ณัฐวุฒิ ปลุก ชาวอุดรฯ เลือก ‘เพื่อไทย’ ยกจังหวัด ปักหลักเดินไปด้วยกัน มั่นใจ นายกฯ อิ๊งค์ อยู่ยาวครบวาระ ขออย่ากังวล เย้ย นักร้องระวังถูกร้องเหมือนกัน
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 13 พ.ย. 2567 ที่วัดศรีนคราราม อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) อาทิ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ปรึกษาของนายกฯ ขึ้นเวทีปราศรัยช่วยนายศราวุธ เพชรพนมพร ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายกอบจ.) อุดรธานี ในนามพรรคเพื่อไทย หาเสียง
โดยมีประชาชนมานั่งรอฟังการปราศรัยกว่า 10,000 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ปิดประตูทุกด้านของวัด และให้ประชาชนเข้าฝั่งทิศตะวันออกเพียงทางเดียว รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภกุมภวาปี และตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) จากกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 24 (กก.ตชด.24) ตรวจเข้มวัตถุระเบิดและสิ่งผิดกฎหมาย

โดยนายณัฐวุฒิ ปราศรัยว่า นี่ไม่ใช่วาระเรื่องนายกอบจ. แต่เป็นวาระประวัติศาสตร์ที่นายทักษิณ ซึ่งเป็นอดีตนายกฯ มีผลงานมากมายในอดีตกำลังเดินทางมาที่นี่ และวันนี้เราไม่ได้หาเสียง แต่มาหาคะแนนให้นายศราวุธล้วนๆ
การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาจนถึงการจัดตั้งรัฐบาลพรรคเพื่อไทย และน.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกฯ เศรษฐกิจปัญหาประเทศมากมาย ต้องการการแก้ไข แต่ถามว่ารัฐบาลนี้ทำงานโรยด้วยกลีบกุหลาบหรือไม่ ก็ไม่ เพราะมีคนคอยจ้อง คอยแซะอยู่ตลอด ชาวบ้านปวดหัวกับดิไอคอน แต่รัฐบาลปวดหัวกับดิอาฆาต ผ่านมา 10 ปียังอาฆาตอยู่
แม้รัฐบาลขยับซ้ายเขาก็ด่าขวา รัฐบาลขยับขวาเขาก็ด่าซ้าย เอาเรื่องเกาะกูดมาโจมตี ขอให้พี่น้องชาวอุดรไม่ต้องเสียกำลังใจ ไม่มีเรื่องเสียแผ่นดินแน่นอน มีแต่เรื่องเสียเวลากับดิอาฆาต ดังนั้น ขอให้ตั้งหลักให้ดีๆ ให้เวลาที่รัฐบาลเหลืออยู่อีกสองปีกว่าได้ทำหน้าที่
อย่างไรก็ตาม ตนทราบข่าวว่า หลังจากที่นายกฯ กลับจากเปรูจะมีข่าวดีเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างการแก้หนี้ ทุกครั้งที่เป็นรัฐบาล เรามีนโยบายที่จดจำอยู่ในหัวใจของประชาชน จริงๆ รัฐบาลนี้ไม่ใช่เวทีหมอลำ แต่ทำไมถึงมีนักร้องเยอะเหลือเกิน และรัฐบาลแพทองธารจะอยู่ครบวาระแน่นอน คอยดู
ขอพี่น้องอย่าไปกังวลเลย เพราะนักร้องบางคนภัยจะถึงตัว เดี๋ยวเขาจะถูกร้องเหมือนกัน แต่ไม่ใช่พรรคเพื่อไทยที่จะไปร้อง แต่เป็นคนที่เขารำคาญที่จะไป ย้ำว่าขออย่ากังวล และขอให้ปักหลักเดินไปด้วยกัน

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาเราเคยได้สส.ยกจังหวัด แต่ครั้งที่ผ่านมา เราพลาดไป 3 เขต คราวนี้เลยต้องมาทวงสัญญา ขอให้ยกจังหวัดสักที เพื่อเอาไปทำงาน ซึ่งเมื่อนายศราวุธได้รับเลือกเข้ามาแล้วสามารถทำงานได้เลย ไม่ใช่เด็กฝึกงาน เพราะเขาเคยเป็นสส.มาก่อน รวมถึงเคยเป็นประธานกรรมาธิการ
ตนได้ยินจากนายวิเชียร ขาวขำ นายกอบจ.ว่า มีพรรคไหนไม่รู้มาปราศรัยว่า อบจ.อุดรธานี มีงบประมาณปีละ 1,200 ล้านบาท อยู่ในตำแหน่ง 4 ปี มีงบประมาณ 4,800 ล้านบาท จะเอางบนี้ให้นายก อบจ.บริหาร แล้วทำได้แค่ที่ผ่านมา
งบปีละ 1,200 ล้านบาท ไปเป็นเงินเดือนและงบประจำไปแล้วตั้งเท่าไหร่ ซึ่งเหลืองบประมาณบริหารก็ไม่มาก ถ้าอบจ.เชื่อมกับรัฐบาลเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ถ้านายศราวุธร่วมงานกับนายกฯ แพทองธาร พลังการบริหารส่วนกลาง ส่วนท้องถิ่นจะหนุนส่งให้พี่น้องอุดรธานี ขณะนี้พี่น้องจากหลายจังหวัดเดินทางมารับฟังการปราศรัย ขอประกาศสักทีว่า จ.อุดรธานี เป็นเมืองหลวงของคนเสื้อแดงอีสาน
“รัฐบาลเตรียมของขวัญให้ประชาชนมากมายมหาศาล แต่ขออุบไว้ก่อน แต่ที่ต้องประกาศแน่ๆ วันนี้คือวันที่ 24 พ.ย. ขอให้เลือกนายศราวุธ รัฐบาลนี้ไม่กลัวเรื่องทักษิณครอบงำ ที่น่ากลัวมากกว่าคือกลุ่มพลังต่างๆ ที่คอยแทรกแซง เพราะความฉลาดอย่างนายทักษิณประเทศไทยต้องนำมาใช้
ไม่รู้ว่าเป็นอะไรพวกที่อาฆาต เขาจึงเห็นชื่อนายทักษิณไม่ได้ เห็นแล้วตาขวางตาเหลือก ทั้งที่ท่านตกระกำลำบากอยู่ต่างประเทศมากว่า 20 ปี ทำอะไรก็ไม่ได้ ขนาดจะป่วยก็ยังไม่ให้ป่วย คนอายุ 75 จะป่วยบ้างไม่ได้หรือ” นายณัฐวุฒิ กล่าว

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ถ้าได้นายศราวุธเป็นนายกอบจ. ตนจะชวนนายทักษิณมานอนที่ จ.อุดรธานีอีก คราวนี้กากันใหม่ รัฐบาลเพื่อไทยทำงานได้จริง หากทำงานไม่ได้ไม่เสนอตัวมาเป็น และนายกฯ แพทองธาร มาไม่กี่เดือน โพลสำรวจมาเป็นอันดับหนึ่งอยู่ขณะนี้ หมายความว่าคนตอบรับและคนเชื่อมั่นรัฐบาลพรรคเพื่อไทย
คนเห็นแล้วว่าจะฝากความหวังไว้ที่รัฐบาลแพทองธาร และหากนายศราวุธเข้าวิน จะชวนนายกฯ แพทองธาร มาเยี่ยมจ.อุดรธานีด้วย ขอลูกน้องคู่ใจของนายทักษิณ อย่างนายศราวุธไปทำงาน หากไม่ใช่คนที่นายทักษิณเชื่อมั่น ท่านไม่มาถึงที่นี่หรอก อีกทั้งท่านมาเพราะความเชื่อมั่นในพรรค ขออย่าให้ผิดหวัง
“เพื่อไทยเจ็บปวดที่สุด เพราะมีนายกฯ ถูกถอน 5 คนแล้ว ถูกหั่นซ้ายหั่นขวามาโดยตลอด ระดับแกนนำถูกตัดสิทธิ์ 200 กว่าคน หากไม่ดีกับประชาชน เราไม่มาถึงที่นี่ เราไม่สามารถฝ่าคลื่นฝืนลม หากไม่เคยเคียงข้างประชาชน ก็จะไม่สามารถผ่านภัยร้ายอันตรายทั้งหลายจนมาเป็นรัฐบาลวันนี้ได้ แต่วันนี้ที่ยังยืนอยู่ แม้เลือดจะท่วมตัว แต่เราไม่ยอมตาย เพราะหัวใจคือประชาชน หัวใจคนคืออีสาน หัวใจคือคนอุดร เราเลือดเดียวกัน” นายณัฐวุฒิ กล่าว
จากนั้น นายณัฐวุฒิ ขอเสียงให้เอ่ยชื่อนายกรัฐมนตรีที่อยู่ในใจประชาชน เพื่อต้อนรับนายทักษิณขึ้นเวที