สภาถกญัตติด่วน ผลกระทบคดีตากใบหมดอายุความ ‘รอมฎอน’ ฉะอย่าใช้ความเงียบหนีปัญหา ต้องเผชิญหน้าอย่างมีวุฒิภาวะ ‘กมลศักดิ์’ จี้ รบ.แก้กฎหมายให้คดีจนท.รัฐทำร้ายปชช.ไม่มีอายุความ
เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 25 ต.ค.2567 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม
นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้เสนอขอเลื่อนญัตติด่วนด้วยวาจาขึ้นมาพิจารณาแทนระเบียบวาระที่มีอยู่เดิม เรื่องขอให้สภาฯพิจารณาผลกระทบกรณีการขาดอายุความของคดีตากใบ และข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการฟื้นฟูความชอบธรรมของรัฐ และการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้
รวมทั้งญัตติด่วนวาจา ของนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ เรื่องขอให้สภาฯร่วมกันพิจารณาหาทางออกกับสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กรณีการสลายการชุมนุมเหตุการณ์ตากใบที่จะขาดอายุความ ในเที่ยงคืนวันนี้ (25 ต.ค.)
ขณะที่นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า แต่ตนไม่เห็นด้วยกับการเสนอญัตติด่วนด้วยวาจากรณีตากใบ
จากนั้นผู้เสนอญัตติแสดงเหตุผลประกอบที่ต้องเลื่อนญัตติด่วนมาพิจารณาก่อน โดยนายรอมฎอน อภิปรายว่า ถ้านับจากวินาทีนี้จนถึงเที่ยงคืนวันนี้( 25 ต.ค.) มีเวลา 13 ชั่วโมง 15 นาที ที่อายุความของคดีร้ายแรง ที่เป็นผลมาจากโศกนาฏกรรม เมื่อ 20 ปีก่อนที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ถึง 85 คน และตอนนี้คดีอาญาที่ประชาชนฟ้องเองในศาลจังหวัดนราธิวาส ที่มีจำเลย 7 คน ยังไม่สามารถนำจำเลยมาที่ศาลได้ และคดีที่อัยการสั่งฟ้อง ก็ยังไม่สามารถจับกุมผู้ต้องหาและไม่มีการมอบตัว และผู้ต้องหาทั้ง 14 คนยังไม่ปรากฏตัวต่อศาล
นี่คือปมปัญหาในวินาทีนี้ เหตุการณ์ตากใบเป็นส่วนหนึ่งในหลายเหตุการณ์ที่มีความรุนแรงเกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา และเหตุการณ์ตากใบเป็นปมสำคัญเป็นจุดเปลี่ยนเหตุการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นความทรงจำและประวัติศาสตร์บาดแผลที่ต้องชำระสะสางอย่างมีวุฒิภาวะ เพื่อที่เราจะเดินหน้าต่อไปในการสร้างสันติภาพ หาข้อยุติจากความขัดแย้งเราต้องการทางออกทางการเมือง
เรื่องนี้เรื่องใหญ่ เป็นเรื่องของรัฐ เรื่องความมั่นคงของรัฐ เรื่องของสิทธิเสรีภาพของประชาชน ที่ต้องยึดโยงกับหลักนิติธรรม นอกเหนือจากอายุความกำลังจะหมดอายุความ จำเลยและผู้ต้องหาไม่มาศาล ตอนนี้เราพบว่ากระบวนการยุติธรรมภายในประเทศกำลังถูกท้าทาย และกำลังถึงภาวะตีบตัน แม้ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการพยายามอย่างถึงที่สุด ที่จะทำให้ความจริงและความยุติธรรมเกิดขึ้น
ขณะเดียวกันเวลานี้เกิดคำถามระหว่างประเทศว่าประเทศเราปกครองภายใต้หลักนิติธรรมหรือไม่ หลายเรื่องที่เคยเกิดขึ้น วัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดยังมีอยู่ความรับผิดชอบที่ควรต้องมีจากเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำต่อประชาชนจะเกิดขึ้นหรือไม่ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าหลังจากนี้อาจมีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้น ที่สำคัญความเชื่อมั่นและความไว้วางใจต่ออำนาจรัฐที่กำลังถดถอย เรากำลังเผชิญกับข้อพิสูจน์ที่ว่ารัฐไม่สามารถอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชนได้จริงหรือไม่
ดังนั้น เราต้องระดมกำลังเพื่อแสวงหาทางออกในภาวะถดถอยนี้ และเราจะโอบอุ้มความรู้สึกของญาติผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บที่กำลังรอคอยความจริงและความยุติธรรมได้อย่างไร ปัญหาความขัดแย้งที่เราเจอเป็นปัญหาทางการเมือง แต่ไม่ใช่เป็นการเมืองฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล พรรคนั้นพรรคนี้หรือนักการเมืองคนนั้นคนนี้ แต่เป็นปัญหาใหญ่ระหว่างความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชน ที่ไม่ลงรอยกันอยู่ภายใต้สภาพที่เปราะบาง
“เราจึงควรใช้พื้นที่สภาแห่งนี้ รองรับความแตกต่างหลากหลายทางความคิด แทนที่จะปล่อยให้เสียงปืนเสียง เสียงระเบิด เสียงความรุนแรง ผูกขาดความจริง แทนที่ใช้ความเงียบหลบหนีปัญหา เราต้องเผชิญหน้าอย่างมีวุฒิภาวะ เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ที่มีคนใช้อำนาจรัฐฆ่าประชาชนเกิดขึ้นอีก” นายรอมฎอน กล่าว
ด้านนายกมลศักดิ์ อภิปรายว่า พรรคประชาชาติเห็นว่าเรื่องคดีตากใบที่จะหมดอายุความในเที่ยงคืนวันนี้น่าเป็นห่วง ซึ่งไม่อยากให้เป็นเรื่องของพรรคประชาชาติเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของทุกคนที่ต้องแสดงความเห็นไปยังฝ่ายบริหารเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตอนนี้กลายเป็นว่าประชาชนที่ลุกขึ้นมาต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมนั้นถูกใส่ร้ายว่าเป็นแนวร่วม อย่าไปให้ความสำคัญ ถือเป็นการเบี่ยงประเด็น
เรื่องนี้สุมอยู่ในหัวอกพี่น้องผู้สูญเสียมาตลอด แม้จะได้รับเงินเยียวยาไปแล้วก็ตาม แต่คดีอาญายังไม่ระงับ นำไปสู่ปัญหาความรู้สึกของคนในพื้นที่โดยเฉพาะญาติผู้สูญเสีย จึงอยากให้ฝ่ายบริหารเอาจริงกับเรื่องนี้ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจสักที ขอให้ติดตามตัวผู้ต้องหาเพื่อมารับผิดชอบ และขอให้ผู้ปฎิบัติงานปรับเปลี่ยนทัศนคติ การที่เขาลุกขึ้นมาต่อสู้ด้วยข้อกฎหมาย อย่าไปใส่ร้ายว่าเขาเป็นโจรหรือเป็นแนวร่วม
นายกมลศักดิ์ กล่าวต่อว่า ยังมีเวลาจนถึงเที่ยงคืนของวันนี้(25 ต.ค.) ผู้ต้องหายังสามารถเข้าไปมอบตัวโดยการเดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และขอขอบคุณน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่เมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา ออกมาขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ตนในฐานะที่อยู่พรรคประชาติ เราอยู่ในพื้นที่ ตนเห็นด้วยที่นายกฯ ออกมาขอโทษ
แต่ตนอยากให้ครอบครัวผู้สูญเสียเขามีความรู้สึกว่าไม่สูญเปล่ากับการลุกขึ้นมาต่อสู้ ช่วยแก้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 95 ว่าด้วยอายุความ กรณีเจ้าหน้ารัฐทำให้ประชาชนเสียชีวิต ให้ไม่ขาดอายุความโดยเป็นมติครม. เพื่อแสดงให้เห็นความจริงใจที่มากขึ้น การแสดงความจริงใจประกอบคำขอโทษให้ประชาชนที่นั่นรู้สึกว่าอย่างน้อยที่สุดที่เขาลุกขึ้นต่อสู้ แม้ไปไม่สุดทาง แต่เขาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยเพื่อบรรเทาความรู้สึกเจ็บปวดโดยไม่มีอายุความ
ขณะที่นายประยุทธ์ อภิปรายว่า ตนเสียใจกับความสูญเสียที่เกิดขึ้น แต่ส่วนตัวสงสัย ถ้าตนเป็นผู้สูญเสียจะฟ้องตั้งแต่วันแรก ทำไมมาฟ้องในปีสุดท้ายเหลืออีกไม่กี่วัน กี่เดือน และอยากให้ตำรวจจับกุมตัว 14 จำเลย ตนอยากให้ผู้ต้องหามามอบตัวเอง อย่างไรก็ตาม การเรียกร้องให้นายกฯ ต้องรับผิดชอบ ขณะที่เหตุเกิดขึ้น นายกฯเพิ่งอายุ 10 กว่าปี ยังเป็นเด็กนักเรียนอยู่ บ้านเมืองมีกระบวนการยุติธรรม ตำรวจ อัยการ ศาล
การที่บางคนจะเรียกร้องให้นายกฯมารับผิดชอบ ตนหรือนายวันมูหะมัดนอร์ ได้เป็นนายกฯ ก็คิดไม่ออกว่าต้องทำอย่างไร การแสดงความเสียใจและขอโทษก็เป็นเรื่องสง่างามแล้ว
“ส่วนเรื่องเลื่อนญัตติหรือไม่ ผมตั้งใจไม่ให้เลื่อน เพราะความจริงเรื่องนี้เกิดมา 20 ปีแล้ว จะมาญัตติด่วนตรงนี้ ถามว่าด่วนเรื่องอะไร 6 ตุลา19 ผมโดนขังลืม ผมได้รับนิรโทษกรรม แล้วผมเอาเรื่องของผมด่วนไหม มันก็ไม่ด่วนเช่นกัน แต่ผมได้รับการประสานงานผิวเผิน ผมไม่ขัดข้อง ถ้าวิป 2 ฝ่ายตกลงกันได้ ผมก็ยินดีถอนญัตติออก” นายประยุทธ์ กล่าว