วิสุทธิ์ ยันสาระสำคัญร่างแก้ไข รธน.ของเพื่อไทย ไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 ไม่ลิดรอดสิทธิ สว. เตรียมชงพรรคร่วมหลัง สส.เพื่อไทยลงมติ 7 ม.ค. ชี้หากแก้แบบสุดโต่ง อาจเกิดขัดแย้งรอบใหม่
เมื่อวันที่ 5 ม.ค.2568 นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในที่ประชุมรัฐสภา วันที่ 14 และ15 ม.ค.นี้ ว่า พรรคเพื่อไทยเตรียมขอมติจากที่ประชุมสส.พรรคในวันที่ 7 ม.ค.นี้ก่อนว่าจะเห็นชอบกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ฝ่ายกฎหมายของพรรคจัดทำไว้เสนอประกบกับร่างของพรรคประชาชนหรือไม่
ทั้งนี้ ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรรคเพื่อไทยนั้นยึดสาระสำคัญ คือไม่แตะหมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ รวมถึงมาตราที่เกี่ยวข้องกับพระราชอำนาจทุกมาตรา และต้องไม่แก้ไขในประเด็นที่อาจจะสร้างความแตกแยก ขัดแย้งในสังคม รวมถึงต้องคำนึงถึงประโยชน์ประชาชนและทำให้ประเทศเดินหน้าผาสุข
นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยมีความแตกต่างกับพรรคประชาชน ซึ่งเรายึดหลักการคือไม่กระทบกับคนส่วนใหญ่ รวมถึงไม่กระทบกับจิตใจของคนไทยทั้งประเทศ ดังนั้น รายละเอียดแบบสุดโต่งไม่ต้องการให้เกิดขึ้น หากคิดว่าจะเอาแบบนั้น เชื่อว่าจะมีความขัดแย้ง สังคมแบ่งเป็นสองฝ่าย จะมีการชุมนุม
ดังนั้น ในการทำตามสัญญาประชามคมเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ต้องทำให้เป็นประโยชน์กับประชาชน ไม่ใช่ยึดแต่เรื่องการเมืองเหนือสิ่งอื่นหรือยึดแต่ผลแพ้และชนะ ทั้งนี้ ประเมินว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะต้องมีผู้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญแน่นอน ซึ่งก็เป็นเรื่องดีเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญได้ชี้ขาดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเดินหน้าได้
เมื่อถามถึงข้อเรียกร้องของพรรคประชาชน ให้นำร่างแก้ไขมาตรา256 และเพิ่มหมวดสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาพิจารณาในวันที่ 14 -15 ม.ค. นี้ นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่สามารถสรุปได้แบบนั้น เพราะต้องหารือกับทุกฝ่าย ซึ่งมีพรรคร่วมรัฐบาล และสว. ด้วย เพราะการทำงานร่วมกันต้องให้เกียรติกัน และหารือกันอย่างรอบคอบเพื่อให้เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย อีกทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องพึ่ง สว.ด้วย ดังนั้น จะฟันธงให้เป็นแบบที่ต้องการไม่ได้ ต้องหารือร่วมกัน
ต่อข้อถามว่าขณะนี้สว.สะท้อนว่า หากแก้ไขเพื่อประโยชน์ฝ่ายการเมืองจะไม่เอาด้วย เกรงว่าการแก้รัฐธรรมนูญจะไปไม่รอดหรือไม่ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ต้องหารือกัน ในประเด็นที่เสนอแก้ไขต่างๆ ต้องให้พรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายที่เกี่ยวข้องพิจารณาด้วย ซึ่งของพรรคเพื่อไทยนั้น จะเสนอรายละเอียดให้พรรคร่วมพิจารณาหลังจากสส.พรรค ลงมติแล้วในวันที่ 7 ม.ค. เบื้องต้นเนื้อหาจะไม่ลิดรอนสิทธิ์ของ สว.
“การจะเปลี่ยนแปลงต้องมีเวลาเริ่มต้นและปรับปรุงหลายปี การจะหักพร้าด้วยเข่านั้นไม่สำเร็จ จะหักทันทีทำไม่ได้ในประเทศนี้ ดังนั้น การจะไปสู่ยุคเปลี่ยนผ่านต้องมีระยะเวลา ต้องให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันอย่างสามัคคี ไม่ใช่นำเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญมาสร้างความขัดแย้งให้บ้านเมือง” นายวิสุทธิ์ กล่าว