พริษฐ์ บอก นายกฯอิ๊งค์ คลายกังวล หวั่นถูกฟ้องปมแก้รธน. รอหารือ 3 บุคคลสำคัญ เดินหน้าทำประชามติ 2 ครั้งเพียงพอ เหน็บหากพรรคหนุนมติสว. ก็ต้องเป็น ภท. ดูได้จากสภาใหญ่

เมื่อวันที่ 6 พ.ย.2567 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน และกรรมาธิการ (กมธ.)ร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ให้สัมภาษณ์ว่า ในการพิจารณารายละเอียดที่เห็นต่างในกรณีการใช้เกณฑ์ผ่านประชามติเรื่องรัฐธรรมนูญด้วยเสียงข้างมาก 2 ชั้น ที่สว.แก้ไขจากสส. ไม่ควรใช้เวลาพิจารณานาน

ส่วนที่ทิศทางการพิจารณาที่คาดว่าอาจลงเอยด้วยการลงมติตัดสิน นำไปสู่การพักร่างกฎหมายไว้ 180 วันนั้น ตนมองว่าจะไม่กระทบต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ทำให้ล่าช้า หากใช้แนวทางการทำประชามติเรื่องรัฐธรรมนูญ 2 ครั้งดำเนินการ และจะไม่ส่งผลกระทบต่อไทม์ไลน์การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า เป็นเหตุผลที่ตน ในฐานะประธานกมธ.พัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาฯ ทำหนังสือ ขอเข้าพบผู้นำ 3 องค์กร เพื่อหารือต่อประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ที่มีหน้าที่บรรจุวาระแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งประธานรัฐสภาตอบรับให้เข้าพบในวันที่ 27 พ.ย.นี้

ต่อด้วย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้นำของพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อหวังให้โน้มน้าวต่อการสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และขอเข้าพบ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่เคยมีคำวินิจฉัยต่อการทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ ที่พบรายละเอียดไม่ชัดเจนต่อประเด็นการทำประชามติเพื่อนำไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญ

นายพริษฐ์ กล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้มีความเห็นต่างระหว่าง สส. กับทีมกฎหมายของประธานรัฐสภาต่อการไม่บรรจุวาระแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพราะยังเห็นต่างเรื่องทำประชามติ จนต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย ซึ่งคำวินิจฉัยนั้นไม่ได้บอกว่าต้องบรรจุวาระหรือไม่ ดังนั้น เพื่อให้เกิดความเข้าใจและทบทวนคำวินิจฉัยของประธานรัฐสภาในการบรรจุวาระแก้รัฐธรรมนูญ จึงต้องเข้าไปพบประธานรัฐสภา เพราะแกนนำพรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านมีฉันทามติร่วมกัน

เมื่อถามว่าเรื่องแก้รัฐธรรมนูญดูเหมือนน.ส.แพทองธาร กังวลเรื่องถูกฟ้อง นายพริษฐ์ กล่าวยืนยันว่า การขอเข้าพบประธานรัฐสภา นายกฯ และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะปิดช่องโหว่และทำให้นายกฯ คลายกังวลได้

เมื่อถามถึงข้อกังวลที่ กมธ.สัดส่วนพรรคภูมิใจไทย อาจหนุนเสียงข้างมากสองชั้น ซึ่งสอดคล้องกับ สว. นายพริษฐ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้คุยกันในรายละเอียด เพราะการคุยกันครั้งก่อน ไม่ได้ลงลึกเรื่องเนื้อหา แต่หากวิเคราะห์จากการลงมติในที่ประชุมสภาใหญ่ จะเห็นว่าทุกพรรคยืนยันตามร่างของ สส. มีเพียงพรรคภูมิใจไทยพรรคเดียวที่งดออกเสียง จึงอนุมานได้ว่าหากจะมีพรรคใดที่ดูเหมือนจะเห็นด้วยกับการลงมติเสียงส่วนใหญ่ของ สว.ก็เป็นพรรคภูมิใจไทย แต่จะเป็นเช่นนั้นหรือไม่ ต้องไปคุยกันในชั้น กมธ.

ต่อข้อถามว่า สว.ให้เหตุผลเพิ่มเติมเรื่องการหนุนเสียงข้างมากสองชั้นหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า การประชุมครั้งที่แล้วยังไม่มีการคุยเรื่องเนื้อหา แต่คาดว่าในที่ประชุมวันนี้จะได้รับฟังความเห็นของทุกฝ่ายเพิ่มเติมมากขึ้น ตนในฐานะ กมธ.คนหนึ่ง ได้ย้อนฟังการประชุมวุฒิสภา และจดเหตุผลของทุกคนไว้ จึงหวังว่าจะสามารถตอบ ข้อกังวลของ สว.ได้

นายพริษฐ์ กล่าวว่า ในฐานะประธาน กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ได้ทำหนังสือขอเข้าพบกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกกต.ตอบรับเข้าพบด้วยวาจาในวันที่ 28 พ.ย. เพื่อนำปัญหาที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งทั้งหมดที่กมธ.พบและรวบรวมไปหารือต่อกกต. หลังจากก่อนหน้านี้ กกต. ปฏิเสธการเข้าร่วมประชุมกับ กมธ.ที่สภาฯ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน