นายกฯ อิ๊งค์ หัวเราะรับฉายา ‘แพทองโพย’-รัฐบาล‘พ่อ’เลี้ยง ลั่นเป็นเรื่องดีช่วยเสริมทำงาน แนะ มองผ่านดราม่า-อย่าเกลียดใคร เพราะเหนื่อย ให้มองผ่านดราม่าเป็นเรื่องๆ ยันเป้าหมายทำงานเพื่อประชาชน
เมื่อเวลา 09.55 น. วันที่ 23 ธ.ค.2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้า มาพูดคุยกับสื่อมวลชนที่บริเวณห้องปฏิบัติงานสื่อ และสอบถามถึงการจัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัมพันธ์ รับประทานอาหารเย็นร่วมกัน เนื่องในโอกาสวันปีใหม่ วันที่ 24 ธ.ค.นี้
โดยนายกฯระบุว่า มีเมนูอาหารที่หลากหลาย พร้อมถามสื่อมวลชนว่าจะมากันครบหรือไม่ และกล่าวดักคอหยอกล้อกับสื่อมวลชน ว่า “พรุ่งนี้ไม่สัมภาษณ์นะ”
จากนั้นนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงฉายารัฐบาล และฉายาของนายกฯ “แพทองโพย” ที่สื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลตั้งให้ในปี 2567 ว่า “ไม่ใช่ เราเป็นแพทองแพด เราใช้ไอแพด ไม่ได้ใช้โพย ทำไมถึงเป็นโพย โพยคือกระดาษใช่ไหม” พูดจบก็หัวเราะอย่างอารมณ์ดี และระบุว่า แซวเล่น จะปีใหม่แล้วสดใสหน่อย อย่าเครียดกันมาก วันนี้ก็ใส่เสื้อมีสีสันมา
ผู้สื่อข่าวถามว่าไม่โกรธใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวตอบเสียงสูง ว่า ไม่โกรธ จะโกรธอะไร
เมื่อถามถึงฉายา รัฐบาล“พ่อ”เลี้ยง นายกฯ หัวเราะ และกล่าวว่า เป็นเรื่องดี เพราะพ่อมีประสบการณ์ ส่งเสริมกันก็เป็นเรื่องดี ตอนยุคคุณพ่อเศรษฐกิจก็ดี ดังนั้น บางอย่างถ้าปรับใช้กับยุคนี้ได้ก็ยิ่งดี เราต้องหัดมองมุมที่ดีบ้าง จะไปมองมุมที่ต้องเป็นดราม่า ต้องทะเลาะกัน อย่างนั้นเหนื่อย ชีวิตทุกคนทำงานมาทั้งปี ตอนนี้เป็นโหมดต้องแฮปปี้
อยากให้ทุกคนคิดว่า ทำงานมาปีหนึ่ง ผ่านไปแล้วหนึ่งปีมีความสุขอะไรบ้าง ภูมิใจในตัวเองเรื่องอะไรบ้าง และอยากจะปรับปรุงอะไร อย่าไปบี้ตัวเอง หรือทำให้ตัวเองรู้สึกว่าแย่ ใกล้จะปีใหม่อยากให้สดชื่น สดใส ให้ทุกคนได้พักผ่อน อย่าไปเครียดมาก เพราะเรามีเรื่องเครียดในชีวิตเยอะแล้ว
เมื่อถามถึงวาทะแห่งปี “สามีเป็นคนใต้” นายกฯ มองอย่างไร น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า คุณพ่อเป็นคนเหนือ คุณแม่อยู่ภาคกลาง ส่วนพี่และตัวเองเป็นลูกครึ่ง ถือเป็นเรื่องดี และที่ตั้งก็คือความจริง เพราะสามีเป็นคนใต้จริง ก่อนย้อนถามสื่อว่าเป็นคนที่ไหนกันบ้าง
เมื่อถามว่าประโยคนี้ประชาชน และในโซเชียล นำไปวิจารณ์กันมากว่า นายกฯไม่ลงพื้นที่ภาคใต้ เพราะไม่มีฐานเสียงในพื้นที่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า อย่างที่พูดทุกครั้ง เราเป็นนายกฯของประเทศไทย อยู่จังหวัดไหนต้องดูแลหมด การจะลงไปจังหวัดไหน สมมติว่าน้ำท่วมหมดทุกจังหวัดนายกฯไปคนเดียวไม่ไหวแน่นอน ครม.มีหลายคนก็ช่วยกันไป หรือ สส.ไปก็ได้
โดยฉากแรก สส.ต้องดูแลพี่น้องในพื้นที่ก่อนในทุกพื้นที่ ส่วนตนถ้าไปเองได้ก็จะไปทันที และสื่อน่าจะทราบตารางทำงานว่าแน่นมาก ตั้งแต่เดือนพ.ย.-ธ.ค. พอไปได้ก็ไปเลย คนบอกว่าเราไม่ลงพื้นที่ ไม่ไปตรงนั้น แต่การเคาะเยียวยาพื้นที่ภาคใต้เร็วที่สุดทุกจังหวัด ถ้าตนมีประเด็นกับภาคใต้จริงคงไม่เคาะเยียวยา และไม่ทำ
“เป็นหนึ่งคนที่ผ่านอะไรมาเยอะในชีวิตตั้งแต่เด็ก ที่เจอเรื่องการเมืองหรืออะไรก็ตาม แต่ถ้าให้นึกว่าเกลียดใครจริง ๆ นึกไม่ออก เพราะไม่ค่อยเกลียดใคร เกลียดแล้วเหนื่อย รู้สึกว่าไม่ต้องเกลียด สมมติถ้าเราไม่ชอบ หรือเรากับบุคคลนั้นไปกันไม่ได้ ก็แค่ถอยออกมา จะไปเกลียดไม่ชอบใคร มันเหนื่อย”
ผู้สื่อข่าวถามว่าแสดงว่านายกฯ มีภูมิต้านทานทางการเมืองมาตั้งแต่เด็ก น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า จะเรียกว่าภูมิต้านทานหรือไม่ ไม่ทราบ แต่รู้สึกว่าถ้าไม่ชอบตรงไหน ก็ถอยออกมาอยู่ในจุดที่เราโอเค มีความสุข และเป็นประโยชน์ได้ ก็อยู่ตรงนั้น อย่าไปเกลียดใครมาก มันเหนื่อย
เมื่อถามว่าการทำงานหลังจากฟังเสียงสะท้อนของสื่อและสังคม ในปีหน้าตั้งเป้าไว้อย่างไรบ้าง นายกฯ กล่าวว่า เป้าของตัวเองคือความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องแก้ไขก่อน บางอย่างใช้เวลาต้องใช้เวลาในการแก้ไข เช่น เรื่องเศรษฐกิจ การเพิ่มรายได้ ต้องรีบทำคู่กันไปให้หมด ต้องคิกออฟอะไรที่จะสนับสนุนประชาชน ต้องออกให้หมด นี่คือเป้าหมาย ส่วนเรื่องความรู้สึกที่จะมีดราม่าก็ให้เป็นเรื่องๆ ไป