ชูศักดิ์ บอกรู้ตั้งแต่เห็นคำร้อง ‘ธีรยุทธ’ ไปไม่ได้ เหตุไม่เข้าเกณฑ์ล้มล้างการปกครอง แต่อยู่ที่ศาลรธน. รอดูอีกทีฟ้องกลับหรือไม่ หากศาลยกคำร้อง แต่รับคนในเพื่อไทยอยากหยุดพวกนักร้อง
เมื่อวันที่ 20 พ.ย.2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ศาลรัฐธรรมนูญ นัดพิจารณารับหรือไม่รับคำร้องของนายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ที่ขอให้ศาลมีคำสั่งให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และพรรค พท. ยุติการกระทำที่เข้าข่ายการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในวันที่ 22 พ.ย.นี้ ว่า เป็นดุลยพินิจของศาลว่าจะเห็นอย่างไร
แต่เราสู้ไปว่า มันไม่เข้าเกณฑ์ล้มล้างการปกครอง คนไปคุยกัน ไปดูรายละเอียดกัน ไปทำนู่นทำนี่ แสดงความเห็นเรื่องนั้นเรื่องนี้ มันจะเป็นการล้มล้างการปกครองไปได้อย่างไร พวกเราทราบดีว่าการล้มล้างการปกครอง ต้องเป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
แต่นี่มันตรงกันข้าม เช่น คุยกันว่าจะตั้งรัฐบาล มันจะไปล้มล้างการปกครองตรงไหน ตนคิดว่ามันไม่เข้าเกณฑ์ เราก็สู้ไปว่าไม่เข้าเกณฑ์ และทราบจากข่าวว่าทางอัยการสูงสุดมีความเห็นว่าไม่เข้าเกณฑ์ แต่ศาลรัฐธรรมนูญจะรับไว้หรือไม่ เป็นดุลยพินิจของศาล ตนไม่ก้าวล่วง
เมื่อถามว่าการที่อัยการสูงสุด มีความเห็นแบบนี้ ทำให้พรรคเพื่อไทยใจชื้นหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า จริงๆ รู้อยู่แล้วว่าข้อกฎหมายมันไปไม่ได้ เรารู้ตั้งแต่ต้น หลังจากเห็นคำร้องว่ามันไปไม่ได้
เมื่อถามว่าหากศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง จะฟ้องกลับนายธีรยุทธหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า อันนั้นต้องว่ากันอีกที ดูว่าศาลไม่รับคำร้องเพราะอะไร
เมื่อถามย้ำว่ามีโอกาสฟ้องกลับหรือไม่ เพื่อห้ามปรามให้มีการฟ้องร้องอะไรที่ไม่มีมูลอีก นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ตนไม่อยากมีอะไรที่เรียกว่านิติสงคราม ฟ้องกันไปฟ้องกันมา ใจจริงอยากให้ประเทศมันเดินหน้า ไม่อยากเอาเรื่องที่ไม่มีสาระอะไร แต่หลายคนในพรรค ก็คิดอยู่เหมือนกันว่าเราจะหยุดขบวนการนี้อย่างไร ซึ่งก็ว่ากันไป