ณัฐพล มอง ‘แอ่วเหนือคนละครึ่ง’ น้อยเกินไปที่จะฟื้นฟูเมืองหลังน้ำลด แนะรัฐบาลใช้มาตรการเที่ยวเมืองน้ำลด และติดตามเร่งรัดธนาคารรัฐปล่อยซอฟต์โลนให้ผู้ประกอบการที่เดือดร้อน

เมื่อวันที่ 5 พ.ย.2567 นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงการฟื้นฟูเมืองหลังน้ำลดในพื้นที่ภาคเหนือ หลังมีรายงานว่ามาตรการ “แอ่วเหนือคนละครึ่ง” ของรัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ตรงจุด แม้ช่วยผู้ประกอบการได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้มีนัยสำคัญ ว่า มาตรการแอ่วเหนือคนละครึ่งนั้น น้อยเกินไปที่จะฟื้นฟูเมืองหลังน้ำลด เพราะให้เพียง 10,000 สิทธิ สิทธิละ 400 บาท เท่ากับวงเงินรวมเพียง 4 ล้านบาท ค่าบริหารจัดการหรือค่าทำระบบรองรับอาจจะแพงกว่าสิทธิประโยชน์ด้วยซ้ำ

จากสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้แทนพรรคประชาชนและคณะทำงานจังหวัด ร่วมกับกลุ่มประชาชนอาสา เข้าช่วยทำความสะอาดบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ อ.เมือง และ อ.แม่สาย จ.เชียงราย สิ่งหนึ่งที่เราพบเยอะมากคือ ใบปลิวนามบัตรเงินกู้นอกระบบ เรียงรายอยู่ในเมืองที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม สะท้อนปัญหาใหญ่เรื้อรังคือ ประชาชนและผู้ประกอบการเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน

ข้อเสนอของพรรคประชาชน รัฐบาลควรช่วยฟื้นฟูผู้ประกอบการให้พร้อมกลับมาดำเนินธุรกิจ แล้วจึงกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อรับนักท่องเที่ยว อุปสรรคที่สำคัญของผู้ประกอบการในพื้นที่ คือ การขาดสภาพคล่อง ซึ่งจำเป็นต้องจัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้ผู้ประกอบการกู้มาฟื้นฟูกิจการและรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่น

ปัจจุบันแม้รัฐบาลมีโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือซอฟต์โลน ของธนาคารออมสิน 50,000 ล้านบาท ให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม แต่ถ้ารัฐบาลไม่เพิ่มการประชาสัมพันธ์และไม่ลงมาจี้ธนาคารรัฐให้ปล่อยสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการที่เดือดร้อน

ผลลัพธ์คือผู้ประกอบการจะเข้าไม่ถึงสินเชื่ออยู่ดี ซึ่งจะไม่ต่างจากโครงการซอฟต์โลน ของธนาคารออมสิน 100,000 ล้านบาท ที่รัฐบาลอนุมัติมา 2 เดือน แต่ปล่อยสินเชื่อให้ SMEs ได้เพียง 5,942 ล้านบาท หรือ 6% เท่านั้น

นายณัฐพล กล่าวต่อว่า ส่วนการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวนั้น ข้อเสนอที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เคยเสนอในกระทู้สดเมื่อเดือนก.ย.ที่ผ่านมา คือมาตรการเที่ยวเมืองหลังน้ำลด ซึ่งใช้หลักการเดียวกับมาตรการเที่ยวเมืองรองของรัฐบาลได้เลยด้วยซ้ำ ขอเพียงมีมติ ครม.อนุมัติ จูงใจให้คนและบริษัทไปเที่ยวเมืองที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม นำไปหักลดหย่อนภาษีบุคคลและนิติบุคคลได้

ยกตัวอย่างมาตรการเที่ยวเมืองรองของรัฐบาลนี้ บุคคลสามารถนำค่าใช้จ่ายเที่ยวเมืองรองหักภาษีได้ 15,000 บาท นิติบุคคลหักค่าใช้จ่ายเที่ยวเมืองรองได้ 1.5-2.0 เท่า คาดว่าจะเกิดเงินท่องเที่ยวถึง 6,500 ล้านบาท นี่คือโอกาสที่เมืองน้ำลดซึ่งอยู่ระหว่างฟื้นฟูเมืองควรจะได้ในเดือนพ.ย. ก่อนจะรองรับนักท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่นเดือนธ.ค. ถ้ารัฐบาลเพิ่มมาตรการเที่ยวเมืองน้ำลดเพิ่มเติมจากมาตรการเที่ยวเมืองรองของรัฐบาล ซึ่งตนเห็นว่ารัฐบาลสามารถทำได้ทันที

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน