นายกฯ ชี้โครงการสะพานคู่ขนานข้ามแม่น้ำโก-ลก คาดเริ่มก่อสร้างมี.ค.นี้ ปี 70 ได้ใช้งาน ปลื้มชาวใต้ ต้อนรับอบอุ่น ฝากสส.-ผู้บริหารส่วนท้องถิ่นจับมือ ย้ำอย่าห่างเหินประชาชน รัฐบาลพร้อมหนุนพัฒนาการศึกษาเยาวชน ป้อนอุตสาหกรรมใหม่
เมื่อเวลา 13.20 น. วันที่ 16 ม.ค.2568 ที่ห้องประชุมสำนักงานอธิการบดี ชั้น 2 มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เมือง จ.นราธิวาส น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมเร่งรัดติดตามความก้าวหน้างานด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และติดตามโครงการก่อสร้างสะพานคู่ขนานข้ามแม่น้ำโก-ลก และโครงการรถไฟทางคู่หาดใหญ่-สุไหงโก-ลก พร้อมฟังบรรยายสรุปการจัดหลักสูตรเตรียมความพร้อมการผลิตกำลังคนด้านอุตสาหกรรมสมัยใหม่
โดยมี ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าฯนราธิวาส ผู้บริหารส่วนราชการจังหวัดนราธิวาส ผู้บริหารฝ่ายความมั่นคงจังหวัดนราธิวาส และนายกูเฮง ยาวอฮะซัน สส.นราธิวาส เขต 4 นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ เข้าร่วม
น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ขอบคุณการอัปเดตข้อมูลในพื้นที่จ.นราธิวาส แม้จะพบปะและรับฟังข้อมูลจากส่วนราชการในเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ได้รับฟังเป็นข้อมูลที่สำคัญมาก วันนี้ตั้งใจมาตรวจราชการเพื่อรับฟังปัญหาในพื้นจากคนในพื้นที่โดยตรง ว่ามีอะไรบ้างที่ส่วนกลางช่วยได้ โดยรัฐบาลให้ความสำคัญต่อการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เพราะท้องถิ่นสามารถดูแลประชาชนได้ดี และใกล้ชิดประชาชนมากกว่าส่วนกลาง ขอให้ท้องถิ่นช่วยดูแลประชาชนให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

นายกฯ กล่าวว่า การดำเนินการเรื่องคมนาคม ในจ.นราธิวาส ขอฝากให้จังหวัดดูเรื่องระยะเวลา ไม่ต้องการให้ล่าช้า หากล่าช้าจะเกิดทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งรัฐบาลพยายามประหยัดงบประมาณ แต่ต้องการพัฒนาประเทศไปต่อเนื่อง
การสร้างสะพานคู่ขนานข้ามแม่น้ำโก-ลก จากการพูดคุยกับทางมาเลเซีย ได้ตกลงความร่วมมือการจัดซื้อจัดจ้างร่วมกันแล้ว คาดว่าจะเริ่มกระบวนการก่อสร้าง ในเดือนมี.ค. 2568 และเริ่มก่อสร้างได้ในเดือนมิ.ย. 2568 รวมระยะเวลาก่อสร้างทั้งหมด 24 เดือน และจะเปิดให้บริการภายในปี 2570
ส่วนงบประมาณก่อสร้าง ให้จังหวัด ประสานกับกระทรวงคมนาคม เร่งส่งเรื่องให้ครม. พิจารณาโดยเร็ว ทั้งนี้เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยต่อชีวิตของประชาชน ระหว่างการดำเนินก่อสร้าง โดยเฉพาะเส้นทางการสัญจร ให้ติดป้ายเตือน กำหนดเส้นทางสัญจรให้ชัดเจน
นายกฯ กล่าวว่า สำหรับการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงหาดใหญ่-สุไหงโก-ลก ประชาชนจะได้รับประโยชน์ ถือเป็นการพัฒนาโครงการสาธารณะ ช่วยทำให้การขนส่งสินค้ารวดเร็วขึ้น ปัจจุบันรัฐบาลพยายามนำเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาระบบขนส่งมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าเกษตรที่มีความสำคัญอย่างมาก และเป็นส่วนสำคัญต่อการเติบโตของจีดีพีของประเทศไทย

ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาอย่างจริงจัง รวมทั้งหาข้อมูลประเทศเพื่อนบ้านที่เขามีความทันสมัยกว่าประเทศไทย นำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ เพื่อสนับสนุนสินค้าการเกษตร ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นในทุกๆ พื้นที่
นายกฯ กล่าวว่า นโยบายของรัฐบาลสนับสนุนให้ทุน ส่งเสริมเยาวชนไปเรียนต่อด้านอุตสาหกรรมในอนาคตจากต่างประเทศ แม้ประเทศไทยจะมีศักยภาพการศึกษาด้านเทคนิค แต่เทคโนโลยีถือเป็นสิ่งที่สำคัญ ขอให้ศึกษาให้รอบคอบและให้ประสานงานกับต่างประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสให้เยาวชน นักศึกษาไทย มีโอกาสไปศึกษาเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต รัฐบาลต้องการพัฒนาการศึกษาให้เด็กและเยาวชนของไทยก้าวหน้า ทันสมัย นำความรู้กลับมาสร้างประโยชน์ให้กับประเทศต่อไป
“ขอบคุณกำลังใจพี่น้องชาวใต้ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ฝากสส. ผู้บริหารส่วนท้องถิ่น ลงพื้นที่พบปะแก้ไขปัญหา ให้กำลังใจประชาชน และฝากบอกประชาชน ว่ารัฐบาลยินดีสนับสนุนและแก้ไขปัญหาทุกอย่างให้พี่น้องชาวใต้เต็มที่ และส่วนราชการอย่าห่างเหินกับประชาชน โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก อะไรที่เป็นความเดือดร้อนของประชาชน จะรอช้าไม่ได้” นายกฯ กล่าว
จากนั้นนายกฯ และคณะ เดินทางขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ลงพื้นที่จ.ยะลา พบปะผู้นำศาสนาและนักเรียนโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ อ.เมือง จ.ยะลา