ทักษิณ ผุดไอเดีย ‘ถมทะเล’ กันน้ำท่วมกทม. ชี้โอกาสเมืองหลวงน้ำท่วมสูงมาก แต่ให้แค่รัฐบาลลุยคงไม่ไหว ชวนเอก-ต่างชาติ ลงทุนร่วมกัน จะได้ขยายที่ดินมากขึ้น
13 ม.ค. 2568 นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมงานดินเนอร์ทอล์ก แสดงวิสัยทัศน์ในประเด็น “การฟื้นฟูความเชื่อมั่นตลาดทุนไทย รวมถึงแนวทางการพัฒนาตลาดทุนไทย” เพื่อให้เป็นที่นิยมและเกิดการยอมรับทั้งในระดับประเทศและระดับสากล โดยมีนักการเมือง นักธุรกิจ และภาคเอกชนต่าง ๆ ร่วมรับฟัง
ช่วงหนึ่ง นายทักษิณ กล่าวว่า วันนี้เราอยากเพิ่มปริมาณเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจให้เพิ่มมากขึ้น เพราะเงินที่เรามีอยู่ในระบบมักจะถูกดูดไปเป็น BOL ฉะนั้นจะต้องเลี้ยงเม็ดเงินให้อยู่ในระบบให้มาก แต่วันนี้สิ่งที่น่าห่วงคือเงินในชนบทไม่มีใช้
ขณะนี้ประเทศไทยต้องพัฒนาคนและพัฒนาธุรกิจใหม่ ไม่เช่นนั้นเราจะเสียเปรียบทั้งโลก มีคนถามตนว่ายังไหวไหม ซึ่งตนคงมีเวลาทำงานช่วยประเทศชาติได้อีก 20 ปีมั้ง แค่นี้ก็เหนื่อยแล้ว แต่จะช่วยเต็มที่เท่าที่ทำได้ ไม่ฉะนั้นเราจะอยู่ในเศรษฐกิจเก่าโลกเก่า ซึ่งเราต้องดึงตัวเองขึ้นมาอยู่อันดับบน ๆ
สิ่งที่ต้องระวังคือ สงครามการส่งออก ต้องหาตลาดใหม่เพิ่ม ไปพร้อมกับปรับปรุงสินค้าของไทยทั้งอุตสาหกรรมเกษตร ที่ผ่านมามีปัญหาอยู่บ้าง ฉะนั้นเราต้องเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้ ทำเรื่องสินค้าสำคัญของเราให้ดี ส่วนการนำเข้าสินค้าต้องคุมเข้มเรื่องสินค้าไร้คุณภาพ ไม่เช่นนั้นจะมาฆ่า SME ไทย
วันนี้เราต้องสร้างอุตสาหกรรมใหม่ เช่น ยาหรือเวชภัณฑ์ ส่งเสริมอุตสาหกรรมฟาร์มาซี ไปพร้อมกับการหาอุตสาหกรรมใหม่ เช่น เซมิคอนดักเตอร์ หรือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
นอกจากนี้ สิ่งที่อยากจะทำซึ่งเป็นโครงการใหญ่ คือการถมทะเลป้องกันน้ำท่วม เพราะ กทม. โอกาสน้ำท่วมนั้นสูงมาก เนื่องจากโลกร้อน ฉะนั้นถ้าวันนี้เราถมทะเลเป็นเขื่อน ไม่ให้น้ำเข้าก็จะช่วยได้เยอะ แต่ถ้ารัฐบาลลงทุนเองคงไม่ไหว แต่ถ้าให้สัมปทาน 99 ปี และให้เอกชนทั้งในและต่างประเทศเข้ามาลงทุนถมทะเล และแบ่งจัดการผลประโยชน์ก็คุ้ม ตนยกตัวอย่างโครงการดูไบ สิ่งเหล่านี้ควรจะเกิดเพื่อสร้างบรรยากาศของการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชนให้มากขึ้น เราจะได้ขยายที่ดินมากขึ้น
ตนได้ขอให้กระทรวงคมนาคม ทำเรื่องการขุดลอกคลอง โดยให้นำดินไปใช้ประโยชน์ ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับการถมทะเล ก็อาจใช้ประโยชน์จากนี้ตรงนี้ ต้องใช้เวลาหน่อยเพราะต้องแก้กฎหมาย