กมธ.ตำรวจ เผยตำรวจแจ้ง 3 ข้อหา ปมอบรมอาสาตำรวจจีน เร่งสอบเส้นทางการเงิน หวั่นผู้อบรมเอี่ยวอาชญากรรมข้ามชาติ คาด 15 วันรู้ ทนายแจม จี้รบ.ให้ความสำคัญ หวั่นกระทบเชื่อมั่นต่างชาติ
เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2568 ที่รัฐสภา นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานกรรมาธิการ(กมธ.)การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมกมธ. วาระการจัดอบรมอาสาสมัครตำรวจคนจีน ที่เก็บเงินค่าอบรม 38,000 บาท โดยผู้เข้าอบรมได้ประกาศนียบัตรเป็นตำรวจอาสาสมัครตำรวจคนจีน พร้อมเสื้อกั๊กและบัตรติดตราสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
นายชัยชนะ กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาของ ดร.ลี่ช่าง และ ลี่ หมิง หลง ใน 3 ข้อหา ได้แก่ 1.ใช้อุปกรณ์ ที่มีโลโก้ตราตำรวจ 2.ใช้ตราราชการตำรวจโดยไม่รับอนุญาต และ 3.ใช้สัญลักษณ์สถาบันอุดมศึกษาโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมทั้งการโฆษณาในสื่อโซเชียลมีเดียที่มีสัญลักษณ์ของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หรือ CIB ซึ่ง บช.น.ได้แจ้งข้อหาตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เพิ่มเติมอีกหนึ่งข้อหา
นายชัยชนะ กล่าวว่า กมธ.ตั้งข้อสังเกตถึงการออกบัตรอาสานั้น ตำรวจผู้เซ็นบัตรมีความผิดด้วยหรือไม่ ซึ่งเราได้รับคำชี้แจงจากพ.ต.อ.นิเวชร์ งามลาภ ผกก.สส.บก.น.3 ซึ่งเป็นเจ้าของลายเซ็นบนบัตรว่า ได้เซ็นเพียงบนใบประกาศนียบัตรเท่านั้น อาจจะนำไปสแกนลงบัตรหรือไม่
ทางกมธ. จึงได้สอบถามถึงความผิดทางอาญา จากการเซ็นใบประกาศในการอบรมหลักสูตรเถื่อนว่ามีความผิดหรือไม่ เพราะถือเป็นการยอมรับว่าหลักสูตรดังกล่าวถูกต้อง การสแกนลายเซ็นจากประกาศนียบัตรลงบัตร หากไม่ทราบ ก็คงเป็นไปไม่ได้ และหากบนบัตรมีลายเซ็น จะถือว่าผิดกฎหมายหรือไม่ เพราะถือเป็นการปลอมแปลงเอกสารทางราชการ
นายชัยชนะ กล่าวว่า การสร้างหลักสูตรนี้ขึ้นมา ตนคาดการณ์ว่าเกิดจากการร่วมมือของนายลี่ชาง และข้าราชการตำรวจเพื่อหารายได้ ส่วนเงินจะเข้ากระเป๋าใครนั้น ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบเส้นทางการเงิน และผู้อบรมจำนวน 13 คน ก็ยังไม่สามารถระบุตัวตนได้ จึงต้องส่งเรื่องให้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) ตรวจสอบต่อไป รวมทั้งตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้อบรมด้วยว่าเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติหรือไม่ หากใครมีส่วนเกี่ยวข้อง ทางตำรวจก็จะดำเนินคดีทางอาญาต่อไป คาดใช้เวลาตรวจสอบไม่เกิน 15 วัน
ส่วนมหาวิทยาลัยสยาม ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใช่หรือไม่นั้น นายชัยชนะ ระบุว่า มหาวิทยาลัยยืนยันว่าไม่ทราบไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่กมธ.ได้ตั้งข้อสังเกตถึงแผนปฏิบัติที่ทางมหาวิทยาลัยต้องทราบการขอใช้ห้องภายในมหาวิทยาลัย จะอ้างไม่ทราบว่าใครใช้ห้องไหนไม่ได้ แต่ทางมหาวิทยาลัยยอมรับว่าหละหลวมในเรื่องนี้
ด้านน.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กทม.พรรคประชาชน กล่าวว่า ตนคาดหวังว่าผู้ชี้แจงจะเป็นระดับ ผบ.ตร. หรือ ผบ.ชน. มาชี้แจงด้วยตนเอง เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำคัญ แต่ปรากฏว่าไม่มีใครมาเลย เนื่องจากตนได้นำหลักฐานเพิ่มเติมเข้ามามอบให้กมธ. ซึ่งมีความเชื่อมโยง มีตัวละครเพิ่มขึ้น และเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ประธานสมาคมคนเดียวแน่นอน มีความเสียหายเกิดขึ้นแล้วและอาจจะไม่ได้เกิดแค่ภายในประเทศ เพราะมีหลายคนที่ผ่านการอบรมหนีออกไปนอกประเทศไปแล้ว รวมถึงยังไม่ได้ความชัดเจนจากตำรวจ
จึงอยากเรียกร้องให้ดำเนินการในเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนก่อนที่ความเสียหายจะมากเกินกว่าที่เราจะคาดการณ์ได้ และอยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญ เพราะไม่ใช่แค่เรื่องความมั่นคงของตำรวจอย่างเดียว แต่รวมถึงความมั่นคงทางธุรกิจด้วย เพราะเป็นความเชื่อมั่นของนักลงทุน นักท่องเที่ยว ที่อาจจะรู้สึกว่าประเทศไทยไม่ปลอดภัย