อดีตพิราบขาวฯ หอบเอกสารเพิ่มเติม ยื่นกกต. สอบ ทักษิณ ครอบงำ เพื่อไทย ชี้เวทีปราศรัยหาเสียงนายกอบจ.อุดร หลักฐานชั้นดี ลั่น คนไทยไม่ได้กินหญ้า

เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2567 ที่สำนักคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายนพรุจ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006 ยื่นเอกสารเพิ่มเติมต่อ กกต. ในกรณีคำร้องยุบ 6 พรรคการเมือง โดยนายนพรุจ กล่าวว่า วันนี้ที่ตนมายื่นเพิ่มเติมกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีทอดกฐินสามัคคี ที่วัดคลองครุ (ปัฐวิกรณ์) เมื่อวันที่ 9 พ.ย 2567 และได้ให้สัมภาษณ์ว่าจะลงพื้นที่เป็นผู้ช่วยหาเสียงนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายกอบจ.) อุดรธานี

ซึ่งไม่มีการคัดค้านจากฝั่งของพรรคเพื่อไทยว่าจะไม่ให้นายทักษิณ ผู้ต้องหาคดีทุจริตไปร่วมเป็นผู้ช่วยหาเสียงด้วย นั่นแสดงว่าพรรคเพื่อไทยปล่อยปละละเลยในการตรวจสอบตำแหน่งต่างๆ

ต่อมาเหตุการณ์เมื่อวันที่ 13 พ.ย.2567 ที่จ.อุดรธานี นายทักษิณก็ได้เป็นผู้ช่วยหาเสียง แต่ต้องอย่าลืมว่า ทั้งผู้ช่วยหาเสียง และผู้สมัครนายกอบจ. เป็นไปตามมติของพรรคส่ง และตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 21 วรรคหนึ่ง ที่มีผลบังคับใช้ได้จริง ซึ่งพรรคต้องคัดและพิจารณาอย่างรอบคอบ ในการส่งผู้สมัครและตำแหน่งในทางการเมืองต่างๆ

นายนพรุจ กล่าวว่า คำปราศรัยของนายทักษิณ เมื่อวันที่ 13-14 พ.ย.นั้น มีพฤติกรรมที่เห็นชัดเจนว่าเป็นเจ้าของพรรคเพื่อไทย อีกทั้งมีคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) มานั่งเป็นวอลเปเปอร์ในการปราศรัย แสดงให้เห็นว่าเป็นบุคคลที่มีความสำคัญ

อีกทั้งวันนั้นนายทักษิณ มีการพูดถึงนโยบายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าแรงขั้นต่ำ 700 บาท ซึ่งยังไม่เคยปรากฏในการหาเสียงของพรรคเพื่อไทยเลย และพูดว่าจะสั่งการให้รัฐบาลทำอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งไม่ได้พูดถึงนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้งนายกอบจ. และผู้สมัครนายกอบจ.ในวันนั้นก็ไปแค่ยืนโชว์ตัว

ถ้อยคำของนายทักษิณเป็นการครอบงำผู้สมัครนายกอบจ. และเป็นการครอบงำมติพรรคด้วย และการคิดนโยบายต่างๆ ที่ออกนอกกรอบ ไม่เกี่ยวกับการหาเสียงนายกอบจ.

ดังนั้น การหาเสียงในวันดังกล่าว จึงถือเป็นเวทีในการหาเสียงของนายทักษิณ และส่อที่จะมีอิทธิพลเหนือรัฐบาล ในการกำหนดนโยบายต่างๆ และการขานรับของ กก.บห.พรรค เป็นไปอย่างราบรื่นไม่ได้ขัดขวาง ดังนั้นวันนี้นายทักษิณ ถือเป็นสัญลักษณ์ของพรรคเพื่อไทย

“คนไทยไม่ได้กินหญ้า รู้ว่าพรรคเพื่อไทยเป็นของนายทักษิณ และสามารถสั่งการได้ ไม่ได้เป็นการครอบงำ แต่เป็นการครอบครองพรรคเพื่อไทย และมีอิทธิพลเหนือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯและกก.บห.พรรคทุกคน ดังนั้น วันนี้ผมจึงมายื่นร้องเพิ่มเติม ด้วยคลิปเสียงคำพูดในวันปราศรัยหาเสียง สิ่งที่ท่านพูดว่า หมาอยู่ส่วนหมา คนอยู่ส่วนคน เพิ่มเป็นบุคคลที่เหยียดหยามคนไทย

ท่านเป็นคนไทยหรือเปล่า ที่หยามคนไทยด้วยกัน ผมก็เป็นอดีตลูกน้องท่าน การที่มาร้องเรียนมาจากท่านทำตัวเหนือกฎหมาย ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ท่านเคยศึกษาหลักเสรีภาพ ความเสมอภาคบ้างหรือไม่ พรรคเพื่อไทยไม่ใช่เจ้าของแผ่นดิน ทำตัวเหนือกฎหมาย เหนือความถูกต้อง ถ้าไม่มีพฤติกรรมให้ร้องเรียนใครจะมาร้องได้ ทั้งนี้ ไม่กลัวจะถูกฟ้องร้องกลับ เราทำสิ่งถูก แม้จะตายก็ยอม” นายนพรุจ

นายนพรุจ กล่าวว่า นายทักษิณ ครอบงำพรรคโดยสิ้นเชิง ทั้งตึกชินวัตร 3 เป็นธุรกิจของทักษิณ บ้านจันทร์ส่องหล้าเป็นของนายทักษิณ อยู่ในเวลาพักโทษเป็นสถานกักกัน ท่านชี้นำ ครอบงำ สั่งการ รวมทั้งควบคุมกิจการทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย 100% หลักฐานทั้งหมดเป็นของท่านทั้งสิ้น ตนไม่ได้แต่งเติม ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้หลักนิติรัฐนิติธรรม จะมาบอกว่านายทักษิณคือนิติรัฐนิติธรรมไม่ได้ ถ้าคิดว่าตนก้าวก่าย ร้องมั่วซั่วเป็นหมาก็ฟ้องเลยจะได้สู้กันในศาล คนไทยจะได้รู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน