“ทวี สอดส่อง” รมว.ยุติธรรม สั่งสอบ แก๊งมิจฉาชีพขาใหญ่ในเรือนจำ ตุ๋นผู้ต้องขัง พบเป็นเหตุปี 61 ตั้งแต่รัฐบาลชุดเก่า
จากกรณี นายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม นำ นายปัญญา กาลเศรษฐี ผู้เสียหายที่เคยเป็นผู้ต้องขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เข้ายื่นหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตรวจสอบเครือข่ายการทุจริตหลอกลวงเงินผู้เสียหายในเรือนจำ
เนื่องจากมีกลุ่มมิจฉาชีพชื่อย่อ ท. กับพวกอ้างว่า สามารถโอนเงินแล้วจะช่วยเหลือผู้ต้องขังในเรือนจำได้เร็วขึ้น จนมีผู้หลงเชื่อ เสียค่าถูกหลอกประมาณกว่า 10 ล้านบาท นอกจากนี้ยังพบว่ามีการหลอกลวงคนอื่นๆ รวมแล้ว 86 ล้านบาท ซึ่งอาจจะโยงไปถึงผู้มีอิทธิพลทั้งในและนอกเรือนจำหรือไม่
โดยตอนหนึ่ง นายปัญญา ระบุว่า รวมผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 20 ครอบครัว มูลค่าเกิน 100 ล้านบาท เพราะแค่ของตน 5 ครอบครัวมูลค่า 86 ล้านบาท ยังมีการเรียกรับเงินแรกเข้า 200-300 คน ค่าใช้จ่ายค่าดูแลคนละ 50,000-100,000 บาท และมีหลักฐานการเงินเข้า 15 บัญชี เมื่อได้เงินแล้วก็จะถ่ายเงินโอนออก หลังจากนี้จะนำผู้เสียหายอีกกว่า 10 ครอบครัวมาเปิดเผยข้อเท็จจริง
ล่าสุด วันที่ 3 ธ.ค. 2567 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม เผยว่า สั่งตรวจสอบกรณีดังกล่าว ซึ่งเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร รายงานว่า ได้รับตัว นายสุวิน นาคปรีชา หรือนายปัญญา กาลเศรษฐี (ผู้ร้อง) ไว้คุมขัง ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. 2560 และได้รับอภัยโทษปล่อยตัว เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2562 และรับตัว นาย ท. (ผู้ถูกร้อง) ตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. 2560 และได้รับอภัยโทษปล่อยตัว เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2563
ต่อมากรมราชทัณฑ์ ให้เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีนายปัญญา (ผู้ร้อง) และให้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีนายปัญญากล่าวหาว่า เจ้าหน้าที่มีส่วนให้การช่วยเหลือและรู้เห็นเกี่ยวกับการหลอกลวงฉ้อโกงผู้ต้องขังภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร
คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ไม่มีส่วนรู้เห็นในการกระทำของนาย ท. ซึ่งในขณะที่นายปัญญา และนาย ท. ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ไม่มีการร้องเรียนในประเด็นดังกล่าว
สำหรับการณีร้องเรียนดังกล่าว เกิดขึ้นภายหลังจากที่นายปัญญา และนาย ท. ได้ปล่อยตัวออกจากเรือนจำไปแล้ว