กัณวีร์ เชื่อ เหตุยิง อดีตสส.กัมพูชา เป็นมาตรการกดปราบข้ามชาติ จี้ รัฐบาลรับผิดชอบ เพราะมีคนตายในไทย ลั่น อย่าตกเป็นเครื่องมือการเมืองประเทศเพื่อนบ้าน
เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2568 ที่รัฐสภา นายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม กล่าวกรณีคนร้ายก่อเหตุยิง นายลิม กิมยา (LIM Kim Ya) อดีต สส.ฝ่ายค้าน จากพรรคสงเคราะห์ชาติกัมพูชา (Cambodia National Rescue Party หรือ CNRP) และเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมือง วัย 74 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ บริเวณเกาะกลางถนน ตรงข้ามวัดบวรนิเวศวิหาร เขตพระนคร กทม.
โดยนายกัณวีร์ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเรียกว่าการกดปราบข้ามชาติ ซึ่งเหตุการณ์นี้ไม่ใช่กรณีแรก เป็นการที่ผู้ลี้ภัยหนีการประหัตประหาร จากประเทศหนึ่ง มาอีกประเทศหนึ่ง และมีการร่วมมือกัน ไม่ว่าจะเป็นอย่างเปิดเผยหรือในทางลับ ทำให้เกิดการกดปราบข้ามชาติ
เหมือนกรณีของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่หายตัวในกัมพูชา ขณะที่เมื่อเดือนที่แล้ว ทางการไทยได้ส่งตัวอดีตนักเคลื่อนไหวชาวกัมพูชากลับไปกัมพูชา ซึ่งสะท้อนให้เห็นความหย่อนยานในกระบวนการกฎหมายของไทย
เมื่อถามว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เห็นได้อย่างชัดแจ้งว่าเป็นความร่วมมือระหว่าง 2 ประเทศ นายกัณวีร์ กล่าวว่า แน่นอน เพราะตนทำเรื่องนี้มาอย่างยาวนาน และช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีอดีตนักเคลื่อนไหวทางการเมืองของฝั่งกัมพูชา มาเสียชีวิตในพื้นที่ภาคอีสานของไทยอย่างต่อเนื่อง
“จึงสงสัยว่า เมื่อไหร่รัฐบาลจะให้ความสำคัญกับเรื่องการกดปราบข้ามชาติอย่างจริงจัง จะต้องไม่เป็นเครื่องมือทางการเมืองของประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านของเรา” นายกัณวีร์ กล่าว
เมื่อถามถึงมาตรการการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนหรือผู้ลี้ภัยทางการเมือง ไม่ใช่การผลักดันกลับประเทศ แต่สามารถยิงได้เลยใช่หรือไม่ นายกัณวีร์ กล่าวว่า จริงๆ แล้วไม่ได้ เพราะทางกฎหมายและประเพณีปฏิบัติระหว่างประเทศที่เรายึดมั่นอยู่ เป็นหลักการไม่ส่งกลับ
โดยเฉพาะมาตรา 13 ของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย หรือพ.ร.บ.อุ้มหาย ที่ระบุว่าไทยไม่สามารถผลักดัน คนที่หนีการประหัตประหาร กลับไปที่ประเทศต้นทางได้
แต่ที่ยิ่งเลวร้ายกว่า คือ การปล่อยให้มีการประหัตประหารในพื้นดินไทย ซึ่งไทยผิดทั้งกฎหมายในประเทศ และหลักการระหว่างประเทศ ทั้งนี้ ยังบอกไม่ได้ว่าเหตุการณ์ยิงครั้งนี้เป็นการกระทำโดยเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ จะต้องสืบสวนสอบสวนอย่างโปร่งใส
นายกัณวีร์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรีว่า การคุ้มครองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะผู้ลี้ภัยในประเทศไทย แม้ประเทศไทยจะยังไม่ลงสัตยาบันในอนุสัญญาว่าด้วยผู้ลี้ภัย แต่เรามีทั้งกฎหมายระหว่างประเทศและในประเทศ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องให้ความสำคัญในเรื่องนี้ ซึ่งต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว เพราะมีคนมาตายในประเทศไทย
แต่ต้องขยายความให้ได้ว่า เขาเป็นผู้ลี้ภัยจริงหรือไม่ แต่เราต้องให้ความคุ้มครองคนที่อยู่ในประเทศไทย ไม่ว่าเขาจะสัญชาติอะไร ซึ่งการที่ผู้ลี้ภัยทางการเมืองมาเสียชีวิตในประเทศไทยมีมานานแล้ว เรื่องก็เงียบมานานแล้ว ฉะนั้น จะต้องไม่เงียบอีกต่อไป