นายกอิ๊งค์ ชี้แจงกระทู้สดครั้งแรก รับปาก สภาฯ ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์-ยาเสพติดเด็ดขาด ลั่นต้องหมดไปจากประเทศไทยในเร็ววัน ไม่จบไม่เลิกแน่นอน

เมื่อเวลา 11.35 น. วันที่ 27 ก.พ. ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างกระทู้ถามสดด้วยวาจาที่ นายณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) ถามนายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รมช.คมนาคม เรื่องบ้านเพื่อคนไทยนั้น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เข้ามานั่งบนที่สำหรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตอบกระทู้ แต่ปรากฏว่ากระทู้ที่ สส.จะถามนายกฯ นั้น น.ส.แพทองธารมอบหมายรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ตอบแทน

เมื่อจบกระทู้ถามสด ทำให้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ได้ปรึกษากับประธานที่ประชุมว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะสลับคิวให้นายกรัฐมนตรีขึ้นมาตอบกระทู้ก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนายณัฐพงษ์หารือนั้น นายกฯ ได้นั่งยิ้ม ก่อนที่นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ซึ่งทำหน้าที่ประธานที่ประชุมขณะนั้น กล่าวว่า ตอนนี้เป็นกระทู้ถามสดด้วยวาจาที่ นายอัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) จะถามนายกฯ จึงได้ให้เข้าสู่กระทู้ถามสดทันที

นายอัครเดช ถามนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ข้ามชาติ หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อยากทราบว่านายกฯ และรัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหานี้อย่างไรบ้าง

น.ส.แพทองธาร ชี้แจงด้วยตัวเอง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มาตอบกระทู้ว่า ตั้งแต่ก่อนที่ตนเป็นนายกฯ ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ต่างๆ เป็นปัญหาที่แพร่หลายในทุกสังคม ทุกจังหวัด และส่งผลกระทบไปที่ประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ใช่แค่เอเชีย แต่ไปทั่วโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่เราควรให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก

ตนได้รับข่าวสารมากมายเหมือนประชาชน แก๊งคอลเซ็นเตอร์เดี๋ยวนี้หลอกประชาชนอย่างไรบ้าง บางคนหมดเนื้อหมดตัว บางคนต้องจบชีวิต บางคนคิดที่จะทำร้ายคนอื่น เพื่อเอาเงินไปแก้หนี้สิน จนกลายเป็นปัญหาต่อเนื่อง และนำมาสู่ปัญหายาเสพติด ความไม่สงบสุขอีกมากมายในหลายประเด็น ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนทุกคนทราบอยู่แล้ว

น.ส.แพทองธาร กล่าวต่อว่า เมื่อมาเป็นนายกฯ ได้สั่งการทันทีกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่ากระทรวงดิจิทัลเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กสทช. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และหน่วยงานความมั่นคง ต้องช่วยกันดูแลเรื่องแก๊งคอลอย่างบูรณาการ

ที่สำคัญ เราคุยกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อขอความร่วมมืออย่างบูรณาการ ดังนั้น ต้องใช้ช่องทางรัฐบาลกับรัฐบาล ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะถ้าเรามาจากช่องทางอื่นๆ เขาจะไม่แน่ใจว่าเรามาจากช่องทางใดบ้าง เมื่อรัฐบาลคุยกับรัฐบาล เราก็หาทางออกร่วมกัน และต้องขอความร่วมมือจากทุกประเทศที่ประสบปัญหา ไม่ว่าจะเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ยาเสพติด และเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย

นายกฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้ตั้งศูนย์ป้องกันและปรับปรามอาชญากรรมออนไลน์ หรือ AOC 1441 ขึ้นมา เพื่อบูรณาการการทำงานทั้งหมดในการรับแจ้งเหตุตลอด 24 ชั่วโมง จำนวน 100 คู่สาย ถ้าผู้เสียหายโทรมาที่ 1441 เราสามารถแจ้งชื่อแอคเคาตน์ที่ถูกหลอก ว่าโอนเข้าบัญชีไหน ทาง 1441 จะระงับชื่อบัญชีนั้นได้เลย และตรวจสอบได้ว่าบัญชีนั้นเปิดไว้ที่ธนาคารใดบ้าง สามารถปิดได้หมดเช่นกัน และตรวจสอบหาข้อเท็จจริงต่อไป เมื่ออายัดบัญชีได้ทันทีก็ช่วยระงับความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ทันที

ปัจจุบันเราระงับบัญชีม้าไปแล้ว 1.92 ล้านบัญชี หรือ 1.44 แสนรายชื่อ และมีการสั่งการต่อเนื่อง ไม่ใช่ปิดแล้วจบ แต่ให้ดูพฤติกรรมต่อว่าไปเปิดบัญชีที่ไหนอีกหรือไม่ เพื่อระงับได้ทัน

น.ส.แพทองธาร กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นคือมีมาตรการให้ธนาคารยกระดับตรวจสอบการเปิดบัญชีใหม่ กับบุคคลที่มีความเสี่ยงสูง และให้กวาดล้างซิมม้าที่อยู่ในะบบ เพราะถือเป็นเครื่องมือหลักในการก่ออาชญากรรมออนไลน์ และได้เตรียมมาตรการกำหนดให้ผู้ถือครองซิมการ์ด มีไม่เกิน 6 เบอร์ และยืนตัวตัวตนได้ด้วย ถ้าเกินไปกว่านั้น ต้องตรวจสอบและระงับได้เลย

รัฐบาลได้ยกร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งผ่านความเห็นชอบของ ครม.แล้ว โดยมีสาระสำคัญ เพิ่มอำนาจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหา กำหนดความผิดกับผู้ที่นำข้อมูลประชาชนไปขาย และมีบทลงโทษ ความรับผิดชอบของหน่วยงานสถาบันการเงินที่ไม่ระงับความเสียหายที่เกิดขึ้น

“สำหรับชายแดน ได้ให้หน่วยงานความมั่นคงซีลพื้นที่แนวชายแดน โดยทำงานร่วมกับทหารและฝ่ายปกครอง แก้ปัญหาให้เข้มข้น จับกุมขบวนการค้ามนุษย์ที่ผ่านแดนไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และตรวจค้นทำลายแหล่งส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ตไปยังประเทศเพื่อนบ้านแบบผิดกฎหมาย รวมถึงให้กระทรวงการต่างประเทศประสานหน่วยงานต่างประเทศเพื่อแก้ปัญหา ซึ่งมีระบบไตรภาคี ระหว่างไทย จีน เมียนมา เพื่อช่วยเหลือในการแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์นี้” น.ส.แพทองธาร ชี้แจง

นายกฯ กล่าวต่อว่า สำหรับผู้ต้องสงสัยที่จับมาได้ จะทำการคัดกรองและส่งตัวไปดำเนินการตามกฎหมาย มีการส่งตัวกลับและเก็บข้อมูลเพื่อติตตามเฝ้าระวังต่อไป ซึ่งต้องทำให้ครบทั้งหมดอย่างเคร่งครัด เพื่อให้แก้ปัญหาให้ได้

สำหรับการแก้ปัญหาที่ได้ผลอย่างมากคือ ทำลายฐานที่มั่นของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ด้วยการตัดไฟ และหยุดส่งน้ำมัน ซึ่งต้องสั่งการทันทีเพื่อให้เกิดผลในทันที ปัญหาลดลง ซึ่งเป็นการย้ำว่าเราจริงจังกับเรื่องนี้ ถือว่ารัฐบาลได้รับความร่วมมือ และมีผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์

จากนั้นนายอัครเดช ถามต่อว่า ตนมีข้อเสนอแนะรัฐบาลในการดำเนินควบคุมการลงทะเบียนซิมม้าที่ยังมีความหละหลวมอยู่ พบว่ามีการใช้ชื่อปลอม จึงอยากให้นายกฯ สั่งการในรายละเอียด และต้องมีมาตรการทางการเงิน ควรจำกัดวงเงินบัญชีธนาคารเพื่อลดความเสี่ยงบัญชีม้า

น.ส.แพทองธาร ชี้แจงว่า จะรับข้อเสนอแนะในการคุมซิมม้า และจะสั่งการให้ กสทช.และดีอี รับไปดำเนินการ รวมถึงความเห็นอื่นๆ ได้จดไว้แล้ว ส่วนการตัดไฟฟ้า และน้ำมันสถานที่ทำการของอาชญากรรมข้ามชาติ พบการใช้ไฟน้อยลง มีการย้ายอุปกรณ์และคนออกจากพื้นที่ รวมถึงพบการหยุดก่อสร้างขนาดใหญ่ในฝั่งเมียวดี เมียนมาด้วย

อย่างไรก็ดีได้รับรายงานกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติปิดตัวลงหรือลดขนาดลง ทั้งนี้ ยังพบการลักลอบนำน้ำมันเข้าประเทศ โดยเจ้าหน้าที่ไทยจับกุม 17 ครั้ง รวม 8,000 ลิตร

วันที่ 28 ก.พ. ตนจะไป จ.สระแก้ว เพื่อไปติดตามสิ่งที่สั่งการเป็นอย่างไรบ้าง อาทิ การลดเสาส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ต ปราบปรามซิมบ็อกซ์ ระงับไวไฟคอลลิ่งจากประเทศเพื่อนบ้าน จัดระเบียบผู้ซื้อผู้ให้บริการไลน์เซ่นส์โทรคมนาคม

“ที่ผ่านมาเกิดความเสียหาย 100 ล้านบาทต่อวัน ขณะนี้ลดลงเหลือ 50 ล้านบาทต่อวัน ถือว่ายังมากอยู่ จึงมีความตั้งใจอย่างมากที่จะทำให้ตัวเลขลดลงเรื่อยๆ หากได้รับความช่วยเหลืออย่างบูรณาการแบบนี้ เชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าคอลเซ็นเตอร์จะต้องหมดไปจากประเทศไทยในเร็ววันนี้อย่างแน่นอน” น.ส.แพทองธาร กล่าว

นายอัครเดช ถามย้ำว่า ในมาตรการการปราบปรามผู้อิทธิพลที่อยู่เบื้องหลังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อาชญากรรมออนไลน์ นายกฯ จะดำเนินการอย่างไร

น.ส.แพทองธาร ชี้แจงว่า ทราบดีถึงการมีผู้อิทธิพล ไม่ว่าจะเป็นชื่อดังๆ ที่มีข่าวลือออกมา นักการเมือง นายทุน ข้าราชการที่มีอิทธิพล ตนขอให้คำมั่นสัญญากับสภาฯ จะจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง และขอให้ทุกคนมั่นใจว่าไม่ว่าใครก็ตาม ตำแหน่งสูงใหญ่ ถ้าทำผิดเรื่องนี้ นั่นคือการทำให้พี่น้องคนไทยเดือดร้อน ฉะนั้นตนจะจัดการอย่างนี้อย่างเด็ดขาด และมั่นใจว่าจะทำเรื่องนี้ได้อย่างเต็มที่แน่นอน

“ดิฉันพูดไปหลายที่แล้วว่า ดิฉันเป็นนายกฯ ของคนไทย ดิฉันต้องดูแลคนไทยก่อน นี่คือสิ่งสำคัญที่สุด แน่นอนว่าเรื่องคอลเซ็นเตอร์และยาเสพติด ขอให้ทุกคนมั่นใจว่ารัฐบาลเราไม่จบไม่เลิกแน่นอน” น.ส.แพทองธาร กล่าว

หลังจากนายกฯ ชี้แจงจบ มีเสียงปรบมือจากสภาฯ แสดงความชื่นชมด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน