เปิดญัตติเพื่อไทย ยื่น‘วันนอร์’ ของมติรัฐสภา ส่งศาลรธน. วินิจฉัยปัญหาอำนาจและหน้าที่ของรัฐสภา ในการพิจารณาและลงมติร่าง รธน.แก้ ม.256 และเพิ่มหมวด ส.ส.ร.ยกร่างใหม่

เมื่อวันที่ 19 ก.พ.2568 ที่รัฐสภา นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า พรรคเพื่อไทยได้ยื่นญัตติเรื่อง ขอให้รัฐสภามีมติขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่ และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) ต่อประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 และเพิ่มเติมหมวด 15/1

การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะทำได้ก่อนการออกเสียงประชามติ ว่าประชาชนประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้หรือไม่ ต่อนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านระบบสารบัญของสภาฯแล้ว

ส่วนจะนำเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาช่วงใดนั้น ต้องรอการหารือกับประธานรัฐสภา ในบ่ายวันนี้อีกครั้ง ซึ่งเร็วๆนี้ จะมีการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาเรื่องที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอให้รัฐสภาพิจารณาอนุมัติ ประมาณ 4-5 เรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องด่วนที่รัฐสภาต้องอนุมัติให้เสร็จก่อนวันที่ 9 มี.ค. ดังนั้น หากจะนำประเด็นแก้รัฐธรรมนูญรวมถึงญัตติที่เสนอขึ้นมาพิจารณานั้น อาจต้องต่อท้ายเรื่องด่วนดังกล่าว

“ผมเข้าใจว่าประเด็นที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญอาจจะไม่ทันในการประชุมรัฐสภาที่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ เพราะมีเรื่องด่วนที่สำคัญต้องพิจารณาหลายเรื่อง ดังนั้น อาจต้องรอการพิจารณาในรอบถัดไป แต่จะเป็นเมื่อใดนั้น รอให้ประธานรัฐสภาพิจารณาบรรจุวาระอีกครั้ง” นายวิสุทธิ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ญัตติด่วนดังกล่าว มีเนื้อหาระบุอ้างอิงถึงร่างแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 ตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เพื่อจัดทำร่างฉบับใหม่ของร่างพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน ซึ่งมีหลักการทำนองเดียวกัน และประธานรัฐสภาบรรจุระเบียบวาระการประชุมเมื่อวันที่ 13-14 ก.พ.ที่ผ่านมา ปรากฏว่าเกิดความขัดแย้งและความเห็นที่แตกต่างกันของสมาชิกรัฐสภาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภา

โดยฝ่ายหนึ่งเห็นว่ารัฐสภาไม่มีหน้าที่และอำนาจพิจารณาและลงมติร่างรัฐธรรมนูญ ทั้ง 2 ฉบับ เนื่องจากต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติ ว่าประชาชนประสงค์ที่จะให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับฉบับใหม่หรือไม่เสียก่อน ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 4/2564 จึงได้แสดงออกด้วยการประกาศไม่ร่วมประชุม และมีการอภิปรายแสดงความเห็นอย่างกว้างขวาง

ขณะที่สมาชิกรัฐสภาส่วนหนึ่ง เห็นว่า รัฐสภามีหน้าที่ทำหน้าที่พิจารณาและลงมติร่างรัฐธรรมนูญ ทั้ง 2 ฉบับ เพื่อให้มีหลักเกณฑ์ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยการเพิ่มเติมหมวด 15/1 เท่านั้น ซึ่งภายหลังเมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว จึงไปดำเนินการให้มีการออกเสียงประชามติ โดยทำพร้อมกับประชามติว่าประชาชนเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมหรือไม่

ถือว่าเป็นการทำประชามติก่อนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เช่นกัน ซึ่งฝ่ายนี้เห็นว่าเป็นการสอดคล้อง และเป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 4/2564

ดังนั้น เมื่อสมาชิกรัฐสภามีความเห็นขัดแย้งเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของรัฐสภาในการพิจารณาและลงมติร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมในข้างต้น จึงทำให้รัฐสภาไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามหน้าที่และอำนาจตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้

จึงก่อให้เกิดปัญหาและอุปสรรคในการทำหน้าที่ และถือว่าเป็นกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับอำนาจและหน้าที่ของรัฐสภา เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว และยังไม่มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในปัญหาดังกล่าว จึงเสนอญัตติด่วนตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา เพื่อให้รัฐสภามีมติขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกี่ยวกับอำนาจและหน้าที่

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน