ถูกจับตาทันทีหลัง นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภา ความมั่นคงแห่งชาติ ระบุถึงยุทธศาสตร์แก้ปัญหาภาคใต้ ฉบับใหม่ จะนำผู้เห็นต่างกลับเข้าสู่สังคมคล้ายนโยบาย 66/23 ใช้การเมืองนำการทหาร แต่ไม่ใช่การนิรโทษกรรม

ขณะที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.กลาโหม มองว่าต้องดูให้สอดคล้องสภาพปัจจุบัน ส่วนใด ที่เคยประสบความสำเร็จมากก็นำมาปรับใช้ คงไม่สามารถนำมาใช้ได้ทั้งหมด

มีมุมมองของนักวิชาการในเรื่องดังกล่าว

ดร.สติธร ธนานิธิโชติ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า การที่มีแนวคิดจะนำกรอบคำสั่ง 66/23 มาใช้กับการดับไฟใต้ แบบใช้การเมืองนำทหารเหมือนจะใช้ได้ แต่ตอนใช้คำสั่ง 66/23 ครั้งนั้นเป็นปัญหาแบบการเมือง เป็นเรื่องภัยคอมมิวนิสต์ มีนักศึกษาหนีเข้าป่า คำสั่งนี้เหมือนเป็นการนิรโทษให้กลับเข้ามาเหมือนไม่เอาผิด

คำสั่ง 66/23 ครั้งนั้นใช้ได้เพราะเป็นเรื่องอุดมการณ์ทางการเมือง และผู้คนยังรู้สึกผูกพันในเรื่องของเชื้อชาติเดียวกัน แต่สถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องเข้าใจว่าในพื้นที่มีประเด็นเรื่องของเชื้อชาติ ศาสนาด้วย จึงมีความอ่อนไหวมากกว่ากันมาก

การเมือง - ข้อเสนอดับไฟใต้กับคำสั่ง 66/23

การที่นายภูมิธรรม ระบุจะพิจารณาเป็นส่วนๆ ว่าจะสามารถนำเรื่องไหนจากคำสั่ง 66/23 มาใช้ได้บ้างนั้นจึงเข้าใจว่าถ้าใช้ในเชิงหลักการ แนวคิดพอจะใช้ได้

เพราะแนวคิดคล้ายกันคือเป็นเรื่องที่เป็นความผิดที่ก่อขึ้นมาด้วยมูลเหตุจูงใจที่เขาไม่พอใจต่อรัฐบาลไทยจึงไปกระทำเช่นนั้น เรื่องนี้ก็ให้อภัยกันไปเพื่อจะได้กล้ากลับเข้ามาตั้งโต๊ะพูดคุยอย่างเปิดหน้าเปิดตา และนำไปสู่การหาแนวทางร่วมกันว่าจะอยู่กันอย่างไร

เพราะวันนี้ถ้าคดีความยังคาราคาซังแล้วใช้เรื่องความมั่นคงหรือกฎหมายพิเศษเข้าไปจัดการควบคุมพื้นที่ เขาจะไม่ออกมาคุยด้วย หรือไม่ยอมมาเจรจาด้วย หรือถ้าจะมีการเจรจากันจริงก็จะมีตัวกลางอย่างมาเลเซียที่เป็นคนจัดการหรือเป็นตัวกลางให้

ดังนั้น ถ้าจะให้เขากล้าเปิดหน้าเปิดตาเข้ามาหรือส่งตัวจริงเข้ามาคุยกับรัฐบาลไทย เราควรใช้โมเดลให้อภัยเขาก่อนในการกระทำที่ผ่านมา ไม่ใช่มาถึงแล้วจับเลยแบบนั้นคงไม่กล้า เข้ามาเจรจา

ฉะนั้นในเชิงหลักการสามารถทำได้ แต่ในเชิงวิธีการต้องว่า กันอีกแบบหนึ่ง อย่างที่บอกว่าเรื่องนี้มีความอ่อนไหว อย่างไรก็ตามแม้จะบอกว่าหลักการใช้ได้แต่ต้องไปคัดกรองกันอีกครั้ง

เช่น ต้องมีการแจกแจงในเรื่องความผิดประเภทไหนและเจตนาเพื่อการแสดงออกต่อต้านรัฐบาลเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาอื่นแฝง ไม่ใช่ผสมโรงก่ออาชญากรรมจริง ไปฆ่าคู่แค้น ส่วนตัวหรือผู้มีผลประโยชน์ทางธุรกิจ แบบนี้ไม่ได้ ดังนั้นการคัดกรองกรณีเช่นนี้จึงอาจจะยากกว่า

ในหลักการเข้าใจว่าให้อภัยได้ เช่น ใช้ในเหตุการณ์ตั้งแต่ปี 2544 เหตุการณ์การปล้นปืน ก็ตัดตอนตั้งแต่เหตุการณ์นี้เพื่อจะได้เปิดทางเข้าไปสู่กระบวนการสันติภาพ แต่คำถามคือเหตุการณ์ไหนหรือการกระทำไหนไม่ถูกนับ เพราะถ้า เหมาหมดจะเป็นธรรมหรือไม่เพราะบางเหตุการณ์การกระทำ อาจก้ำกึ่ง เรื่องนี้จึงเป็นความยาก

ถ้านำคำสั่งนี้มาใช้ในครั้งนี้มองว่าปัญหาจะทุเลาหรือไม่นั้น ก็คงทุเลาได้แต่กระบวนการที่ว่านี้ต้องมีความละเอียดรอบคอบ อย่างที่บอกถ้าเราคัดกรองชัดเจนจนฝ่ายผู้ก่อการมีความสบายใจและยอมเข้าสู่กระบวนการสันติภาพกับรัฐบาลไทย จึงถือว่าประสบความสำเร็จ

ไม่จำเป็นต้องถึงขั้นแก้ปัญหาได้่แค่เขายอมมาเปิดตัวพูดคุยกัน และหาทางออกร่วมกัน เท่านี้ก็ถือว่าสำเร็จแล้ว แต่ตอนนี้ต้องมาคิดว่าขั้นตอนเหล่านี้จะสามารถทำให้เขามั่นใจได้ไหม นี่คือความยาก

ที่ผ่านมาเราก็มีการเจรจาโดยทางมาเลเซียเป็นตัวกลางในการจัดการเจรจาให้ และเรายังไม่ทราบว่าโต๊ะเจรจาที่เปิดพูดคุยกันนั้นเป็นตัวจริงขนาดไหน เรื่องนี้จะแก้ได้ก็ต่อเมื่อตัวจริงมาพูดคุย เราไม่สามารถทราบได้ว่าคนที่มาคุยครั้งที่แล้ว เป็นตัวจริงของกลุ่มหรือไม่ หรือมาเป็นการดูเชิง หรือคนที่ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ

ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้ค่อนข้างยาก ถ้าจะใช้หลักการนี้ก็ได้แต่ต้องอย่าลืมว่าเรื่องนี้ละเอียดอ่อนกว่าครั้งที่แล้ว จึงอยากให้เข้าใจในความละเอียดอ่อนของปัญหา

ครั้งนั้นเป็นความขัดแย้งเรื่องอุดมการณ์ทางการเมืองของคนในชาติเดียวกัน แต่ครั้งนี้มีประเด็นเรื่องเชื้อชาติ ศาสนาที่แตกต่างกัน และเรื่องนี้ยืดเยื้อคาราคาซังมานานกว่า

การเมือง - ข้อเสนอดับไฟใต้กับคำสั่ง 66/23

 

ด้าน ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตภิรมย์ศรี ผอ.ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ นักวิจัยประจำสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี กล่าวว่า หากจะนำคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 66/2523 ส่วนตัวไม่เห็นด้วย เนื่องจากมีลักษณะที่ต่างกันอย่างมากทั้งเหตุการณ์และช่วงเวลา

เหตุผลที่สำคัญคือ 66/23 เป็นช่วง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกฯ ต่อสู้กับคอมมิวนิสต์และขบวนการที่ต่อสู้ด้วยหลักการคอมมิวนิสต์ เป็นการต่อสู้ด้วยอุดมการณ์ เป็นแนวคิดหลักประชาธิปไตย รัฐบาลตอนนั้นโดยฝ่ายความมั่นคงเน้นนโยบาย 66/23 เปิดโอกาสให้ฝ่ายเห็นต่างกลับมามีส่วนร่วมพัฒนาชาติไทย

มีลักษณะกึ่งๆ นิรโทษกรรม เพื่อแก้ปัญหาความอยุติธรรมในสังคม ยังตามมาด้วยนโยบาย 66/29 ใช้การเมืองนำการทหาร ตอนนั้นเหมือนประสบความสำเร็จในแง่คนกลับเข้ามา และเป็นผลพวงความขัดแย้งระหว่างจีนกับรัสเซียด้วยแต่เหตุการณ์ในอดีตกับปัจจุบันแตกต่างกันมาก

แต่เหตุการณ์ของภาคใต้มีความแตกต่างกันเรื่องอัตลักษณ์ ศาสนา ชาติพันธุ์ วัฒนธรรม ในแง่มุมที่ลึก ไม่ใช่เชิงอุดมการณ์ แบบเก่า แล้วกระบวนการต่อสู้เกิดจากความไม่เป็นธรรมต่างๆ เป็นประวัติศาสตร์ทับถมกันมา ซึ่งเหตุการณ์ปัจจุบันเป็นเงื่อนไขอีกแบบ หากจะนำ 66/23 มาใช้ไม่น่าจะประสบความสำเร็จ

อย่างไรก็ตาม กระบวนการตอนนี้ที่เรามีอยู่แล้วคือกระบวนการสันติภาพในพื้นที่ ซึ่งมีกระบวนการรองรับในแง่การให้คนเห็นต่างทั้งวัฒนธรรม ศาสนา อัตลักษณ์ทั้งหลายมาร่วมและจัดการแก้ปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ซึ่งเป็นกระบวนการที่มีส่วนร่วมด้วยกันทุกฝ่าย ด้วยการสร้างสังคมที่อยู่ด้วยกันอย่างสันติ

การเมือง - ข้อเสนอดับไฟใต้กับคำสั่ง 66/23

การพูดคุยด้านสันติภาพที่ทำกันมามีความก้าวหน้ามากกว่า 66/23 เพราะ 66/23 เป็นฝ่ายเดียวที่ทำคือทางภาครัฐและไม่มีการเจรจาพูดคุย มีการขับเคลื่อนแก้ปัญหาได้ มีการให้หยุดยิง หยุดความรุนแรงออกจากความขัดแย้ง สร้างสันติ สร้างความร่วมมือกันระหว่างต่างๆ ปรึกษาหารือกับประชาชนในพื้นที่ ขั้นตอนนี้มีกระบวนการที่ละเอียดอ่อนมากกว่าแนวทาง 66/23

เราเคยนำมาตรา 66/23 มาใช้ในปี 2551 ตาม พ.ร.บ.ความมั่นคงภายใน ซึ่งมีมาตรา 21 ที่ให้ผู้มีความเห็นต่างกลับใจและกลับเข้ามาสู่กระบวนการจะมีการยกโทษให้ แต่มีเคสที่คนเข้ามาร่วมไม่ถึง 10 คน จึงถือว่าเป็นมาตรการที่ล้มเหลว

ครั้งนี้รัฐบาลสามารถเปิด 66/23 ไว้ได้ แต่ไม่ใช่เป็นตัวหลัก หลักๆ ของการแก้ปัญหาควรพูดถึงหลักการสันติภาพ ในการแก้ปัญหาร่วมกับทุกฝ่าย การเจรจาพูดคุยสำคัญมากการสร้างสันติภาพอย่างแท้จริงควรนำทุกศาสนามาร่วมพูดคุยกันจะเกิดการแก้ปัญหาอย่างแท้จริงและยั่งยืน

ยืนยันกระบวนการพูดคุยสันติภาพมีความก้าวหน้าจากสถิติความรุนแรงรอบ 10 ปีที่ผ่านมาเห็นได้ชัดว่าลดลงอย่างมาก จากเมื่อก่อน 1 ปี มีเหตุการณ์ความรุนแรงประมาณ 2,000 เหตุการณ์ เดือนหนึ่งประมาณ 200-300 เหตุการณ์แต่ปัจจุบันลดลงเหลือ 20-30 เหตุการณ์ต่อเดือน บางเดือนต่ำกว่านั้น

การพูดคุยตามหลักสันติภาพจึงเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุด ในพื้นที่ภาคใต้ แต่การพูดคุยทางเสรีภาพก็ต้องมีการปรับปรุง ให้ก้าวหน้ามากขึ้น หรือเอามาตรการอื่นๆ มาเสริม จะมาสรุป ว่ากระบวนการพูดคุย ผ่านมา 20 ปีแล้ว แต่ยังมีความรุนแรงอยู่แบบนั้นเลยไม่ได้ เพราะต้องดูพลวัตของเหตุการณ์ในพื้นที่ ซึ่งความรุนแรงมันลดลง

ทุกฝ่ายยอมรับว่าเหตุการณ์ความรุนแรงลดลง แต่มีบางช่วง บางจุดที่ยังมีปัญหา แต่ในภาพรวมเราต้องให้กระบวนการสันติภาพสมบูรณ์แบบขึ้น และรัฐบาลไม่ควรนำเครื่องมือเก่าซึ่งใช้แล้วไม่รู้ประสบความสำเร็จหรือไม่ กลับมาใช้ในปัจจุบัน อีกเพราะจะกระทบหลายด้าน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน