ต้องมีคนรับผิดชอบ! โรม จี้ รัฐบาลเป็นตัวกลาง จัดการ OPPO-realme ฝังแอพฯ เงินกู้ แนะ ไล่ดูมือถือค่ายอื่น มีพฤติกรรมเดียวกันหรือไม่ ป้องกันเกิดเหตุซ้ำ

เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 14 ม.ค. 2568 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์กรณีสมาร์ทโฟน OPPO และ realme มีแอปพลิเคชันเงินกู้นอกระบบติดมาพร้อมมือถือ ชื่อแอปฯ “สินเชื่อความสุข” และ “Fineasy” ว่า เรื่องนี้มีสองส่วน ส่วนที่หนึ่งตนคิดว่าเป็นความไม่รับผิดชอบของบริษัทเอกชน

ซึ่ง OPPO และ realme เป็นบริษัทใหญ่ทำไมจึงปล่อยให้มีแอปพลิเคชันที่สามารถเข้าถึงข้อมูลของประชาชน และนำไปสู่การดูดเงินได้ ตนคิดว่าเป็นสแกมอย่างหนึ่ง

“มันเกิดแบบนี้ได้อย่างไร ผมคิดว่าสิ่งที่ภาครัฐจะต้องทำคือถามหาความรับผิดชอบ เรื่องนี้ไม่ควรจบแค่ความเงียบ ไม่ควรจบแค่ตอบว่า ต่อไปนี้ไม่มีอีกแล้ว แล้วแอปอื่นๆ ยังมีอีกหรือไม่ ก็ยังมีอีก แต่เรายังค้นไม่เจอหรือไม่ ช่องโหว่ช่องว่างที่ปล่อยให้เกิดขึ้นจะเป็นบทเรียนอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำอีก” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ภาครัฐจะต้องไปจัดการกับบริษัทเอกชน และบริษัทเอกชนต้องมีความรับผิดชอบต่อประชาชน ถ้าเกิดว่าไม่ปลอดภัยจริง ตนคิดว่าต้องมีมาตรการออกมาที่จะทำให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนจะไม่ถูกหลอกลวงเช่นนี้

เรื่องที่สองคือต้องไปดูว่า มีประชาชนตกเป็นเหยื่อของแอปพลิเคชันนี้แล้วหรือไม่ ถ้ามีคนตกเป็นเหยื่อแล้ว บริษัทเอกชนต้องรับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งภาครัฐจำเป็นต้องชี้แจงและอธิบายกับสังคมว่า มีใครที่ตกเป็นเหยื่อแล้วหรือไม่ ซึ่งต้องเป็นตัวกลางในการจัดการปัญหาเรื่องนี้

เมื่อถามว่าตอนนี้ยังไม่มีเจ้าภาพรับผิดชอบ ทั้งกระทรวงมหาดไทยหรือกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นายรังสิมันต์ กล่าวว่า นั่งคุยกันได้หรือไม่ ตนเข้าใจว่าท่านอยู่คนละพรรค แต่ก็ต้องทำงานร่วมกัน และทราบจากนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้านว่า นายปกรณ์วุฒิก็สนใจในเรื่องนี้ และจะนำเรื่องนี้เข้ากรรมาธิการ (กมธ.) ที่ท่านนั่งอยู่ ซึ่งคงจะได้มีการพูดคุยกัน

แต่ตนคิดว่าเรื่องนี้ไม่ต้องรอให้เอาเข้าที่ประชุมกมธ. เพราะสามารถดำเนินการพูดคุยกันได้เลยว่า ใครจะเป็นเจ้าภาพ และจะต้องมีฝั่งของประชาชนที่ได้รับความเสียหาย รวมถึงฝั่งที่จะต้องเคลียร์กับบริษัทเอกชน

ตนเข้าใจว่านอกจากบริษัทเอกชนดังกล่าว ยังมีแบรนด์อื่นอีกด้วย ซึ่งต้องไปดูว่ามีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่ในทำนองนี้ เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าปลอดภัย จะเห็นว่าบางทีมือถือเราเปิดมาแล้วมีโฆษณายิงเข้ามา ซึ่งเป็นเรื่องประหลาดมากที่เหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้เกิดขึ้น ข้อมูลส่วนบุคคลของเราควรได้รับการปกป้อง ดังนั้น ควรใช้โอกาสนี้ไปไล่ดูว่ามียี่ห้ออื่นอีกหรือไม่ที่มีพฤติกรรมแบบเดียวกัน

เมื่อถามว่าแอปนี้ถูกติดตั้งจากโรงงานที่ประเทศจีน จะทำให้บริษัทในไทยไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนคิดว่าไม่น่าใช่ ติดตั้งจากโรงงาน โรงงานใคร ซึ่งตนเข้าใจว่าเป็นรอม (ROM) ของ OPPO หรือ realme โดยหลักต้องมีการปกป้องความปลอดภัย หากเป็นของคุณ

“คุณสร้างขึ้นมา คุณเอามาขายประชาชน แล้วมีแอปพลิเคชันขึ้นมาแบบนี้ คุณต้องรับผิดชอบ คุณจะมาโยนว่าเป็นคนอื่นไม่ได้ เรื่องนี้ถึงที่สุดต้องมีใครสักคนรับผิดชอบ ถ้าไม่ใช่ตัวเจ้าของค่ายมือถือ แล้วจะเป็นใคร” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า เขามีตัวแทนจากบริษัทแม่ เมื่อมาขายของในประเทศไทยก็ต้องสร้างความปลอดภัยให้กับประเทศไทย ตนยังไม่อยากรีบเสนอมาตรการในเร็วๆ นี้ แต่คิดว่าถ้าเป็นประเทศอื่นที่เจริญแล้ว เราจะไม่เจอเหตุการณ์นี้

ดังนั้น ตนคิดว่าสิ่งที่ต้องทำคือให้กำลังใจเจ้าหน้าที่รัฐ รีบหาเจ้าภาพ รีบคุยกันให้รู้เรื่อง และจัดการกับเรื่องนี้ หาความรับผิดชอบ ที่สำคัญคือจะได้เป็นมาตรการ มาตรฐานเอาไว้ ถ้าเราทำเรื่องนี้ดี มันก็จะเป็นเยี่ยงอย่างให้ค่ายอื่นให้ความสำคัญกับข้อมูลส่วนบุคคล

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน