เมื่อวันที่ 14 เม.ย.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการบริหารของ คสช.เกือบ 4 ที่ผ่านมาว่า ได้ความสงบเรียบร้อยในการหยุดยั้งสถานการณ์ ซึ่งก็เอาใจช่วยว่าจะทำอย่างไรในการวางรากฐาน ทำนโยบาย กติกาให้เอื้อต่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน เหมือนที่เคยพูดไว้กับประชาชน แต่เวลาเหลือน้อยลงและที่ผ่านมา
- กลายเป็นว่านโยบายหลายเรื่องเป็นการทำเฉพาะหน้ามากกว่า เช่น เศรษฐกิจ 4 ปีทึ่ผ่านมาใช้เงินเกือบล้านล้านบาทในการกระตุ้นเศรษฐกิจหลายรอบ ทั้งไม่เก็บภาษีเพื่อให้คนไปซื้อของ หรือลงทุน แต่ผลตอบแทนที่ได้กลับไม่ได้ช่วยในเรื่องความเป็นอยู่ของคนส่วนใหญ่
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่าส่วนการปฏิรูปในแง่ของการเมืองที่น่าเป็นห่วงคือ ใช้รัฐธรรมนูญมาปีเศษปรากฏว่าหลักการหลายอย่างมีแต่ความสับสน ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือสถานะขององค์กรอิสระ จากปัญหาการทำกฎหมายเกี่ยวกับองค์กรอิสระ การปลดกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)และเพิกเฉยต่อมติของผู้ตรวจการแผ่นดิน ทำให้ระบบการตรวจสอบถ่วงดุลอ่อนแอ
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงการทำงานตลอดเกือบ 4 ปีที่ผ่านมาในการออกกฎหมายของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ว่า สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงความไม่รอบคอบของการทำกฎหมาย หลายเรื่องทำให้เห็นว่าคุณภาพของกฎหมายที่ออกมามีปัญหา หลายเรื่องสะท้อนให้เห็นว่าผู้เขียนกฎหมายไม่เข้าใจเงื่อนไขความเป็นจริงในสังคม จึงเป็นบทเรียนสำหรับสนช.ว่าต้องรอบคอบและพิถีพิถัน ถ้าเขียนกฎหมายโดยเอาใจกลุ่มคนกลับไปกลับมาก็เกิดปัญหา ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะสนช.คิดว่าต้องรับผิดชอบกับคสช.เนื่องจากมีที่มาจากคสช.จึงต้องตอบสนองสิ่งที่คสช.ต้องการ ซึ่งที่น่าเป็นห่วงคือมีการออกกฎหมายเพิ่มอำนาจให้ราชการด้วย