พลังประชารัฐ ดันแลนด์บริจด์อีสาน ลั่นเกาะติดเอ็มโอยู 44 ใกล้ชิดทั้งใน-นอกสภา เตรียมจัดสัมมนาหัวหิน 20-21 ม.ค.68 เผยมีมติไม่ร่วมแก้ไขรธน. และไม่รับร่างใดๆ
เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.2567 ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายอัคร ทองใจสด ส.ส.เพชรบูรณ์ ในฐานะรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ แถลงผลการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค เป็นประธานว่า ก่อนเข้าสู่วาระ หัวหน้าพรรคได้เปิดโอกาสให้คณะผู้บริหารพรรค สส.และสมาชิกพรรค ร่วมสวัสดีปีใหม่
โดยหัวหน้าพรรค ได้อวยพรส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ขอให้ทุกคนมีความมั่นคง มีความรัก ความสามัคคี ให้ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งครั้งต่อไป
นายอัคร กล่าวว่า ประเด็นสำคัญในการหารือครั้งนี้ มีเรื่องที่พิจารณาและต้องติดตามความคืบหน้าในการศึกษาหาแนวทางการเข้าไปแก้ไขปัญหา โดยมีประเด็นเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์เชื่อมท่าเรือตะวันออกกับภาคอีสาน เป็นโครงการที่พรรค จะผลักดันพัฒนาภาคอีสาน โดยขอให้เป็นโครงการนำร่อง เพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดในภาคอื่นๆ ตามแนวทางของแต่ละพื้นที่ จากที่ประชุมได้นำเสนอให้มีการศึกษาเพิ่มเติม โดยเฉพาะการเพิ่มทักษะด้านภาษาให้กับเยาวชนตั้งแต่ระดับชั้นประถม
หัวหน้าพรรค เน้นย้ำเรื่องการพัฒนาด้านการศึกษาที่เป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศในอนาคต ไม่น้อยไปกว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมของไทยที่ต้องสอดรับในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งการพัฒนาฝีมือแรงงานให้เข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ เนื่องจากปัจจุบันไทยยังต้องนำเข้าเทคโนโลยีที่มีความจำเป็นต้องพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับ
โดยเฉพาะกลุ่มอาชีวะศึกษา เพื่อพัฒนาฝีมือแรงงานด้านเทคโนโลยีให้มากยิ่งขึ้น โดยจะลงรายละเอียดในแผนงานและนโยบายของพรรคที่จะพลิกอีสาน สร้างโอกาสใหม่ สู่อนาคตสดใส กับพลังประชารัฐ ใน 7 ด้าน คือ
1.อีสานติดทะเล 2.อีสานเป็นหน้าบ้านสู่จีน 3.อีสานอาหารสมบูรณ์ 4.อีสานน่าเที่ยว 5.อีสานดิจิทัล 6.อีสานอินเตอร์ 7.อีสานน่าอยู่ ซึ่งเรื่องนี้จะเป็นหนึ่งในหัวข้อหลักที่จะนำไปจัดสัมมนาของพรรคในเดือนม.ค. 2568 โดยจะมีการกำหนดทิศทางวางนโยบายของพรรค เพื่อนำไปบอกกล่าวให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่
นายอัคร กล่าวว่า ส่วนการยกเลิกเอ็มโอยู 44 ทางศูนย์วิชาการนโยบายพรรค โดยนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ประธานร่วมศูนย์นโยบายและวิชาการ และ ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ที่ปรึกษาศูนย์นโยบายและวิชาการ ได้ไปพบปะประชาชนในพื้นที่ จ.ตราด โดยได้รับความสนใจจากประชาชน ซึ่งส่วนใหญ่ห่วงใยในประเด็นนี้
โดยเฉพาะกลุ่มอาชีพประมงที่ต้องประกอบอาชีพจับปลาในพื้นที่บริเวณเกาะกรูดตอนใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสุ่มเสี่ยงของการจับกุมเรือประมง เพราะกัมพูชาถือว่าเป็นเขตแดนของตนเอง เรื่องนี้ต้องขับเคลื่อนและติดตามอย่างใกล้ชิดทั้งในสภาและนอกสภา เพื่อให้ดำเนินการแก้ไขและรักษาอธิปไตยของประเทศ นอกจากนี้ในที่ประชุมยังมีมติจะไม่ร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญ และไม่รับร่างใดๆ ทั้งสิ้น
น.ส.กาญจนา จังหวะ สส.ชัยภูมิ และรองเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า พรรคมีมติในการกำหนดวันไปสัมมนา โครงการสัมมนาพลังประชารัฐ Power of Thailand วันที่ 20-21 ม.ค. 2568 อ.หัวหิน จ.ประจวบครีขันธ์ หัวข้อสำคัญๆ ที่เป็นนโยบายของพรรค ในการให้สส. และว่าที่ผู้สมัครนำไปเป็นนโยบายหาเสียงในแต่ละพื้นที่
ทางพรรคได้ศึกษาในรายละเอียด ถึงปัญหาและความต้องการ และสามารถลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนเป็นหลักสำคัญที่จะไปนำไปสู่การสร้างรายได้ ความกินดีอยู่ดี และคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนต่อไป