บิ๊กเกรียง ฉะสว. ไม่ให้เกียรติคนอื่น หลังโดดฟังรายงานหนี้สาธารณะ เหลือแค่ 25 คน รู้สึกโหวงเหวง ทำคนชี้แจงไม่อยากชี้แจง
เมื่อวันที่ 20 ม.ค.2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม วาระพิจารณารายงานผลการดำเนินงาน ตามมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ.2548 และแก้ไขเพิ่มเติม ประจำปีงบประมาณ 2567 โดยมี นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ที่ปรึกษาด้านหนี้สาธารณะ และข้าราชการของกระทรวงการคลัง ชี้แจง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากตัวแทนของกระทรวงการคลัง ชี้แจงรายละเอียด และตอบข้อซักถามของสว. ที่สนในอภิปรายในประเด็นเนื้อหา รวม 5 คนแล้ว พล.อ.เกรียงไกร กล่าวต่อที่ประชุมว่า ระหว่างที่หน่วยงานมาชี้แจง ตนนั่งนับสว.ในห้องประชุมมีเพียง 25 คน และมีผู้อภิปรายขั้นต้น 3 คน
แต่เวลาผ่านพ้นไป 1 ชั่วโมง อภิปรายจบ พบว่ามีสว.นั่งในห้องเหลือ 16 คน ซึ่งตนเข้าใจว่าเป็นเวลาก้ำกึ่งที่ต้องผลัดกันออกไปรับประทานอาหาร แต่บางคนออกไปรับประทานอาหารแล้วยังไม่กลับ
พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า หน่วยงานที่เราเชิญมาชี้แจงในเรื่องที่เกี่ยวข้อง แต่พอเขาขอเลื่อน ท่านบอกว่าหน่วยงานไม่ค่อยให้เกียรติเรา แต่หน่วยงานมาชี้แจงบนข้อจำกัด ขณะที่หน่วยงานชี้แจง ตนนั่งนับอยู่ตลอด มีผู้รับฟังเพียง 25 ท่าน หากอยากได้รอยยิ้มจากคนอื่น เราน่าจะยิ้มให้คนอื่นก่อน หากอยากได้รับเกียรติจากหน่วยงานที่มาชี้แจง ไม่ต้องเลื่อนไปเลื่อนมา ก็เช่นเดียวกัน
“เรา 25 คน ผมนั่งอยู่ตรงนี้รู้สึกมันโหวงเหวงเหลือเกิน คนชี้แจงแทบจะไม่ค่อยอยากชี้แจง แต่ก็เข้าใจเวลามันก้ำกึ่ง ทุกคนเป็นผู้ทรงเกียรติ ออกไปแล้วพยายามกลับเข้ามาเพื่อให้คนชี้แจงได้ชื่นใจ ทราบว่ามีการถ่ายทอด แต่ไม่ได้อภิปรายหรือไม่สนใจ แต่หากไปว่าเขาไม่ให้เกียรติเรา เราจะให้เกียรติเขาอย่างไร”
พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า ในฐานะที่ตนทำหน้าที่ประธาน อยากสะท้อนย้อนกลับไปให้สมาชิกผู้ทรงเกียรติได้รับทราบ แม้มองว่าเรื่องนี้ไม่สำคัญ แต่หน่วยงานทำตามหน้าที่ ตามรัฐธรรมนูญกำหนด สว.ก็น่าจะเป็นผู้ที่ต้องคอยรับฟังข้อมูลต่างๆ
พล.อ.เกรียงไกร กล่าวต่อว่า ตนขอฝาก ทั้งนี้ เข้าใจว่าสว.ต้องไปรับประทานอาหารหรือทำธุระกันบ้าง ก็เป็นเรื่องปกติ แต่ตรงนี้ก้ำกึ่ง ซึ่งก็มีสว.ส่วนน้อย หากมีอะไรแบ่งกันได้ ส่วนใหญ่เรียบร้อยดี ทั้งนี้ไม่ใช่ตนไปติติงอะไร แต่บางครั้งเราผู้ปฏิบัติไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ตนนั่งเป็นประธานเห็นว่าเห็น 25 คน และเหลือ 16 คน ก็ขอฝากสมาชิกทุกคน