สว. รุมจวกนโยบายปราบยาเสพติดรัฐบาล ไม่เอาจริง เสนอใช้ยาแรง ประหารชีวิต ภายใน 3 เดือน ถ่ายทอดสดด้วย รับประกันไม่มีใครกล้าทำผิดแน่
เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2568 ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา มีนายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา คนที่สอง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม พิจารณารายงานผลปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) ในการปราบปรามยาเสพติด ประจำปี พ.ศ.2566 โดยมีนายศิริสุข ยืนหาญ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นตัวแทนหน่วยงานชี้แจง
โดยพล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสวย สว. อภิปรายว่า ตนตั้งกระทู้ถามรัฐบาลตั้งแต่ก่อนปีใหม่จนถึงขณะนี้ยังไม่มาตอบเลยว่ารัฐบาลจะทำอะไรบ้าง อย่าให้ ป.ป.ส. แบกรับภาระอยู่ฝ่ายเดียว ถึงเวลาที่ต้องเป็นวาระแห่งชาติ
นายกฯ ต้องมานั่งหัวโต๊ะเรียกทุกกระทรวง ทบวง กรม มาทำงานร่วมกัน กว่า 80% เปอร์เซ็นต์ คนอายุ 18-25 ปี ติดอยู่ในเรือนจำ ซึ่งถือเป็นแรงงานของประเทศหายหมด มีแต่แรงงานต่างชาติมาทดแทน ตนขอให้กำลังใจป.ป.ส. ที่มาถูกทางแล้ว และขอให้ทำต่อไป
อย่างไรก็ตาม ตนขอท้วงติงว่า งบประมาณปราบยาเสพติด ที่ขณะนี้เข้าไปอยู่ตามหน่วยต่างๆ 20 กว่าหน่วย บางหน่วยไม่รู้จะทำอะไรก็เอามาแปะเป็นงบต้านยาเสพติด ตนขอให้ยกเลิกนโยบายกีฬาต้านยาเสพติด เพราะไม่ได้เป็นการต้านอย่างแท้จริง จึงขอให้ทบทวนหากตรงไหนไม่เหมาะสม ขอให้ตัดแล้วมารวมกันอย่างจริงจัง ปราบปรามให้เข้มข้น
ตอนนี้ยาเสพติด ยาบ้า ลงไปเด็กประถมแล้ว 7-8 ขวบก็เล่นยาแล้ว ยังไม่พอบุหรี่ไฟฟ้าลงไปถึงเด็กอนุบาลแล้ว แล้วประเทศไทยจะเหลืออะไร บางอำเภอตนลงไปตรวจงาน สอบถามว่ามีคนติดยาทั้งอำเภอประมาณเท่าไหร่ ได้รับคำตอบว่า 800 คน และพวกพร้อมที่จะบ้าเกิน 100 คน จึงขอให้ป.ป.ส.ทำและสู้ต่อไป
“ผมจะกระทุ้งรัฐบาลว่า ไม่ใช่ดีแต่วาจา ต้องลงมือทำอย่างจริงจัง พูดกันเป็นวาระไม่รู้กี่ชาติแล้ว ไม่รู้ชาติหน้าหรือเปล่า เราจะแพ้สงครามรอบประเทศแล้ว หากยังปล่อยให้เยาวชนใกล้ยาเสพติดอยู่อย่างนี้” พล.ต.ท.บุญจันทร์ กล่าว
ด้าน นายอะมัด อายุเคน สว. อภิปรายว่า ตนเคยลงพื้นที่กับกรมราชทัณฑ์ พบว่านักโทษในเรือนจำ 3 แสนคน เป็นนักโทษติดยาเสพติดไปแล้วกว่า 2.8 แสนคน คุกไทยเป็นพื้นที่รองรับคนค้ายาเสพติดที่ดีมาก เคยคุยกับชาวเมียนมาที่ค้ายาเสพติดก็บอกว่า ไม่กลัวคุกไทย เพราะมีอาหารให้กิน 3 มื้อ และอาหารครบ 5 หมู่ด้วย มีการออกกำลังกายตอนเช้า และมีสถานพยาบาลดูแล แต่ถ้าติดคุกในเมียนมาหรือต่างประเทศกลัวว่าจะเสียชีวิต
ตนเสนอให้แก้กฎหมายของประเทศไทยที่ยังอ่อนแอ แก้ปัญหาแบบลูบหน้าปะจมูก แก้ที่ปลายเหตุโดยมีแนวคิดเสนอให้ยาเสพติดหมดไปภายใน 6 เดือน อย่างสิงคโปร์ที่มีกฎหมายประหารชีวิตคดียาเสพติด แค่มียาไอซ์ ยาบ้าเม็ดเดียว เขาแขวนคอประหารชีวิตเลย
“ถ้าผมมีอำนาจจะเสนอว่า ประเทศไทยควรมีโทษประหารชีวิตเหมือนกัน แต่ถ้ากฎหมายออกไปจริง ผมอาจจะโดนคนแรก หน้าบ้านผมอาจจะมีพวกสิทธิมนุษยชน ภาคประชาสังคม มาดักหน้าบ้านเต็มไปหมด มาดูว่าผมถูกสั่งมาเกิดจากนรกหรือเปล่า ถึงใจร้ายใจดำ ซึ่งไม่ใช่ เพราะผมเห็นว่าประชากรของเราต้องมีคุณภาพ” นายอะมัด กล่าว
นายอะมัด กล่าวว่า หากจะลงโทษด้วยการประหารชีวิต ก็ไม่ต้องทำใต้ดิน ไม่ต้องไปวิสามัญฆาตกรรม เหมือนสมัยใครไม่รู้ที่วิสามัญไป 2,000 กว่าคน ขอให้ประหารเลยภายใน 3 เดือน และถ่ายทอดโทรทัศน์ด้วย รับประกันได้ว่าไม่มีใครกล้าทำผิดแน่นอน พร้อมย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งชุด แต่งตั้งชุดใหม่ ลองดูว่าทำได้หรือไม่
“หากลูกหลานของใครไม่เคยติดยาก็จะไม่รู้ว่าช้ำใจแค่ไหน เราไม่ควรต้องสนใจต่างชาติ ควรตั้งศาลพิเศษขึ้นมาให้ตัดสินภายใน 3 เดือน มีโทษประหารชีวิตและโฆษณาผ่านสื่อ” นายอะมัด กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายอะมัดอภิปรายอยู่นั้น มี สว. หลายคนมายืนอยู่ด้านหลัง ทำให้นายอะมัด กล่าวขึ้นว่า “ท่านว่าทำได้ไหม กองเชียร์ผมบอกว่าทำได้หมด” พร้อมกล่าวอีกว่า ข้อเสนอตนอาจรุนแรงไปหน่อย มันไม่ใช่ความรุนแรงแต่เป็นความเด็ดขาด
แต่หากยังลูบหน้าปะจมูกอยู่ อนาคตของเด็กไทยจะไม่มีแล้ว อย่าให้ยาเสพติดมาทำร้าย ตนเป็นอิสลาม เคยกล่าวว่าศาสนานี้ไม่มีขโมย เพราะในมุสลิมมีกฎหมายตัดมือผู้ลักขโมย แต่ประเทศไทยทำไม่ได้ เพราะคนไทยใจบุญสุนทาน
ขณะที่ นายศิริสุข ยืนหาญ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ชี้แจงว่า แม้กฎหมายเราจะแรง เรามีกฎหมายที่เกี่ยวข้องถึง 7 ฉบับ แต่ก็มีความขัดแย้งกันจนปรับปรุงกลายเป็นประมวลกฎหมายยาเสพติด แต่ใช้ 3 ปีแล้ว มีบางมาตราที่ต้องปรับปรุง เพื่อให้เป็นประโยชน์กับการแก้ปัญหา
ที่ผ่านมานายกฯ เคยเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมหลายครั้ง โดยวันที่ 30 ม.ค.นี้ จะมีปฏิบัติการปิดล้อมชายแดนเพื่อปราบปรามยาสเพติด
ยอมรับว่า ขณะนี้ ป.ป.ส. มีกำลังจริงเพียง 1,040 คน ขณะที่ชายแดนไทยมี 5,656 ตารางกิโลเมตร จึงให้ ป.ป.ส. เป็นหน่วยยุทธศาตร์ นโยบาย และอำนวยการบังคับใช้กฎหมาย แต่เราทำทุกคดีไม่ไหว เพราะมีคดีเป็นแสน จึงทำให้โหลด ซึ่งการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐที่พบการทำผิดต้องโดนลงโทษถึง 3 เท่า
สำหรับการจับยา หากตรวจจากนักวิทยาศาสตร์แล้ว จะไม่มีเวียน และต้องนำไปทำลายเมื่อมีปริมาณถึง 30 ตัน ยืนยันว่าไม่เวียน โดยตั้งแต่ 26 ธ.ค.2566 ต้องเผา และเร่งเผาทุกๆ 2-3 เดือน ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
“ยืนยันว่า ค่านิยมของเรา คือ ทุ่มเท เสียสละ และทำงานเพื่อส่วนรวม ขอให้ไว้ใจได้ จะเห็นว่าข่าวป.ป.ส. ไปพัวพันยาเสพติดจะน้อยมาก หากมีข้อมูลและพยานหลักฐานให้แจ้งมาหรือแจ้งต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้” รองเลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าว