ศิษย์เก่าบ้านกาญจนา-ตัวแทนผู้ปกครอง มอบแจกัน “เสน่ห์รอยร้าว” ขอบคุณ รมว.ยุติธรรม ผลักดันร่างกฎกระทรวง เปิดทางออกใบอนุญาตให้เอกชน ภาคสังคมจัดตั้งสถานดูแล ฟื้นฟูเด็กก้าวพลาด อิงประสบการณ์ความรู้กว่า 20 ปี บ้านกาญนาฯ ลดการทำผิดซ้ำได้ กว่าร้อยละ 95

วันที่ 11 พ.ย.67 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก กระทรวงยุติธรรม แจ้งวัฒนะ ว่า เมื่อเวลา 14.30 น. ที่ผ่านมา เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง พร้อมด้วย อดีตเยาวชนจากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก ในนามกลุ่มผู้ถูกเจียระไน และตัวแทนผู้ปกครอง เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิตเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน มูลนิธิเด็ก เยาวชนและครอบครัว และเครือข่ายองค์กรด้านเด็กและเยาวชน กว่า 30 คน เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เพื่อขอบคุณที่ผลักดันร่างกฎกระทรวงตามมาตรา 55 ของ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยแกนนำได้ร่วมกันมอบแจกัน “เสน่ห์รอยร้าว” ให้กับรัฐมนตรียุติธรรม เพื่อยืนยันเชิงสัญลักษณ์ว่า ความผิดพลาดของเด็กและเยาวชน สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ซ่อมได้และคืนคุณค่ากลับมาได้

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เป็นความพยายามของคนในอดีตหลายคน โดยเฉพาะตัวอย่างที่บ้านกาญจนาฯ ซึ่งเป็นการพัฒนาคน โดยกระทรวงยุติธรรมมีกลุ่มภารกิจด้านพัฒนาพฤตินิสัย ประกอบด้วย กรมคุมประพฤติ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และกรมราชทัณฑ์ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่มีการรอคอยหลังจากกฎหมายเกิดขึ้นมา 13 ปี เนื่องจากเรามองว่ารูปแบบของบ้านหรือสถานพัฒนาฝึกอบรมเด็กและเยาวชน ตามกฎหมายควรมีความหลากหลาย มิใช่อยู่ในราชการอย่างเดียว และต้องมีความเหมาะสมกับบริบทในการพัฒนาคน

ทั้งนี้ รัฐบาลและกระทรวงยุติธรรมมีความประสงค์ที่อยากจะให้ประชาชนมีส่วนร่วมในความยุติธรรมทุกขั้นตอน โดยวันนี้ถือเป็นโอกาสที่เหมาะสมที่จะผลักดันกระบวนการยุติธรรมที่เป็นทางเลือกหรือยุติธรรมสมานฉันท์ ซึ่งควรจะได้รับการยอมรับและมีการใช้กันมากขึ้น เพราะเป็นการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของทุกฝ่าย วันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญและต้องภูมิใจแทนน้อง ๆ เยาวชนที่ได้ผลักดันเรื่องนี้ขึ้นมา ถือเป็นการยกระดับสิทธิและเสรีภาพของเยาวชนอีกก้าวหนึ่งด้วย

ทั้งนี้ นายชูวิทย์ จันทรส เลขาธิการมูลนิธิเด็ก เยาวชน และครอบครัวภาย กล่าวว่า ตนในนามของเครือข่ายคนทำงานด้านเด็ก เยาวชน ขอขอบคุณ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ที่ผลักดันร่างกฎกระทรวงตามมาตรา 55 ของพ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวฯ เข้าครม.จนสำเร็จ หลังมีการผลักดันเรื่องนี้มาอย่างยาวนาน

“กฎกระทรวงดังกล่าวมีเจตนารมณ์คือให้ กรมพินิจฯ สามารถออกใบอนุญาตหรือยกเลิกใบอนุญาตให้นิติบุคคลได้ เป็นก้าวสำคัญที่จะเปิดโอกาสให้ภาคสังคมได้มีส่วนร่วมในการที่จะขอจัดตั้งสถานดูแล ควบคุมเพื่อทำกิจกรรม ฟื้นฟู เยียวยา เจียระไน ฯลฯ เด็กและเยาวชนที่ถูกพิพากษาได้ โดยสามารถนำองค์ความรู้ของศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน(ชาย)บ้านกาญจนาภิเษก มาศึกษาและนำนวัตกรรมลดการกระทำผิดซ้ำเหล่านั้น มาปรับใช้ กระบวนการทำงานของบ้านกาญจนาภิเษก ซึ่งมีนาง ทิชา ณ นคร เป็นผู้อำนวยการ จากประสบการณ์ 20 ปีได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการเปลี่ยนผ่านจากระบบอำนาจนิยมสู่อำนาจร่วม และการดูแลเยาวชนผู้กระทำความผิดด้วยนวัตกรรมที่เหมาะสม ช่วยลดการทำผิดซ้ำได้สำเร็จถึงร้อยละ 90-95 เป็นต้นแบบที่แสดงให้เห็นว่าการทำงานกับเยาวชนที่หลงผิดนั้นเป็นไปได้และต้องทำให้เห็น ตั้งแต่หลักคิด วิธีการ แม้เยาวชนจะก้าวพลาดเข้าสู่เส้นทางมืด แต่ด้วยการดูแลที่ถูกต้อง เข้าใจ และให้โอกาส พวกเขาสามารถกลับมาเป็นพลังบวกให้กับสังคมได้” นายชูวิทย์ กล่าว

ด้าน นายอภิรัฐ สุดสาย อดีตเยาวชนศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน(ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก ในนามกลุ่มผู้ถูกเจียระไน กล่าวว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ท่าน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ให้เกียรติและเปิดโอกาสรับฟังพวกเราอย่างจริงใจเสมอ นับตั้งแต่การมารับข้อเรียกร้องและพูดคุยกับเราในวันที่ 2 ตุลาคม การลงไปเยี่ยม ไปรับฟังที่บ้านกาญจนาภิเษก จนกระทั่งการผลักดันกฎกระทรวงนี้อย่างจริงจัง เป็นผลสำเร็จที่เรารอคอยมานานสิบกว่าปี

การมาในวันนี้เรามีจุดยืนและมีข้อเสนอดังต่อไปนี้ 1. เราขอขอบคุณท่าน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ ท่านอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน รวมทั้ง คณะรัฐมนตรี ที่มีมติเห็นชอบกฏกระทรวง ตามมาตรา 55 ด้วยเห็นถึงความสำคัญของกระบวนการทำงานของบ้านกาญจนาภิเษกที่ลดการกระทำผิดซ้ำของเยาวชน และขอให้เร่งขยายผลการทำงานของศูนย์ฝึกบ้านกาญจนาภิเษกให้เข้าไปถึงสถานพินิจฯหรือศูนย์ฝึกฯอื่น

2. เห็นด้วยกับการสนับสนุนพัฒนาให้ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน(ชาย)บ้านกาญจนาภิเษก ทำหน้าที่อีกด้านหนึ่งให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางสังคม (social lab) เปิดพื้นที่ให้หน่วยงานผู้ทำงานด้านเด็กและเยาวชน ได้เข้ามาศึกษาดูวิธีการทำงานของผู้บริหาร ครู เจ้าหน้าที่ ผู้ดูแลศูนย์ฝึกและศึกษากระบวนการที่ใช้ในการปรับเปลี่ยนระบบความคิดของเยาวชนผู้ก้าวพลาดให้กลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีภูมิคุ้มกันที่พร้อม

3. ขอให้มีการจัดตั้งกองทุน หรือระบบเงินกู้ยืม (คล้ายกับกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาหรือ กยศ.) เพื่อให้เด็กและเยาวชนผู้ก้าวพลาดได้มีโอกาสกู้ยืมเงินเพื่อเป็นต้นทุนชีวิต ใช้ตั้งหลักในการประกอบอาชีพ มีระบบพี่เลี้ยงติดตามให้สามารถส่งคืนตามเงื่อนไขที่กำหนดได้

“และข้อสุดท้ายนี้ เราขอวิงวอนให้สังคมให้โอกาสให้เยาวชนที่หลงผิดก้าวพลาดที่ผ่านการดูแลที่ถูกต้องด้วยความเข้าใจ มีโอกาสที่จะได้หางานหรือได้สมัครทำงานได้ตามความสามารถหรือความตั้งใจ รวมถึงการมีโอกาสสมัครงานเป็นข้าราชการเพื่อได้รับใช้และช่วยเหลือสังคมได้เช่นเดียวกับบุคคลทั่วไปครับ” นายอภิรัฐ กล่าว

​นางเฉลิมขวัญ เย็นเสมอ แม่ของอดีตเยาวชนฯบ้านกาญจนาภิเษก หนึ่งในผู้ปกครองที่มาในวันนี้ กล่าวว่า ในวันที่ได้เจอลูกหลังจากที่ย้ายมาอยู่ที่บ้านกาญจนาภิเษก ก็เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในตัวลูก ตอนนั้นก็ยังไม่มั่นใจ แต่หลังจากนั้นไม่นานที่ลูกได้มีโอกาสกลับมาเยี่ยมบ้าน ยิ่งสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน มีการเล่นกับน้อง พูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ ช่วยทำงานบ้าน กินข้าวพร้อมกัน ทำกิจกรรมร่วมกัน มีความคิดความอ่านเป็นผู้ใหญ่ขึ้น มีวิธีจัดการกับอารมณ์ตัวเอง และสถานการณ์ท้าทายต่างๆ เรียกได้ว่ารับมือได้ดี จนแม่เองและคุณพ่อยังตกใจ แม้ในอดีตลูกชายจะโดนข้อหาหนักแต่กระบวนการแบบบ้านกาญจนาภิเษก โดยป้ามล สามารถเปลี่ยนแปลงลูกของตัวเองได้จริง ตนขอยืนยัน ถือเป็นของขวัญที่มีค่ามากๆ ที่สุดในชีวิต และอยากขอบคุณท่าน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และท่านอธิบดีฯ ที่ช่วยผลักดันจนมีกฎกระทรวงนี้ออกมา ซึ่งน่าจะเป็นทางออกที่สำคัญให้กับบ้านกาญจนาภิเษกด้วย

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน