นายกฯ ต้อนรับ นายกฯ สปป.ลาว เยือนไทย เป็นสักขีพยานลงนามMOU 4 ฉบับ เปิดตัวตราสัญลักษณ์ฉลอง 75 ปี จับมือปราบแก๊งคอล-ยาเสพติด-ลดหมอกควัน ตั้งเป้าการค้าทวิภาคี 11,000 ล้านดอลลาร์ ในปี 2027

เมื่อเวลา 10.15 น.วันที่ 20 ก.พ.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคู่สมรส ให้การต้อนรับนายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) และภริยา ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล โดยนำตรวจแถวกองตรี ทหารเกียรติยศ บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า

จากนั้น นายกฯลาวและภริยา ลงนามในสมุดเยี่ยม และชมของที่ระลึก ที่ห้องสีงาช้าง และหารือข้อราชการกลุ่มเล็ก ก่อนหารือข้อราชการเต็มคณะ ที่ตึกภักดีบดินทร์

จากนั้น เวลา 10.45. ที่ตึกภักดีบดินทร์ น.ส.แพทองธาร และนายสอนไซ หารือข้อราชการเต็มคณะ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเชื่อมโยงและการแลกเปลี่ยนในระดับประชาชน เน้นความร่วมมือแก้ไขปัญหาที่เป็นความท้าทายร่วมกัน ได้แก่ การปราบปรามยาเสพติด การค้ามนุษย์ มลพิษฝุ่น PM2.5 ปัญหาอาชญากรรม และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำร่วมกัน

ต่อมาเวลา 12.05 น. น.ส.แพทองธาร และนายสอนไซ ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลง 4 ฉบับ และแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจ พร้อมเปิดตัวตราสัญลักษณ์เฉลิมฉลองการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – สปป.ลาว ครบ 75 ปี

โดยบันทึกความเข้าใจ 4 ฉบับ ได้แก่ 1.แผนดําเนินการ พ.ศ. 2568 – พ.ศ. 2570 เพื่อดำเนินการตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านกิจการยุติธรรมและกฎหมายระหว่างกระทรวงยุติธรรมแห่งราชอาณาจักรไทยและกระทรวงยุติธรรมแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 2.บันทึกการดำเนินการด้านเทคนิคสำหรับการขนส่งผู้โดยสารทางรถไฟระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทยกับรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งชาติลาว

3.บันทึกความเข้าใจเพื่อความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ราชอาณาจักรไทย และมหาวิทยาลัยสุภานุวงศ์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ 4.บันทึกความเข้าใจระหว่างคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน กับสภาการค้า และอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว

จากนั้น นายกฯและนายกฯลาว แถลงข่าวร่วมกันที่ตึกสันติไมตรี โดยน.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ในนามรัฐบาลและประชาชนไทย ขอต้อนรับนายสอนไซ และคณะ ในโอกาสเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่ง สปป.ลาว เป็นประเทศแรกที่ตนเดินทางเยือน หลังเข้ารับตำแหน่ง และเป็นการเริ่มต้นการฉลองครบรอบ 75 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ลาว ในปีนี้ โดยเห็นพ้องที่จะขับเคลื่อนความร่วมมือไทย-ลาวให้เจริญก้าวหน้าไปด้วยกัน ส่งเสริมความยินดีอยู่ดีของประชาชนใน 3 ด้านหลัก

ด้านแรกคือ การเสริมสร้างให้พื้นที่ชายแดนของสองประเทศมีความมั่นคง ทั้งเรื่องการปราบปรามยาเสพติด ที่จะเพิ่มความเข้มข้นในความร่วมมือ ซึ่งเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติของทั้งสองประเทศ โดยจะสนับสนุนการแลกเปลี่ยนข่าวสารและขยายผลการสืบสวนสอบสวนของชุดปฏิบัติการและคณะทำงาน ส่งเสริมความร่วมมือในระดับท้องถิ่น และหมู่บ้าน และเห็นพ้องสนับสนุนการพัฒนาในการปลูกพืชเพื่อเป็นทางเลือกทดแทนยาเสพติด

ส่วนปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ไทยและลาว ต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นปัญหาร่วมกันในภูมิภาค ตนจึงเสนอให้ใช้ประโยชน์จากกรอบแม่โขง-ล้านช้าง ที่ไทยเป็นประธานในปีนี้เพื่อผลักดันความร่วมมืออย่างจริงจังในภูมิภาค และชื่นชม สปป.ลาว ในการปราบปรามอาชญากรรม ในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำในช่วงที่ผ่านมา และไทยพร้อมสนับสนุนการขยายผลปราบปราม และการสอบสวนเพื่อเอาผิดผู้อยู่เบื้องหลัง

สำหรับปัญหาหมอกควันข้ามแดน จากความร่วมมือของสองประเทศเริ่มเห็นผลที่เป็นรูปธรรม จำนวนจุดความร้อนบริเวณชายแดนไทย-ลาว ลดลง แต่ต้องผลักดันให้มีความคืบหน้าต่อเนื่อง เช่น การจัดตั้งห้องปฏิบัติการเพื่อติดตามและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันเพิ่มเติม ขยายผลโครงการนำร่องจัดทำแนวกันไฟลดการเผาคู่ขนานในพื้นที่สองประเทศ

นอกจากนี้ไทยเสนอเชื่อมโยงฐานข้อมูล หรือฐานข้อมูลและระบบเตือนภัยล่วงหน้า ของ สปป.ลาว เข้ากับระบบของจีสด้า เพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาหมอกควัน

สำหรับการแก้ไขปัญหาอุทกภัย ตนยินดีที่ระบบโทรมาตร ที่ฝ่ายไทยสนับสนุนการติดตั้งมีส่วนช่วยแจ้งเตือนระดับน้ำใน สปป.ลาว ซึ่งไทยพร้อมสนับสนุน การติดตั้งเพิ่มเติมโดยเฉพาะในลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

นายกฯ กล่าวว่า ด้านที่สอง คือการสร้างความเจริญเติบโตและความมั่งคั่งร่วมกัน เริ่มจากการค้า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องบรรลุเป้าหมายการค้าทวิภาคีที่ 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2570 และเพิ่มจำนวนขบวนรถไฟขนส่งผลไม้ รวมถึงเพิ่มช่องทางปล่อยสินค้าบริเวณจุดผ่านแดนลาว-จีน ลดความแออัดการขนส่งผลไม้ อีกทั้งจะร่วมมือกันลด การเผาในอุตสาหกรรมการเกษตรทั้งสองประเทศ

ด้านการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ ไทยยินดีที่หลายโครงการมีความคืบหน้า โดยเฉพาะการก่อสร้างสภามิตรภาพแห่งที่ 5 ที่จะเปิดใช้ในปลายปีนี้ ทั้งนี้ จะมีการจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ร่วมกัน และพร้อมสนับสนุนโครงการที่อยู่ในแผนให้มีความก้าวหน้า อาทิ

โครงการเชื่อมต่อรถไฟไทย-ลาว กับระบบรถไฟลาว-จีน ซึ่งยังเป็นจุดที่ยังไม่เชื่อมต่อประมาณ 10 กิโลเมตร เพื่อเพิ่มความสะดวกในการขนส่งทางรางของทั้งสองประเทศ รวมถึงการเชื่อมต่อระบบรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน กับระบบรถไฟลาว-จีน ซึ่งจะมีการประชุม 3 ฝ่ายในการพูดคุยรายละเอียดโดยเร็ว

ขณะเดียวกันจะส่งเสริมกิจการร่วมค้าระหว่างภาคเอกชนไทย-ลาว บริหารจัดการขนส่งและโลจิสติกส์ในภูมิภาค ซึ่งจะวิน-วินสำหรับทุกฝ่าย

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ด้านที่ 3 การเสริมสร้างสายสัมพันธ์พิเศษระดับประชาชน ไทยและสปป. ลาว มีความสัมพันธ์ที่ดีมาก และประชาชนสองฝั่งก็มีความผูกพันเป็นดั่งเครือญาติ และในโอกาสครบรอบ 75 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ลาว ตนยินดีที่ทั้งสองฝ่ายจะจัดกิจกรรม เพื่อฉลองวาระพิเศษนี้ตลอดทั้งปี โดยไทยพร้อมมอบทุนการศึกษากว่า 75 ทุน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์อันยาวนาน รวมทั้งเพื่อช่วยพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และเยาวชนของ สปป. ลาว

นอกจากนี้ ไทยยังพร้อมสนับสนุน สปป. ลาว อย่างต่อเนื่องต่อไปทั้งในด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะการพัฒนาบุคลากรด้านการแพทย์และการสนับสนุนเซรุ่มแก้พิษงู และด้านการเกษตร โดยผ่านโครงการในพระราชดำริต่าง ๆ

ขอแสดงความยินดีอีกครั้งต่อความสำเร็จของ สปป. ลาว ในการทำหน้าที่ประธานอาเซียนได้อย่างดีเยี่ยมเมื่อปีที่แล้ว และไทยพร้อมร่วมมือกับ สปป. ลาว อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในกรอบอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงและกรอบอาเซียน เพื่อส่งเสริมผลประโยชน์และแก้ไขปัญหาที่ภูมิภาคของเราเผชิญร่วมกันต่อไป

นายกฯ กล่าวว่า ในวาระพิเศษที่ทั้งสองประเทศกำลังฉลองโอกาสครบรอบ 75 ปี ของความสัมพันธ์ฯ มีความยินดีและความมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับนายกฯ ในการส่งเสริมให้ประชาชนไทย-ลาว มีความกินดี อยู่ดีและมีสุข รวมทั้งส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้เป็น “สายสัมพันธ์ที่ยั่งยืน” ในอีก 75 ปีข้างหน้าต่อไป

ภายหลังการแถลงข่าวนายกฯและคู่สมรส และนายกฯสปป.ลาว และภริยา เยี่ยมชมการจัดแสดงผลิตภัณฑ์หัตถกรรมและหัตถศิลป์ไทย บริเวณโถงกลาง ตึกสันติไมตรี และนายกฯ จะเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวัน เพื่อเป็นเกียรติแก่นายกฯสปป.ลาว และภริยา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน