มาตรการแก้หนี้‘บ้าน-รถ-เอสเอ็มอี’
หมายเหตุ : ครม. เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. อนุมัติมาตรการแก้ชุดใหญ่ตามมาตรการแก้หนี้โครงการ “คุณสู้ เราช่วย ปิดหนี้ได้ไว ไปต่อได้เร็ว” ตามที่กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สมาคมธนาคารไทย สมาคมธนาคารนานาชาติ สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ผู้ประกอบการธุรกิจที่มิใช่สถาบันการเงิน (Non-Banks) บางแห่ง ร่วมกันผลักดัน
คาดมีลูกหนี้ที่มีคุณสมบัติรับความช่วยเหลือ 6 แสนบัญชี ยอดหนี้กว่า 4.5 แสนล้านบาท
⋅สินเชื่อบ้าน
ไม่เกิน 5 ล้านบาท
⋅รูปแบบการช่วยเหลือ
⋅ลดภาระการผ่อนชำระค่างวด 3 ปี
ปีที่ 1 ชำระค่างวดร้อยละ 50
ปีที่ 2 ชำระค่างวดร้อยละ 70
ปีที่ 3 ชำระค่างวดร้อยละ 90
ค่างวดทั้งหมดจะนำไปตัดเงินต้น
⋅พักดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 ปี
ดอกเบี้ยที่พักไว้จะได้รับการยกเลิกทั้งหมด หากลูกหนี้ปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ตลอดช่วงเวลา 3 ปี ที่อยู่ในมาตรการ
สามารถชำระมากกว่าค่างวดขั้นต่ำที่กำหนดได้ เพื่อตัดเงินต้นเพิ่มและปิดหนี้ได้ไว
⋅ลูกหนี้ที่เข้าร่วมมาตรการได้
เป็นหนี้ที่เกิดก่อน 1 ม.ค. 2567
มีสถานะบัญชี ณ วันที่ 31 ต.ค. 2567
– ค้างชำระเกิน 30 วัน แต่ไม่เกิน 365 วัน
– ไม่ค้างชำระหรือค้างชำระไม่เกิน 30 วัน และเคยมีประวัติค้างชำระเกิน 30 วัน และปรับโครงสร้างหนี้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2565
⋅เงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ
– ไม่สามารถกู้ยืมใหม่ได้ ในช่วง 12 เดือนแรก
ยกเว้นกรณีเอสเอ็มอีที่ต้องกู้เพื่อเสริมสภาพคล่อง โดยจะพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้
– มีการรายงานข้อมูลการเข้ามาตรการในเครดิตบูโร
– หากลูกหนี้ไม่สามารถจ่ายชำระค่างวดขั้นต่ำได้ตามที่กำหนด หรือไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขอื่นๆได้ ลูกหนี้ต้องออกจากมาตรการและชำระดอกเบี้ยในอัตรา 50% ของดอกเบี้ยที่พักไว้
– หากสัญญาสินเชื่อมีผู้ค้ำประกัน ผู้ประกันต้องให้ความยินยอมเข้าร่วม
⋅สินเชื่อเช่าซื้อรถ
เช่าซื้อรถยนต์ ไม่เกิน 800,000 บาท
เช่าซื้อรถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 50,000 บาท
⋅รูปแบบการช่วยเหลือ
ลดภาระการผ่อนชำระค่างวด 3 ปี
ปีที่ 1 ชำระค่างวดร้อยละ 50
ปีที่ 2 ชำระค่างวดร้อยละ 70
ปีที่ 3 ชำระค่างวดร้อยละ 90
ค่างวดทั้งหมดจะนำไปตัดเงินต้น
⋅พักดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 ปี
ดอกเบี้ยที่พักไว้จะได้รับการยกเลิกทั้งหมด หากลูกหนี้ปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ตลอดช่วงเวลา 3 ปี ที่อยู่ในมาตรการ
สามารถชำระมากกว่าค่างวดขั้นต่ำที่กำหนดได้ เพื่อตัดเงินต้นเพิ่มและปิดหนี้ได้ไว
⋅ลูกหนี้ที่เข้าร่วมมาตรการได้
เป็นหนี้ที่เกิดก่อน 1 ม.ค. 2567
มีสถานะบัญชี ณ วันที่ 31 ต.ค. 2567
– ค้างชำระเกิน 30 วัน แต่ไม่เกิน 365 วัน
– ไม่ค้างชำระหรือค้างชำระไม่เกิน 30 วัน และเคยมีประวัติค้างชำระเกิน 30 วัน และปรับโครงสร้างหนี้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2565
⋅เงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ
– ไม่สามารถกู้ยืมใหม่ได้ ในช่วง 12 เดือนแรก
ยกเว้นกรณีเอสเอ็มอีที่ต้องกู้เพื่อเสริมสภาพคล่อง โดยจะพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้
– มีการรายงานข้อมูลการเข้ามาตรการในเครดิตบูโร
– หากลูกหนี้ไม่สามารถจ่ายชำระค่างวดขั้นต่ำได้ตามที่กำหนด หรือไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขอื่นๆได้ ลูกหนี้ต้องออกจากมาตรการและชำระดอกเบี้ยในอัตรา 50% ของดอกเบี้ยที่พักไว้
– หากสัญญาสินเชื่อมีผู้ค้ำประกัน ผู้ประกันต้องให้ความยินยอมเข้าร่วม
⋅สินเชื่อเอสเอ็มอี
-ไม่เกิน 5 ล้านบาท
-มีสถานะเป็นบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล
⋅รูปแบบการช่วยเหลือ
ลดภาระการผ่อนชำระค่างวด 3 ปี
ปีที่ 1 ชำระค่างวดร้อยละ 50
ปีที่ 2 ชำระค่างวดร้อยละ 70
ปีที่ 3 ชำระค่างวดร้อยละ 90
ค่างวดทั้งหมดจะนำไปตัดเงินต้น
พักดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 ปี
ดอกเบี้ยที่พักไว้จะได้รับการยกเลิกทั้งหมด หากลูกหนี้ปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ตลอดช่วงเวลา 3 ปี ที่อยู่ในมาตรการ
สามารถชำระมากกว่าค่างวดขั้นต่ำที่กำหนดได้ เพื่อตัดเงินต้นเพิ่มและปิดหนี้ได้ไว
⋅ลูกหนี้ที่เข้าร่วมมาตรการได้
เป็นหนี้ที่เกิดก่อน 1 ม.ค. 2567
มีสถานะบัญชี ณ วันที่ 31 ต.ค. 2567
– ค้างชำระเกิน 30 วัน แต่ไม่เกิน 365 วัน
– ไม่ค้างชำระหรือค้างชำระไม่เกิน 30 วัน และเคยมีประวัติค้างชำระเกิน 30 วัน และปรับโครงสร้างหนี้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2565
⋅เงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ
– ไม่สามารถกู้ยืมใหม่ได้ ในช่วง 12 เดือนแรก
ยกเว้นกรณีเอสเอ็มอีที่ต้องกู้เพื่อเสริมสภาพคล่อง โดยจะพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้
– มีการรายงานข้อมูลการเข้ามาตรการในเครดิตบูโร
– หากลูกหนี้ไม่สามารถจ่ายชำระค่างวดขั้นต่ำได้ตามที่กำหนด หรือไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขอื่นๆได้ ลูกหนี้ต้องออกจากมาตรการและชำระดอกเบี้ยในอัตรา 50% ของดอกเบี้ยที่พักไว้
– หากสัญญาสินเชื่อมีผู้ค้ำประกัน ผู้ประกันต้องให้ความยินยอมเข้าร่วม
*สินเชื่อบัตรเครดิต/สินเชื่อส่วนบุคคล
หากมีบ้าน/รถที่เข้าเงื่อนไขข้างต้น เข้ามาตรการรวมหนี้ได้ สามารถนำมารวมกับสินเชื่อบ้าน/สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์-รถจักรยานยนต์
ภายใต้ระดับความเสี่ยงที่สถาบันการเงินรับได้ โดยวงเงินรวมต้องไม่เกินตามที่กำหนด
⋅มาตรการ ‘จ่าย ปิด จบ’
⋅ลูกหนี้บุคคลธรรมดาที่เป็นหนี้เสีย (NPLs) มียอดเงินคงค้างไม่เกิน 5,000 บาท
⋅ลูกหนี้ต้องเข้าไปเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้
⋅ลูกหนี้จะได้รับการปรับโครงสร้างหนี้แบบผ่อนปรน โดยลูกหนี้ต้องชำระหนี้บางส่วนเพื่อจ่ายและปิดจบได้เร็วขึ้น
ลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการได้
– ลูกหนี้บุคคลธรรมดาทุกประเภท ทั้งที่มีหลักประกัน/ไม่มีหลักประกัน ที่มีสถานะค้างชำระเกินกว่า 90 วัน ณ วันที่ 31 ต.ค. 2567
– มีภาระหนี้ต่อบัญชีไม่เกิน 5,000 บาท ไม่จำกัดประเภทสินเชื่อ เข้าร่วมมาตรการได้มากกว่า 1 บัญชี
****
ลูกหนี้ที่สนใจเข้าร่วมมาตรการ ศึกษารายละเอียดของมาตรการและสมัครเข้าร่วมที่ https://www.bot.or.th/khunsoo ตั้งแต่ 12 ธ.ค. 2567 ถึง 28 ก.พ. 2568
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ BOT contact center ของ ธปท. โทร. 1213 หรือ call center ของสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการและกดเบอร์ต่อ 99