักฐาน สามารถเอาผิดถึงโรงพยาบาลได้เลยหรือไม่ ผู้ร้องได้ระบุว่า พยานหลักฐานที่มี เป็นภาพการขนส่งจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งไปยังบริษัทเอกชนอีกแห่งหนึ่ง เป็นกล่องแช่มาในกระเป๋าเก็บความเย็น และสเตทเม้นท์เข้าออกของพยาบาลวิชาชีพ โดยในแต่ละเดือนจะมีประมาณ 4 ถึง 5 เคส ที่บริษัทเอกชนที่ตนเคยเป็นลูกจ้าง

เมื่อถามว่ามีการทำเป็นกระบวนการโดยโรงพยาบาลมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย หรือแค่พยาบาลทำกันเอง ผู้ร้องกล่าวว่า ไม่ทราบในส่วนนี้ ที่ทราบมีแค่คนเดียว แต่ไม่ทราบว่าข้างในมีอีกกี่คน โดยทนายสงกรานต์ ได้เสริมว่า เท่าที่ดูพยาบาลคนเดียวทำไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะว่าทำมา 6 ถึง 7 ปี และล่าสุดเพิ่งส่งเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ที่ผ่านมา เราไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้อีกต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน