ยธ.แจงมีมติ 8:0 พักโทษ เสี่ยเปี๋ยง เหตุเข้าเกณฑ์ป่วยรุนแรง ไตเสื่อมระยะสุดท้าย ชี้พักโทษยังอยู่ระหว่างการรับโทษ ต้องรายงานตัวกรมคุมประพฤติตามกำหนด

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 6 ธ.ค.67 ที่กระทรวงยุติธรรม ถ.แจ้งวัฒนะ นายสมบูรณ์ ม่วงกล่ำ ที่ปรึกษา รมว.ยุติธรรม พร้อมผู้บริหารกรมราชทัณฑ์ แถลงประเด็นปล่อยตัว พักการลงโทษของ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ และ นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง ซึ่งเป็นกระแสข่าวที่อยู่ในความสนใจของประชาชนอยู่ในขณะนี้

พ.ต.ท.เชน กาญจนาปัจจ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า การพิจารณาการพักโทษของกรมราชทัณฑ์มี 2 รูปแบบ โดยแบบปกติเป็นนักโทษชั้นกลาง ชั้นดีเยี่ยม การจำคุกมาแล้ว 2 ใน 3 ขอกำหนดโทษ ส่วนแบบพิเศษเป็นการจำคุกมาแล้ว 1 ใน 3 รวมทั้งมีอาการป่วยรุนแรงและเฉพาะกฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งจะพิจารณาเสนอรายชื่อจากทางเรือนจำและคณะกรรมการ 8 ราย เข้าอนุกรรมการกรมราชทัณฑ์ 19 ราย ประกอบด้วย ตำรวจ อัยการ แพทย์ ศาล กรม ประพฤติ โดยมีปลัด ยธ. เป็นประธาน

ทั้งนี้ ในปี 66 มีการพักโทษแบบปกติ 10,552 คน แบบพิเศษ 1,776 คน รวม 12,328 คน ส่วนปี 67 มีการพักโทษแบบปกติ 6,792 คน แบบพิเศษ 1,320 คน รวมทั้งสิ้น 8,112 คน ข้อมูล ณ วันที่ 5 ม.ค.67

นายสมบูรณ์ ศิลา ผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรม เปิดเผยว่า กรณี นายอภิชาติ หรือเสี่ยเปี๋ยง ได้รับโทษในแบบกรณีพิเศษ มีอายุเกิน 70 ปี และมีโรคป่วยร้ายแรง 7 โรค โดยเฉพาะโรคไตวายเรื้อรัง มีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิต หากอยู่ในสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม เข้ากลุ่มผู้ป่วย 608 ซึ่งต้องอยู่ในกระบวนการรักษาที่เหมาะสม รวมทั้งมีผู้อุปการะเป็นหลักแหล่ง โดยการพิจารณาความเห็นของคณะอนุกรรมการมีความเห็นชอบ 8:0 ในการพักโทษ เสี่ยเปี๋ยง ก่อนเสนอในระดับกรมราชทัณฑ์ต่อไป อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ต้องขังคดีจำนำข้าวอีก 2 รายอยู่ในเรือนจำกลางคลองเปรม เพราะโทษยังไม่เข้าหลักเกณฑ์

นพ.วัฒน์ชัย มิ่งบรรเจิดสุข ผอ.ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า สุขภาพของ เสี่ยเปี๋ยง มีประวัติโรคประจำตัวตามวัยอยู่แล้ว ทั้งเบาหวาน ความดันโลหิตสูง กระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อม มีแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด กระทั่งปี 65 พบความผิดปกติมีภาวะบวม ปัสสาวะออกน้อย จากการตรวจเลือดมีค่าไตผิดปกติ จึงส่งตัวไปรักษาต่อโรงพยาบาลภายนอกที่มีศักยภาพสูงกว่าคือ รพ.รามาธิบดี มีแพทย์เฉพาะทางดูแลโรคไต จากวินิจฉัยโรคพบว่าเป็นโรคไตเสื่อมระยะสุดท้าย ต้องฟอกไต ล้างไตด้านหน้าท้อง จนกลางปี 66 ต้องเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนไต แต่ เสี่ยเปี๋ยง ยังช่วยเหลือตัวเองได้ระดับหนึ่ง ในปี 66 มีผู้ต้องขังเป็นโรคไตประมาณ 15 ราย เข้าเกณฑ์พักโทษ 1 ใน 3 และยังมีผู้ต้องขังโรคไตอีกหลายรายกำลังเข้าสู่กระบวนการพิจารณา ถ้าเข้าเกณฑ์พักโทษ

นายสมบูรณ์ ม่วงกล่ำ กล่าวว่า คณะอนุกรรมการเรือนจำ มีการเสนอชื่อผู้ป่วยหนักมา 3 ราย แต่พิจารณาเพียง 2 ราย คือ “เสี่ยเปี๋ยง” ป่วยโรคไตร้ายแรง และผู้ต้องหาเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย 1 ราย ส่วนผู้ต้องขังความผิดต่อศีลธรรมอีก 1 รายได้ปัดตกไป โดย เสี่ยเปี๋ยง ได้รับอภัยโทษ 5 ครั้ง แต่เข้าเกณฑ์พักโทษกรณีเจ็บป่วยร้ายแรง แม้บางคนอายุน้อยก็สามารถเข้าหลักเกณฑ์ได้ รวมถึงเป็นผู้ต้องขังรายแรกที่เข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนไต นอกนั้นเป็นผู้ต้องขังฟอกไต ซึ่งการพักโทษยังอยู่ระหว่างการรับโทษ และต้องรายงานตัวตอบกรมคุมประพฤติตามกำหนด นอกจากนี้ ในส่วนนายบุญทรง เตริยาภิรมณ์ โทษจำคุก 48 ปี ได้รับอภัยโทษ 4 ครั้ง จนเหลือ 10 ปี 8 เดือน จำคุก 7 ปี 3 เดือน 10 วัน ครบ 2 ใน 3 ตามเงื่อนไขแบบปกติ

เมื่อถามว่าคดีทุจริตที่เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมืองโทษจำคุก 40 กว่าปี แต่รับโทษจริงไม่ถึง 10 ปีนั้น นายสมบูรณ์ ม่วงกล่ำ กล่าวว่า การอภัยโทษเป็นพระราชอำนาจ ไม่เกี่ยวข้องกับกระทรวงยุติธรรมและกรมราชทัณฑ์เป็นเพียงต้นเรื่องให้ยื่นคำร้องผ่าน นายกรัฐมนตรี เพื่อถวายกราบบังคมทูลฯ

เมื่อถามว่าเสี่ยเปี๋ยงป่วยหนักจะเข้ากรณี นายทักษิณ ชินวัตร เคยอ้างเจ็บป่วยจนถูกส่ง รพ.ตำรวจ จนเกิดข้อครหานั้น นายสมบูรณ์ กล่าวว่า การวินิจฉัยมาจากแพทย์และต้องส่ง รพ. เพื่อรักษาตัวต่อ อีกทั้ง เรื่องดังกล่าวอยู่ใน ป.ป.ช. ดำเนินการแล้วจึงไม่ขอลงรายละเอียด ส่วนคดีผู้ต้องหาคดีจำนำข้าวหลายรายถูกปล่อยตัวในรัฐบาลชุดนี้ อาจเป็นช่วงถูกลงโทษครบเงื่อนไขพอดี

นายพรประศม แก้วเสถียร ผู้อำนวยการกลุ่มงานพักโทษการลงโทษ กองทัณฑปฏิบัติ กรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า ส่วนกรณี นายภูมิ สาระผล ผู้ต้องหาคดีจำนำข้าว กำหนดโทษ 8 ปี จำมาแล้ว 6 ปี 12 เดือนเศษ ได้รับการปล่อยตัวแบบปกติ ในเดือน ส.ค.67 นอกจากนี้ในส่วนคดีบ้านเอื้ออาทรของ เสี่ยเปี๋ยง ยังถูกอายัดคดีและอยู่ในการเกณฑ์พักโทษ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน