‘เพื่อไทย’ ชี้ เป็นสิทธิ์ ภูมิใจไทย ไม่ร่วมพิจารณาแก้รัฐธรรมนูญ ยังไม่เคาะมติ หนุน ‘สว.’ ชงส่งศาลรธน.ตีความหรือไม่ ขอรอฟังเหตุผลก่อน
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 12 ก.พ. 2568 ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) มีการประชุมสส.ประจำสัปดาห์ โดยมีนายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรค และนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ และประธาน สส.พรรคเพื่อไทย เป็นประธานการประชุม
จากนั้น นายดนุพร ปุณณกันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ว่า การประชุมสส. พูดถึงการพิจารณาวาระร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 256 และเพิ่มหมวดมาตรา 15/1 ในวันที่ 13-14 ก.พ.นี้ พรรคเพื่อไทยกำชับ สส. ว่า ต้องเป็นองค์ประชุม
ส่วนกรณีที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) จะไม่ร่วมพิจารณาวาระดังกล่าว หรือ สว.บางคนจะไม่มาร่วมประชุมนั้น เราไม่สามารถไปก้าวก่ายพรรคอื่นว่า เขาจะมาหรือไม่มาได้ เราไม่สามารถไปควบคุมได้ อย่างไรก็ตาม ทราบมาว่า วันที่ 13 ก.พ. เวลา 08.00 น. จะมีสว.กลุ่มหนึ่งยื่นญัตติเข้าที่ประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อขออนุญาตให้ประธานรัฐสภาส่งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ
ซึ่งเรื่องนี้พรรคเพื่อไทยต้องขอฟัง สว. ที่ยื่นญัตติดังกล่าวก่อนว่า เหตุผลอะไรที่จะต้องยื่น ต้องการความชัดเจนในเรื่องอะไร เพราะในอดีตก็เคยมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความเช่นกัน ซึ่งขณะนั้นศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่มีคำตอบมาให้ ทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญในสภาชุดที่แล้วไม่สามารถดำเนินต่อไปได้
ทั้งนี้ หากประเด็นที่ สว. จะยื่นไป เราเห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่ตอบแน่ๆ เท่ากับว่าเป็นการชะลอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถือเป็นการเสียเวลาโดยใช่เหตุ ตรงนี้เราอาจจะไม่เห็นด้วย แต่หากสิ่งที่สว.พูดมามีเหตุผล เราก็จะขอพิจารณาอีกครั้ง
นอกจากนี้ มีการทักท้วงจากหลายฝ่าย บางคนทักท้วงมาว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ต้องใช้เสียงสว. 1 ใน 3 คือ 67 เสียง หากที่ประชุมร่วมรัฐสภาไม่มีมติให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ แล้วต้องมีการลงมติในวันที่ 14 ก.พ. และเราได้เสียงสว. ไม่ครบ 67 เสียง ก็เท่ากับว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นตกไป ไม่สามารถยื่นกลับมาได้อีก
แต่หากจะเอาความชัวร์ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือ ถ้ายื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญ แล้วศาลรัฐธรรมนูญสามารถมีคำวินิจฉัยลงมาว่า เราสามารถแก้ไขได้ ร่างนี้ก็ยังอยู่ต่อ มีสิทธิ์ที่จะพิจารณาต่อไปได้
ทั้งนี้ หากมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ อาจถูกมองว่าเป็นการยื้อเวลาในการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ทางพรรคเพื่อไทยได้เตรียมผู้ที่จะอภิปรายและชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจว่า จุดยืนของพรรคเพื่อไทยอยากแก้ไขรัฐธรรมนูญแน่ๆ
อย่างไรก็ตาม ย้ำว่าขณะนี้เรายังไม่มีมติว่า เราจะโหวตเห็นชอบกับสว.หรือไม่ ซึ่งด่านแรกที่เราจะต้องผ่านให้ได้ในวันที่ 13 ก.พ. คือ องค์ประชุมรัฐสภาต้องครบ และสามารถเปิดประชุมได้ก่อน แม้เราจะพยายามเช็กกันว่า สว. ที่จะเข้าร่วมประชุมในวันที่ 13 ก.พ. จะมีทั้งหมดกี่ท่าน แต่ก็ไม่สามารถเช็กได้ ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคก็ยังมีเสียงแตกว่าจะแก้ไขหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุม สส.พรรคเพื่อไทย มีสมาชิกแจ้งต่อที่ประชุมกรณีที่พรรคภูมิใจไทยมีมติไม่ร่วมพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยที่ประชุมพรรคเพื่อไทยมองว่า ปล่อยให้เรื่องดังกล่าวเป็นของพรรคภูมิใจไทยไป
แต่พรรคเพื่อไทยมีหน้าที่แสดงความมุ่งมั่นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเต็มที่ เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่ยึดโยงกับประชาชน และในการอภิปรายจะใช้คนไม่เยอะ มุ่งอภิปรายถึงแนวทางที่ชัดเจนของพรรคเพื่อไทย
ด้าน นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคภูมิใจไทยมีมติไม่ร่วมพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เป็นสิทธิ์ของพรรคภูมิใจไทย เพราะการจะเข้าร่วมประชุมหรือไม่เป็นเอกสิทธิ์ของสส.แต่ละคน ใครตัดสินใจอย่างไรก็รับผิดชอบอย่างนั้นไป กฎหมายนี้ไม่ใช่กฎหมายรัฐบาล แต่เป็นกฎหมายพรรคการเมือง การแก้ปัญหาควรให้พรรคการเมืองไปตัดสินใจจะดีที่สุด
จากที่ได้ถามหัวหน้าพรรคการเมืองต่างๆ ทุกคนพร้อมที่จะเข้าไปประชุมและพิจารณาร่วมกัน ตามที่เรามีไว้เป็นแนวทาง คือ ให้เรื่องนี้ไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ให้ทุกคนสบายใจกับกฎหมายที่จะออกมา
เรื่องนี้ไม่มีอะไรน่ากังวลใจ หากจะให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้พิจารณา เราสามารถเสนอญัตติได้ และหากที่ประชุมสภาเห็นด้วย ก็ให้ศาลธรรมนูญเป็นผู้พิจารณา แต่น่าจะเป็นแบบนั้น และคงไม่ไปตามใคร เพราะตกลงกันแล้วว่าจะไปแบบนี้ เรื่องนี้ชัดเจนถูกต้องเหมาะสมตามกระบวนการที่จะให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา ทุกคนจะได้สบายใจ
ทั้งนี้ ได้คุยกับนายอนุทินมาต่อเนื่อง พอทราบว่าคิดอะไร และบอกไปว่าเป็นเอกสิทธิ์ ไม่ได้ถือเป็นอะไรต่อกัน แต่ละคนตัดสินใจอย่างไรก็เป็นเรื่องของพรรคนั้น ขณะที่พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคชาติไทยพัฒนา ทุกคนเห็นด้วยตามแนวทางนี้ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์กำลังพิจารณาอยู่ คิดว่าเรื่องแบบนี้คงไม่มีปัญหาอะไร แต่ขอคุยกับ สส.ก่อน