นายกฯ อิ๊งค์ มอบ “อนุทิน” เรียกถกผู้ว่าฯ ลุยแก้ฝุ่น PM 2.5 “เอกนัฏ” ชี้ มาตรการรับซื้ออ้อยไม่เผา ได้ตามเป้า จ่อคุย ก.พลังงาน รับซื้อกากอ้อย-ใบสด ผลิตไฟฟ้า
เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 27 ม.ค. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาฝุ่นPM2.5 ว่า ได้สั่งการนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย เรียกประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดไปแล้ว ในส่วนของตนยังไม่มีการเรียกประชุมอะไรเพิ่มเติม
ด้าน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวถึงมาตรการรับซื้ออ้อยของโรงงานต่างๆ ว่า ได้มีการทำข้อตกลงสร้างกติกาให้โรงงานรับอ้อยเผาในแต่ละวันไม่เกิน 25% ซึ่งจากข้อมูลปัจจุบัน ไม่มีโรงงานใดใน 58 โรงงาน รับอ้อยเผาต่อวันเกินกว่าที่กำหนด เฉลี่ยอยู่ที่ 10-11% ถือว่าเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์
โดยมีมาตรการช่วยเหลือ คือ จ่ายเงินชดเชยให้กับเกษตรกรที่ตัดอ้อยสด ให้ตันละ 120 บาท แต่มาตรการดังกล่าวนั้นสิ้นสุดลงไปแล้ว โดยได้มีการเสนอมาตรการใหม่ เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตั้งแต่เดือนพ.ย. 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการอุดหนุนทั้งการตัดอ้อยสดและรวบรวมใบอ้อยส่งโรงงาน รวมแล้วอยู่ที่ตันละ 120 บาท
ขณะเดียวกันยังมีการสนับสนุนเครื่องมืออุปกรณ์ทางการเกษตร โดยมีการพูดคุยกับนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ และรมว.พลังงาน เพื่อนำกลับอ้อยและใบไปผลิตไฟฟ้า
นายเอกนัฏ กล่าวว่า เกษตรกรคงไม่มีการเผาอ้อยเพื่อท้าทายรัฐบาล และไม่มีโรงงานใดกล้าฝ่าฝืนมาตรการการรับซื้ออ้อย แต่การเผาไร่อ้อยนั้น ยอมรับว่ายังมีอยู่บ้าง บางพื้นที่เป็นอุบัติเหตุ แต่ในบางพื้นที่เครื่องจักรเข้าไม่ถึง ทำให้ต้องมีการเผา ผู้รับเหมาตัดอ้อยยังยึดติดกับวิธีเดิมๆ
หากยังคงมาตรการเช่นนี้จนถึงสิ้นฤดูกาลปลายเดือนมี.ค. – เม.ย. จะสามารถช่วยเซฟพื้นที่การเกษตร และการเผาในพื้นที่โล่งเป็นล้านไร่ อย่างไรก็ตาม เราจะดำเนินการอย่างเข้มงวด และหลังจากนี้จะต้องมีการออกแบบระบบอย่างยั่งยืน เพราะไม่ชอบการแก้ไขปัญหาแบบเฉพาะหน้าหรือปลายเหตุ