“วิโรจน์” มองเป็นสิทธิ หลังวุฒิสภาร้องป.ป.ช. สอบจริยธรรม “ทวี-ยุทธนา” ขอ อย่ากล่าวหาคนมีความคิดประชาธิปไตยเป็นสีส้มหมด หลังลือสว.ตัวสำรองเป็นสายสีส้ม
เมื่อวันที่ 1 มี.ค.2568 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์กรณีสำนักงานประธานวุฒิสภาได้ส่งคำร้องของคณะสมาชิกวุฒิสภา ถึงประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อพิจารณาไต่สวนและดำเนินการกับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม และ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เกี่ยวกับการกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ว่า แล้วแต่มุมมอง หากมองทางการเมือง สว.ในกลุ่มเป้าหมายที่จะถูกดำเนินการสืบสวนสอบสวนก็เป็น สว.สายสีน้ำเงิน
จึงเป็นการสงสัยว่าเป็นการจัดการ สว.สายสีน้ำเงิน เนื่องจากมีอำนาจในการแทรกแซงการแต่งตั้งองค์กรอิสระต่างๆ และเป็นกลไกที่จะเป็นการย้อนเกล็ดเล่นงานรัฐบาลได้ตามอำเภอใจของผู้บงการหัวหน้าเสื้อสีน้ำเงิน อีกมุมหนึ่ง ดีเอสไอก็อยู่ภายใต้การควบคุมของ รมว.ยุติธรรม ซึ่งมีความสงสัยว่าเกี่ยวข้องโยงกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ แต่การที่ตั้งท่าส่งเรื่องให้ดีเอสไอจัดการแต่มีการเลื่อน ก็มีความสงสัยอีกว่าต้องมีแบ๊กอัพบางอย่างที่สายสีน้ำเงินไปพบ ไปนิมนต์มาช่วย ซึ่งเป็นแบ๊กอัพที่ใหญ่มากทำให้ดีเอสไอต้องถอย ด้วยเหตุผลที่ว่าหาก สว.สายสีน้ำเงินหลุดไป ตัวสำรองที่เหลือเป็น สว.สายสีส้ม ซึ่งก็จริงบ้างไม่จริงบ้าง
“พอใครเป็นอิสระหน่อย มีแนวคิดประชาธิปไตยก็กลายเป็นสีส้ม บางคนผมยังไม่รู้จักเลย อย่าไปกล่าวหาคนที่มีความคิดประชาธิปไตย มีความคิดก้าวหน้าว่าเป็นสีส้มหมด เราสั่งเขาไม่ได้หรอก เพราะเขามีวิธีคิดของเขา แต่อาจจะพูดคุยกันได้หากมีอุดมการณ์ร่วมกัน พอคิดว่าคนที่จะมาแทนเป็นพวกสายประชาธิปไตย ไม่อยู่ใต้อำนาจของใคร ไม่มีนายใหญ่ อิสระจริงๆ ก็มองว่าเป็นสีส้มคุยยาก เลยมีข่าวว่าทำให้ดีเอสไอยุติไป ซึ่งข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไรก็ให้ รมว.ยุติธรรมเป็นคนชี้แจง”นายวิโรจน์กล่าว
เมื่อถามว่าการไปยื่นป.ป.ช.นั้นถูกต้องหรือไม่ นายวิโรจน์กล่าวว่า ทำได้ เพราะประเทศนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำงานด้อยประสิทธิภาพ ทำงานไม่เป็นกลาง ไม่มีอะไรถ่วงดุล แทบจะเป็นองค์กรมาเฟียที่ถูกชักใยจากคนที่อยู่หลังบ้าน เพราะอิสระไม่จริง ก็เป็นสิทธิที่สามารถทำได้