สุริยะ ส่ง รฟท.ยื่นศาลปกครอง คัดค้านหนังสือกรมที่ดิน ยุติเพิกถอนสิทธิ์ ‘ที่ดินเขากระโดง’ ลั่นจะไม่เสียที่รถไฟให้ใคร ยันให้จบชั้นจนท. ไม่ลามเป็นประเด็นการเมือง
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 11 พ.ย.2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์กรณีกรมที่ดินมีมติไม่เพิกถอนสิทธิ์ที่ดินเขากระโดง ซึ่งเป็นข้อพิพาทระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และกรมที่ดิน ว่า ตนดูแล้วเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ หากเป็นที่ดินของ รฟท. แม้กระทั่งตารางวาก็จะเสียไปไม่ได้
จึงให้ รฟท.ไปเช็กดู ซึ่งได้รับรายงานว่าเมื่อวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา รฟท.ได้ยื่นขอต่อศาลปกครองกลาง แจ้งว่า อธิบดีกรมที่ดินปฏิบัติตามคำพิพากษาไม่ครบถ้วน ตามพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา 75/3 เพื่อขอให้ศาลปกครองพิจารณา หรือไต่สวน กำหนดวิธีการดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง ในการร่วมกันชี้แนวเขตที่ดินของ รฟท. จึงเห็นควรแถลงข้อเท็จจริง และให้พิจารณามีคำสั่งในประเด็นต่างๆ ต่อไป
นายสุริยะ กล่าวว่า ผู้ว่า รฟท.ได้ทำหนังสือถึงกรมที่ดิน ยื่นคัดค้านหนังสือของอธิบดีกรมที่ดินตามมาตรา 44 พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางการปกครอง ซึ่งในนั้นระบุว่า เราต้องยื่นภายใน 15 วัน จะครบกำหนดในวันที่ 12 พ.ย. และเราส่งไปเรียบร้อยแล้ววันนี้ (11 พ.ย.)
นายสุริยะ กล่าวอีกว่า รฟท.รู้กฎหมายอยู่ จะไปหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เพื่อฟ้องขับไล่ผู้บุกรุกที่ดิน 900 กว่าแปลง ซึ่งขั้นตอนตรงนี้ยังมีเวลา ยืนยันว่าจะดูให้รอบคอบ
เมื่อถามว่าเรื่องนี้เรื้อรังมานาน จะเคลียร์ให้จบภายในช่วงที่เป็นรัฐมนตรีเลยหรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องดำเนินการตามกฎหมาย มันไม่ช้าอยู่แล้ว
เมื่อถามว่าจำเป็นต้องพูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะที่กำกับดูแลกรมที่ดินด้วยหรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า ตนคิดว่าเป็นระดับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติ เมื่อกรมที่ดินบอกว่าเป็นที่ของเขา ไม่ได้เป็นของ รฟท. เพราะมีหลักฐานไม่เพียงพอ แต่ รฟท.เชื่อว่ามีหลักฐานเพียงพอ ก็ได้ดำเนินการไป
เมื่อถามว่ามีการมองว่าที่ดินหลายแปลงในเขากระโดงเป็นของตระกูลชิดชอบ นายสุริยะ กล่าวว่า ไม่อยากให้เรื่องขยายเป็นประเด็นการเมือง อยากให้ว่าไปตามกระบวนการ หรือทาง รฟท.เห็นว่าเรื่องนี้เป็นอย่างไร เมื่ออธิบดีกรมที่ดินชี้มาแบบนี้ ทาง รฟท.เห็นว่าไม่ใช่ ก็ต้องรักษาสิทธิ์ของ รฟท.ไว้
เมื่อถามย้ำว่าเรื่องนี้จะจบในระดับเจ้าหน้าที่ ไม่ขยายเป็นประเด็นการเมืองใหญ่โตใช่หรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า “ครับ คิดว่าเป็นเรื่องที่ปฏิบัติตามกฏหมาย อย่าไปเอาว่าใครอยู่พรรคไหน หรือมีความขัดแย้งกัน”