สภาฯผ่านฉลุย ‘กม.ห้ามตีเด็ก’ ณัฐวุฒิ ชี้แม้ไม่มีคำว่าไม่เป็นการเฆี่ยนตี ไม่ได้หมายความว่าผู้ปกครองจะทำร้ายบุตรได้ เหตุยังมี กม.คุ้มครองเด็ก เอาผิดอยู่

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 30 ต.ค.2567 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯคนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่) พ.ศ… หรือ กฎหมายห้ามตีเด็ก ที่คณะกรรมาธิการ(กมธ.) วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว โดยพิจารณาวาระที่ 2 และวาระที่ 3

นายสรรพสิทธิ์ คุมพ์ประพันธ์ ประธานกมธ. ชี้แจงว่า ในที่ประชุมกมธ. ได้ถกเถียงกัน โดยกมธ.เสียงข้างมากให้มีวลีที่ว่า “ไม่เป็นการเฆี่ยนตี” ส่วนกมธ.เสียงข้างน้อย เห็นว่าไม่ต้องมีข้อความดังกล่าว นอกจากนี้ กมธ. มีข้อสังเกตเพื่อให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องพิจารณาปรับปรุงกฎหมายในความรับผิดชอบ และดำเนินการให้สอดคล้องกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ที่ประชุมแสดงความคิดเห็นว่า การทำโทษบุตรเพื่อว่ากล่าวสั่งสอน หรือปรับพฤติกรรม โดยต้องไม่เป็นการกระทำทารุณกรรมหรือทำร้ายด้วยความรุนแรงต่อร่างกาย จิตใจ หรือกระทำโดยมิชอบ เช่น

น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายว่า การไม่ตีเด็ก หรือการทารุณกรรม ยังเป็นหลักการสากลที่ยอมรับกัน ในฐานะที่ตนมีลูก 2 คน ตั้งแต่เขาเกิดมาจนถึงตอนนี้ ตนยังไม่เคยตีลูกเลย และเชื่อว่าถ้าเราไม่ตีลูกก็สามารถสั่งสอนด้วยวิธีการอื่นได้ หากในบ้านยังมีการตีเพราะความรัก หรือเพื่อการสั่งสอน เราจะไม่สามารถสอนบุตรหลานในอนาคตได้เลยว่าการทำร้ายกันนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดี

ฉะนั้น การเขียนปกป้องเด็กระบุไปในกฎหมายแพ่งครั้งนี้ เป็นเพียงเราต้องการจุดประกายในการเริ่มต้นคุ้มครองเด็กและเยาวชนจะปลอดภัย จากการถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ และอยากจำว่าปัญหาของสังคมที่เกิดขึ้น ก็เกิดจากการบ่มเพาะในวัยเด็กตั้งแต่ 0-6 ขวบ ที่อาจจะได้รับการเลี้ยงดูมาไม่สมบูรณ์ มีการตีหรือมีการทำร้าย ทำให้เกิดปัญหาในสังคมในปัจจุบัน

ด้านนายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะกมธ. ชี้แจงว่า ในกมธ.มีการถกเถียงกันมาก และเสียงข้างมาก ยังยืนยันว่าอยากให้ใส่คำว่า”ไม่เป็นการเฆี่ยนตี” ในกรณีการลงโทษ หรือการปรับพฤติกรรมของพ่อ แม่ ผู้ปกครอง

แม้กมธ.เสียงข้างน้อยจะตัดคำว่า “ไม่เป็นการเฆี่ยนตี” ออกไป ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ปกครองจะสามารถเฆี่ยนตีบุตรได้ เพราะการเฆี่ยนตี ไม่อาจทำได้ในการสนับสนุนการเลี้ยงดูบุตรเชิงบวก หรือแม้กระทั่งการเฆี่ยนตีด้วยความรุนแรงที่ส่งผลต่อร่างกาย และจิตใจนั้น ย่อมมีความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก หรือประมวลกฎหมายอาญาอื่นที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ที่ประชุมลงมติเห็นด้วยกับเสียงข้างน้อย 253 เสียงให้ตัดคำว่า”ไม่เป็นการเฆี่ยนตี” และเห็นด้วยกับเสียงข้างมาก ให้ใส่คำว่า “ไม่เป็นการเฆี่ยนตี” 145 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง ไม่ลงคะแนน 1 เสียง

จากนั้น ลงมติวาระ 3 ที่ประชุมเห็นด้วย 391 เสียง ไม่เห็นด้วย 1 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง ไม่ลงคะแนน 5 เสียง ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบ ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ และเห็นด้วยกับข้อสังเกต จากนั้นจะส่งร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวให้วุฒิสภา พิจารณาต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน