ผบ.ตร ลั่นไม่เอาไว้ หากตร.เอื้อประโยชน์ต่างชาติทำผิดกฎหมาย ยกปมอิสราเอล ในอ.ปาย หากพบเอาผิดวินัยร้ายแรง สั่ง ‘สำราญ’ ลงพื้นที่ ขอประชาชนแจ้งเบาะแสตร.

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 19 ก.พ.2568 ที่โรงแรมรามาการ์เด้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์กรณีนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล ที่เข้ามาท่องเที่ยวในอ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน มีพฤติกรรมที่ไม่ดี อาทิ เมากร่าง ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบ จะจัดการอย่างไรว่า เรื่องนี้แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 ทางฝ่ายปกครอง นำโดยผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอน และตำรวจในพื้นที่ ได้ประชุม และรับฟังความเดือดร้อนของชาวบ้าน

ในประเด็นการใช้ยานพาหนะ การไปสถานบริการ และการอยู่อาศัยว่า ถูกต้องหรือไม่ โดยผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอน รับนโยบายจากนายกรัฐมนตรี ให้พิจารณาดูเรื่องนี้อย่างจริงจัง และดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ในส่วนของจังหวัดได้มีการขับเคลื่อน และประชุมวางแผน แบ่งหน้าที่การปฏิบัติงานอย่างชัดเจน

ในส่วนของตำรวจ ได้สั่งการไปที่ตำรวจภูธรภาค 5, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล, ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว รวมไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ดำเนินการ 5 ประเด็นหลักคือ ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริง เพื่อนำมาสู่การปฏิบัติว่า มีการพำนักอาศัยในประเทศไทยเกินระยะเวลาที่กำหนดหรือไม่ และพักอาศัยอย่างไร กระทำผิดความผิดอะไรบ้าง ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง หากกระทำผิดกฎหมายในส่วนรับผิดชอบของตำรวจหน่วยงานใด ให้บังคับใช้กฎหมายในส่วนนั้น

ผบ.ตร.กล่าวย้ำว่า สิ่งที่ประชาชนไม่สบายใจ ในพื้นที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน เราต้องตรวจสอบดูว่า เจ้าหน้าที่ดำเนินการอะไรไปบ้าง หากพบว่า มีตำรวจเข้าไปเอื้อประโยชน์ ก็จะดำเนินการทางวินัย ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนเองได้เน้นย้ำ

โดยได้สั่งการไปที่พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วยผบ.ตร. ที่กำกับดูแลความมั่นคง ซึ่งภายใน 2-3 วันนี้ จะลงพื้นที่ไปตรวจสอบความคืบหน้า และการบังคับใช้กฎหมาย ทั้งนี้ ฝากถึงประชาชน หากมีคลิปวิดีโอ หรือข้อมูลเบาะแสเพิ่มเติม ขอให้แจ้งเข้ามาในช่องทางของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้ทุกช่องทาง

ยืนยันว่า ชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาโดยวิธีการที่ผิดกฎหมาย แอบแฝงทำธุรกิจที่ผิดกฎหมาย ยืนยันว่า จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น และจริงจัง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน