กมธ.สธ. รุมสับ ประกันสังคม ไม่ปรับตัว สิทธิประโยชน์น้อยกว่าบัตรทอง ทั้งที่ผู้ประกันตนจ่ายเงินทุกเดือน จี้โอนให้สปสช.ดูแลทั้งหมด “สส.ปชน.”ชงทำฟันปีละ 4 ครั้ง

เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2568 ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนพ.ทศพร เสรีรักษ์ สส.แพร่ พรรคเพื่อไทย เป็นประธานกมธ. มีการประชุมวาระพิจารณาศึกษาสิทธิประโยชน์ดด้านการรักษาพยาบาลของผู้ประกันตน

โดยเชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานประกันสังคม (สปส.) สำหนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และตัวแทนจากภาคประชาสังคม โดยกมธ.ส่วนใหญ่ตั้งคำถามถึงสิทธิการรักษาของผู้ประกันตนที่ได้รับสิทธิน้อยกว่าสิทธิบัตร สปสช. ทั้งที่ผู้ประกันตนต้องจ่ายเข้ากองทุนเอง ในขณะที่บัตรทองใช้งบประมาณของรัฐที่มาจากภาษีของประชาชน

โดยนางวราภรณ์ สุวรรณเวลา รองเลขาธิการสปสช. ชี้แจงว่า ทั้ง 2 สำนักงานถือกฎหมายคนละฉบับ แต่สิทธิการรักษาพยาบาลส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีเพียงรายละเอียดปีกย่อยที่ต่างกัน อาทิ การรักษาโรคมะเร็งที่ผู้ประกันตนจะสามารถใช้สิทธิได้แค่โรงพยาบาลคู่สัญญาเท่านั้น ซึ่งการรักษาพยาบาลบางอย่างสปส. ยังต้องจ่ายเพิ่มให้ด้วย

ขณะที่ น.ส.กัลยพัชร รจิตโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะกมธ. ตั้งคำถามถึงวงเงินค่ารักษาฟัน 900 บาทต่อปี รวมถึงการรักษาฉุกเฉินที่ผู้ประกันตนต้องสำรองจ่ายก่อน 1 หมื่นบาทจริงหรือไม่ และการรักษาอาการ 23 กลุ่มโรคที่มีการเหมาจ่าย ผู้ประกันตนต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเองทั้งที่มีค่าใช้จ่ายสูงใช่หรือไม่

โดยนางชณิการ์ โกวะประดิษฐ์ ผอ.สำนักจัดระบบบริการทางการแพทย์ ชี้แจงว่า การรักษาฟัน ในคลีนิคทันตกรรม มีทั้งแบบสำรองจ่ายหรือการเข้ารับการรักษาในคลินิกที่อยู่ในข้อตกลงจะไม่ต้องสำรองจ่าย หากเป็นการอุดฟัน ถอนฟัน ขูดหินปูน มีวงเงิน 900 บาทต่อปี แต่ถ้าเป็นการรักษาอื่นๆ จะต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคม

ส่วนการรักษากรณีฉุกเฉินจะต้องใช้โรงพยาบาลตามสิทธิและสถานพยาบาลตามสิทธิใกล้ที่เกิดเหตุ โดยโรงพยาบาลจะเป็นผู้ทำเรื่องเบิกค่ารักษาพยาบาลกับสปส.โดยตรงได้ โดยผู้ประกันตนไม่ต้องวางเงินก่อนเข้ารับการรักษา ซึ่งน่าจะเป็นปัญหาด้านการสื่อสารระหว่างผู้ประกันตนกับสถานพยาบาล

ดังนั้น หากเจอปัญหาด้านการรักษาพยาบาลสามารถติดต่อมายังสำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศไทยได้โดยตรง จะมีเจ้าหน้าที่ไปดูแล และถ้าเข้ารักษาที่โรงพยาบาลรัฐก็จะเบิกค่ารักษาตามบิลตามความจำเป็น ส่วนการรักษาโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูงนั้น ยืนยันว่า สปส. เป็นผู้จ่าย โดยโรงพยาบาลจะเป็นผู้ทำเรื่องเบิกแทน

ขณะที่นายเฉลิมชัย กุลาเลิศ สส.กทม.พรรคประชาชน ในฐานะกมธ. ถามถึงงบประมาณในส่วนของรายจ่ายรายหัว สปสช. 3,856 บาทต่อคนต่อปี ขณะที่บริการทางการแพทย์ของสปส. อยู่ที่ 4,400 บาทต่อคนต่อปี ต่างกันประมาณ 500 บาท แต่สิทธิการรักษาพยาบาลของบัตรทองเหมือนจะมากกว่าของผู้ประกันตน ทั้งที่ผู้ประกันตนส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้แรงงาน อายุตั้งแต่ 20-60 ปี

ขณะที่บัตรทองส่วนใหญ่จะเป็นเด็กเล็กและผู้สูงอายุที่มีโอกาสป่วยโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูงมากกว่า แต่กลับมีรายจ่ายน้อยกว่าผู้ประกันตนอย่างมีนัยยะสำคัญ จึงสงสัยว่ามีปัญหาในการเบิกจ่ายงบประมาณหรือไม่ หากยังมีปัญหาเช่นนี้ควรโอนให้สปสช.ดูแลเรื่องระบบสุขภาพดีกว่าหรือไม่

ด้าน นพ.อลงกต มณีกาศ สส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกมธ. ได้ถามถึงสิทธิรักษาพยาบาลของประกันสังคมว่า เหตุใดสิทธิการรักษาทุกวันนี้ถึงด้อยกว่าสิทธิบัตรทอง หรือเพราะทุกวันนี้ สปส.ยังไม่ปรับตัว ประกันสังคมตามไม่ทัน เหมือนหยุดนิ่งอยู่กับที่ ทั้งนี้ ผู้ประกันตนที่เสียเงินทุกเดือน ควรจะได้รับบริการที่ดีกว่านี้ ให้ดีกว่าบัตรทอง

ทำให้ตัวแทนประกันสังคม ยืนยันว่า 1 ปีที่ผ่านมา สปส.พยายามเพิ่มสิทธิการรักษา และการบริการให้กับผู้ประกันตนเพิ่มขึ้น เช่นการเข้าถึงการรักษาโรคสำคัญ 5 โรค ภายใน 15 วัน ซึ่งสปส.พยายามเพิ่มสิทธิการบริการให้กับผู้ประกันตนในทุกปี และทั้ง 2 สำนักงานก็ทำงานร่วมกันมาโดยตลอด

ขณะที่ น.ส.สิริลภัส กองตระการ สส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะกมธ. ถามถึงพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 ที่มาตรา 66 ระบุว่าต้องประชุมภายใน 1 ปีในการกำหนดกรอบสิทธิการรักษา หากไม่แล้วเสร็จสามารถขยายได้ ซึ่งหากขยายแล้ว ต้องให้ สปส.หรือ สปสช.เป็นผู้ชี้แจงว่า เหตุผลการขยายเป็นอย่างไร ตั้งแต่ปี 2545 ก็ยังไม่มีการชี้แจงถึงเหตุผลขยายระยะเวลา ที่จะพิจารณาขอบเขตสิทธิการเข้ารับบริการทางด้านสาธารณสุข

ซึ่งปัจจุบันควรมีความชัดเจนเรื่องสิทธิได้แล้ว จึงอยากขอเอกสาร 23 ปีย้อนหลังในการบันทึกการประชุม เพราะหากไม่มีให้ แสดงว่าไม่มีการประชุมเลย รวมถึงการควบรวม 3 กองทุนที่กำลังเป็นข่าว แต่ทาง สปสช.ได้ออกมาชี้แจงว่า ยังไม่มีความพร้อม ต้องศึกษาก่อน ตนจึงอยากทราบกรอบระยะเวลาจะศึกษานานเท่าใด

“ขอถามถึงสิทธิการรักษาฟัน 900 บาทต่อปี ขณะที่การรักษาต่อครั้งปัจจุบันอยู่ที่ 700-1,200 บาท แต่ทันตแพทย์มีคำแนะนำว่า คนเราควรต้องเข้าคลินิกดูแลฟันอย่างน้อย 4 ครั้งต่อปี เช่น ขูดหินปูน ฉะนั้น 900 บาทไม่ครอบคลุม แต่หากเป็นสิทธิบัตรทองสามารถใช้สิทธิรักษาได้เรื่อยๆ ส่วนเรื่องคู่สาย สปส. ที่มีอยู่ 400 คู่สาย แต่ผู้ประกันตนมี 24 ล้านคน มองว่าอาจจะไม่เพียงพอต่อการรับฟังปัญหา จะแก้ไขปัญหาอย่างไร” น.ส.สิริลภัส กล่าว

ทั้งนี้ ที่ประชุมยังมีการซักถามในหลายประเด็นอย่างกว้างขวาง ซึ่งทางหน่วยงานที่มาชี้แจงยังไม่สามารถตอบได้อย่างชัดเจน จึงจะขอส่งเป็นเอกสารชี้แจงให้กมธ.ภายหลัง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน