สภาฯ หวิดวุ่น ‘รอมฎอน’ เสนอญัติติด่วนปมส่งชาวอุยกูร์กลับจีน สส.ประท้วงวุ่น อดิศร บอกเป็นเรื่องใหญ่ เสนอนับองค์ประชุม ‘โรม’ โต้เดือด จนต้องพักประชุม ก่อนขอให้เปลี่ยนชื่อญัตติ

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 27 ก.พ.2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาฯ คนที่สอง ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม

นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องขอให้สภาฯ พิจารณาข้อเท็จจริงและผลกระทบกรณีการผลักดันผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์กลับไปเผชิญการประหัตประหารในประเทศจีน

โดยหลังจากนายรอมฎอน กล่าวเปิดญัตติ มีการถกเถียงกันเล็กน้อยเนื่องจากไม่มีความชัดเจนว่าญัตติจะเป็นไปในทิศทางใด สุดท้ายขอให้ส่งญัตติไปที่รัฐบาลดำเนินการต่อ ก่อนจะเปิดให้สมาชิกอภิปราย

ช่วงหนึ่งระหว่างที่น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว สส.ปทุมธานี พรรคประชาชน กำลังอภิปรายอยู่นั้น นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ลุกขึ้นประท้วงว่า ปัญหาที่พูดอยู่นี้เป็นปัญหาใหญ่หลวง ต้องมีองค์ประชุมครบ ฉะนั้น จึงขอให้ประธานนับองค์ประชุม หรือมีการประชุมลับต่อไป

ทำให้นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.ทักท้วงว่า ตนคิดว่าเรากำลังจะเดินกันอย่างเรียบร้อย และมีการประสานกันในวิปทั้ง 2 ฝ่ายแล้ว หากเสนอนับองค์ประชุม ถ้าทำกันแบบนี้ จุดประสงค์ชัดเจนว่าไม่ต้องการให้พวกเราอภิปรายต่อ ถ้าจะทำกันเช่นนี้พวกท่านอยู่กันให้ครบ เสนอว่าให้ท่านไปรวมคนให้พอ ท่านแบกเลย พวกเราเดินกันดีๆ อยู่แล้ว และมีเพียง 2 คนที่อภิปรายเพื่อรวบรวมเอาความคิดเหล่านั้นให้ไปยังรัฐบาล

ตอนนี้อยู่ระหว่างการอภิปราย ยังไม่จบ แต่กลับยกมือประท้วงแล้วพยายามเสนอให้นับองค์ แต่บอกไว้ว่าฝ่ายค้านเราไม่เป็นองค์ประชุมให้ท่าน เพราะเราได้เห็นแล้วว่าความจริงใจของท่านที่ไม่แคร์ต่อผลกระทบของประเทศเรา

นายอดิศร ตอบกลับว่า อย่าเอาไม้มาสอนขวาน ตนขออนุญาตนับองค์ประชุมเพราะเป็นเรื่องใหญ่ เรามองคนละมุม มวยคนละชั้น

ทำให้นายภราดร ต้องสั่งพักการประชุม 10 นาที ก่อนกลับมาเปิดประชุมอีกครั้งเวลา 16.30 น. นายภราดร กล่าวว่า จากที่มีการหารือที่มีข้อเสนอจากประธานสภาฯ เรื่องชื่อญัตติ จึงอยากให้ผู้เสนอเปลี่ยนชื่อ เพื่อจะได้เดินหน้าประชุมต่อ แต่ยังติดญัตติของนายอดิศร ที่ขอให้นับองค์ประชุม นายอดิศร จึงยอมถอนญัตตินับองค์ประชุม เพื่อให้ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องนี้อย่างเป็นเหตุเป็นผล

จากนั้นนายรอมฎอน เปลี่ยนชื่อญัตติเพื่อให้เดินหน้าต่อไปได้ โดยเปลี่ยนชื่อญัตติเป็น ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาข้อเท็จจริงและผลกระทบกรณีการผลักดันผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ไปประเทศจีน เพื่อส่งต่อให้รัฐบาลพิจารณา

ทำให้นายไชยวัฒนา ตินรัตน์ สส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า คำว่าชาวอุยกูร์ละเอียดอ่อนหรือไม่ เขาก็เป็นคนจีน ให้ใช้คำว่าเป็นผู้ลี้ภัยกลับประเทศจีนดีกว่า

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกประท้วงว่า ถ้ายุ่งยากมาก ก็นับองค์ประชุมดีกว่า ท่านเป็นตัวแทน สส.จีนหรือสส.ไทย ถ้าประธานสภาฯ จะเดินหน้าก็ให้เดินหน้าไป ไม่ใช่ประท้วงกันเช่นนี้ ขัดกันตลอด เราก็ถอนให้แล้ว แต่ชีวิตคนก็ถอนไม่ได้

ทำให้นายไชยวัฒนา ไม่พอใจและตอบโต้ว่า ตนเป็นผู้แทนของคนไทย ท่านอย่าฉวยโอกาสแบบนี้ ท่านกล่าวหาใครว่าเป็น สส.จีนหรือ สส.ไทย เกียรติยศศักดิ์ศรีเราอยู่ที่นี่ ตนให้เกียรติตลอด จากนั้นนายภราดร จึงไกล่เกลี่ยยุติการโต้เถียง และให้น.ส.ชลธิชา อภิปรายต่อ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน