นายกฯ ถก 2 ผู้บริหารบริษัทยาดัง ‘ไบเออร์-แอสตราเซเนกา’ จับมือวิจัย ยกระดับคน พัฒนายา-อุตสาหกรรมในไทย ยันการแพทย์ไทยติดอันดับโลก อวดหลายประเทศบินมารักษาไทยจำนวนมาก
วันที่ 22 ม.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 21 ม.ค. (ตามเวลาท้องถิ่นเมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส ซึ่งช้ากว่ากรุงเทพฯ) ที่ห้อง Schatzalp ชั้น 1 โรงแรม Grischa DAS Hotel น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พบหารือกับ นายสเตฟาน อูลริช (Mr. Stefan Oelrich) กรรมการบริหารบริษัทไบเออร์ เอจี และผู้บริหารสูงสุดแผนกฟาร์มาซูติคอล (Board of Management and Head of the Pharmaceuticals Division Bayer AG) ในระหว่างการประชุม World Economic Forum 2568 ที่เมืองดาวอส
โดยนายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลมีเป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมภาคการเกษตร โดยเฉพาะพืชเศรษฐกิจ อาทิ ข้าว ข้าวโพด เพื่อพัฒนาเมล็ดพันธุ์ที่สามารถเพิ่มผลผลิต รวมทั้งนวัตกรรมใหม่เพื่อการพัฒนา ด้านสาธารณสุข ทั้งยาและสุขภาพ โดยมีนโยบาย 30 บาท รักษาทุกที่ เพื่อให้คนไทย สามารถเข้าถึงการบริการสาธารณสุขและยาได้มากขึ้น รวมทั้งพัฒนาและวิจัยด้านการแพทย์และยา
เชื่อว่าจะร่วมมือกับบริษัทไบเออร์ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพและการเกษตร นอกจากนั้น ยังมีเป้าหมายพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น AI โดยให้ความสำคัญในการเตรียมความพร้อมเยาวชนด้วยการ เพิ่มและทบทวนทักษะ upskilled -reskilled เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต สร้างโอกาสและรายได้ใหม่ให้กับประเทศ และรัฐบาลมีโยบาย “บ้านเพื่อคนไทย” เพี่อให้โอกาสคนไทย ได้มีบ้าน ที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายการดูแลคุณภาพชีวิตคนไทย

นายสเตฟาน กล่าวว่า แสดงความยินดีในการเข้ารับตำแหน่งนายกฯ และหวังว่าจะได้เข้าเยี่ยมคารวะนายกฯ ที่ประเทศไทยอีกครั้ง โดยไทยเป็นประเทศที่เป็นฐานการลงทุนที่สำคัญและต้องการร่วมมือกับประเทศไทยในด้านยา สุขภาพ รวมทั้งการเกษตร ขอชื่นชมวิสัยทัศน์ของนายกฯที่ให้ความสำคัญอย่างมากในการลงทุนในทรัพยากรคน จะช่วยให้ไทยล้ำหน้าอย่างรวดเร็ว หนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เช่น อุตสาหกรรมยา และสุขภาพ
บริษัท มั่นใจว่าจะมีวิทยาการใหม่ เช่น ความรู้ด้านเนื้อเยื่อ รวมทั้ง AI ที่ก้าวหน้า สามารถเปลี่ยนแปลงการดูแลสุขภาพ และบริษัท ยินดีจะร่วมมือกับประเทศไทย สนับสนุนการเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วย เพื่อให้ประชาชนไทยได้มีโอกาสเพิ่มการเข้าถึงนวัตกรรมในการรักษาอย่างมีคุณภาพ ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย และร่วมมือเพิ่มผลผลิตของเกษตรกรด้วยการเข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการเกษตร ช่วยให้เกษตรกรเพิ่มปริมาณผลผลิตอย่างมีคุณภาพ เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรในพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย
โดยไบเออร์เป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญหลักในด้านไลฟ์ซายน์เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและการเกษตร ด้วยพันธกิจ ทุกคนมีสุขภาพดี ไม่ขาดแคลนอาหาร มุ่งมั่นผลักดันการพัฒนาอย่างยั่งยืนและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น โดยสนับสนุนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม เพื่อตอบสนองต่อความต้องการในการรักษาของผู้ป่วยและแก้ไขปัญหาของเกษตรกร
บริษัทฯ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ประเทศเยอรมนี ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากว่า 62 ปี มีสำนักงาน โรงงานผลิตและศูนย์การวิจัยในประเทศไทย 7 แห่ง จ้างงานพนักงานในประเทศไทยกว่า 1,500 คน
จากนั้นน.ส.แพทองธาร พบหารือกับนาย Michel Demar ประธานกรรมการ (Chair of the Board) บริษัท AstraZeneca จำกัด (มหาชน) บริษัทจำหน่ายเวชภัณฑ์ระดับโลก

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ขอบคุณบริษัทแอสตรา เซเนกา ที่สนใจและมีส่วนร่วมกับประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งความร่วมมือของบริษัทที่ช่วยสนับสนุนวิสัยทัศน์ของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพและการแพทย์ในภูมิภาค และได้แสดงความยินดีที่ได้ทราบถึงบทบาทผู้นำระดับโลกของบริษัท คิดค้นยารักษาโรคที่สำคัญของโลก เช่น โรคเบาหวาน มะเร็งฯ สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนทั่วโลก รวมถึงการมีบทบาทที่เพิ่มมากขึ้นในตลาดเกิดใหม่
นายกฯ กล่าวว่า โอกาสที่ดีหากทั้งสองฝ่ายมีความร่วมมือ ศึกษา วิจัย และพัฒนา โดยไทยมีเป้าหมายในการศูนย์กลางการแพทย์และการสาธารณสุข ซึ่งไทยมีโรงเรียนแพทย์ที่สามารถผลิตแพทย์และบุคคลากรทางแพทย์ที่มีคุณภาพ จนทำให้การแพทย์และการบริการสาธารณสุขไทยได้รับความไว้วางใจในหมู่คนต่างชาติ โดยเฉพาะจากภูมิภาคตะวันออกกลาง

รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรม โดยเปิดกว้างและพร้อมรับการลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้น และให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชน และยินดีสนับสนุนความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนากับบริษัท AstraZeneca เพื่อรับมือกับความท้าทายที่เพิ่มขึ้นจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
นาย Michel กล่าวว่า ขอบคุณและชื่นชมศักยภาพของไทยในด้านการแพทย์ บริษัทฯ มีการลงทุนฐานการผลิตที่สำคัญ เป็นประโยชน์ทั้งกับคนไทยและคนทั่วโลก และพร้อมแบ่งปันองค์ความรู้ด้านยาและการดูแลสุขภาพที่ปัจจุบันมีความก้าวหน้าให้กับพันธมิตรและหุ้นส่วนไทย ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านชีวการแพทย์ และพัฒนาการเข้าถึงด้านสุขภาพ โดยมุ่งเน้นไปที่โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในประเทศไทย