‘ณัฐวุฒิ’ ลั่น หากไม่มีกลไก-อุบัติเหตุทางการเมืองใด ทำกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญสะดุด จะเห็น ส.ส.ร.ทันในปี 68 ชี้ หมุดหมาย ได้ รธน.ใหม่ในปี 70 สวยงามที่สุด ย้อน ‘วันนอร์’ นัดประชุมวิปสามฝ่าย ถกกรอบเวลาประชุมร่วมรัฐสภาก่อน
เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุม กมธ.ฯ ในวันที่ 4 ธันวาคมนี้ว่า จะเป็นการประชุมเพื่อพิจารณารายงานครั้งสุดท้ายว่าแต่ละครั้งที่มีการประชุมมีการประชุมกันอย่างไร สุดท้ายที่ประชุมมีมติอย่างไร รวมถึงมีข้อสังเกตร่วมกันของ กมธ.อย่างไรบ้าง แต่ยังมีประเด็นที่เป็นข้อถกเถียงกันอยู่เล็กน้อยคือ มี กมธ.บางคนอยากให้รายงานฉบับนี้ระบุด้วยว่า กมธ.ที่มีความเห็นแตกต่างนั้น มีความเห็นอย่างไรบ้าง โดยในส่วนนี้เป็นส่วนที่ยังไม่ได้ข้อสรุป ต้องอาศัยที่ประชุมในวันที่ 4 ธันวาคมว่าจะสามารถใส่ความเห็นนี้ไปได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม แม้จะใส่ความคิดเห็นดังกล่าวไปในรายงานครั้งสุดท้ายได้หรือไม่นั้น แต่จะมีการบันทึกไว้ในการประชุม กมธ.แต่ละครั้งอยู่แล้ว โดยสส.ทั้งหมดมีความเห็นตรงกันว่าไม่เห็นด้วยกับร่างที่ลงมติในครั้งนี้ ซึ่งจะนำไปถึงการลงมติในที่ประชุมรัฐสภาต่อไป
เมื่อถามว่า ทั้งสส.และสว.ต่างยังยืนยันจุดยืนของตัวเอง มองว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะสำเร็จในรัฐบาลนี้หรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตอนแรกเราไม่มั่นใจว่าจะสามารถเดินหน้าต่อให้แล้วเสร็จได้หรือไม่ แต่เราก็พยายามกระตุ้นตลอดว่าสามารถทำได้ โดยที่ไม่ต้องรอกฎหมายประชามติ เพราะขณะนี้กฎหมายประชามติอาจจะยากที่จะผ่านในระยะเวลาอันสั้น หรือจะผ่านโดยร่างของสส.หรือสว. เนื้อหาสุดท้ายจะออกมาเป็นอย่างไร เราก็ยังไม่ทราบ หรือแม้กระทั่งสุดท้ายหาก สส.เห็นตรงกัน ระยะเวลาที่กฎหมายจะผ่านก็อีกนาน แต่เรายังเชื่อมั่นว่าสามารถทำประชามติ 2 ครั้งเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญได้
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันประชาชนก็ต้องช่วยกันเรียกร้องไปยังรัฐบาลถึงความมุ่งมั่น ความตั้งใจ และเจตนารมณ์ที่เคยประกาศไว้ว่าอยากแก้ไขรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จในสภาฯ ชุดนี้ ซึ่งในส่วนนี้เราก็สนับสนุน แต่เราก็จะหาแนวทางให้มากที่สุดเพื่อนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับให้ได้ รวมถึงได้ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญบางประเด็นหรือรายมาตราในเรื่องที่มีความจำเป็น ที่เห็นว่าควรมีการแก้ไขเข้าไปพร้อมกัน
เมื่อถามว่า มองอย่างไรกรณีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่าจะนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจำนวน 14 ฉบับเข้าสภาฯ เพื่อพิจารณาในเดือนธันวาคมนี้ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ก่อนปิดสมัยประชุมสภาฯ วิปรัฐบาลกับวิปฝ่ายค้านได้เคยหารือกันว่า จะสามารถเปิดประชุมร่วมรัฐสภาหลังเปิดสมัยประชุมสภาฯ ได้ ในสัปดาห์ที่ 2 ซึ่งขณะนั้นมีร่างรัฐธรรมนูญที่จะเข้าสู่การพิจารณาเพียงแค่ 3-4 ฉบับ แต่ขณะนี้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราที่ส่งมานั้นมีจำนวนมากขึ้น และยังไม่ทราบว่าจะมีพรรคอื่นส่งเข้ามาเพิ่มอีกหรือไม่
นายณัฐวุฒิ กล่าวด้วยว่า ฉะนั้น ต้องขอขอบคุณที่นายวันมูหะมัดนอร์ ที่มีความมุ่งมั่น ความตั้งใจ ที่อยากให้มีการประชุมในเดือนธันวาคม แต่ต้องขอเรียกร้องไปยังนายวันมูหะมัดนอร์ ในฐานะที่ตนก็เป็นวิปฝ่ายค้านว่าขณะนี้ยังไม่ได้มีการประสานงาน หรือนัดหมายวิปสามฝ่าย เพื่อหารือว่าจะประชุมร่วมรัฐสภาในวันไหน จะใช้กรอบเวลาเท่าไหร่ จะมีกระบวนการพิจารณาหรือลงมติอย่างไร รวมถึงเราต้องมาดูว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 14 ฉบับนั้นเป็นอย่างไรบ้าง แต่หากไม่มีการเริ่มต้นเลย ก็จะเดินหน้าไม่ได้
“นี่คือความพยายามเบื้องต้นในการเดินหน้ารัฐธรรมนูญเพื่อปลดล็อกกติกาบางอย่าง หรือเงื่อนไขบางอย่างที่ยังเป็นปัญหาอุปสรรคต่อการเปลี่ยนผ่านประเทศไทย แต่อย่าลืมว่าหัวใจหลักที่สำคัญที่สุด ปัญหาของรัฐธรรมนูญ 2560 คือที่มาและกระบวนการร่าง ซึ่งเราก็อยากเห็นความจริงใจและความตั้งใจที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับโดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด แม้จะไม่เกิดขึ้นในเร็ววัน แต่ก็คงต้องพยายามให้ได้มากที่สุด เพื่อให้เกิดกระบวนการทำประชามติ หรือเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับให้ได้ และในอดีตเคยมีรัฐธรรมนูญปี 40 50 และ 60 เราก็ปักหมุดไว้ว่าหากมีรัฐธรรมนูญใหม่ที่เกิดจาก ส.ส.ร. ในปี 70 ก็จะสวยงามที่สุด และยังคาดหวังว่าจะผ่านในปี 70 อยู่ แต่จะทันหรือไม่ทันสภาฯ ชุดนี้ ผมไม่ทราบ แต่ขอเอาเป็นหมุดหมายว่าให้ทันในปี 70 ไว้ก่อน“ นายณัฐวุฒิ กล่าว
เมื่อถามว่า หากทำประชามติแค่ 2 ครั้งประเมินว่าจะเห็น ส.ส.ร. ได้ทันปี 2568 หรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ความเป็นไปได้ในปี 2568 มีอยู่สูง ซึ่งก็หวังว่าจะไม่มีกลไกอื่นที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุทางการเมือง จนทำให้กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น เดินหน้าไม่ได้ ซึ่งหากปล่อยให้กลไกหรือสภาฯ เดินหน้าโดยปกติก็น่าจะเกิดขึ้นได้ รวมถึงต้องทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะนำไปสู่การแก้ไขเชิงโครงสร้างทางการเมือง เพื่อแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน