ทีมวันนอร์-เลขาสภาฯ โร่แจงวุ่น กร้าวหากไม่แก้ไขก็ไม่บรรจุวาระบอกหากยื่นกลับหลัง 19 มี.ค. จะอดอภิปรายสมัยประชุมนี้ แนะฝ่ายค้านถอยเพื่อให้ได้อภิปราย มั่นใจสังคมรู้ว่าเป็นใคร แม้ไม่ระบุชื่อในญัตติ
เมื่อวันที่ 11 มี.ค.2568 ที่รัฐสภา นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ โฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงกรณีหนังสือโต้แย้งของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กรณีที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ วินิจฉัยให้แก้ไขข้อบกพร่องในญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลว่า
กรณีฝ่ายค้านแย้งในอำนาจของประธานสภาฯว่ามาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญ บัญญัติเกี่ยวกับการเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีฯ ไม่ได้บัญญัติเรื่องอำนาจ ความผูกพันในการใช้อำนาจของประธานสภาฯ ให้ต้องเปิดให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่มาตรา 128 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้อำนาจ สส.ในการตราข้อบังคับการประชุมเกี่ยวกับการเปิดอภิปรายทั่วไป ซึ่งรวมถึงญัตติอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจด้วย
โดยกำหนดขั้นตอนเกี่ยวกับการเปิดอภิปรายดังกล่าวไว้ในข้อบังคับการประชุมสภาฯ พ.ศ.2526 หมวด 9 เรื่องการเปิดอภิปรายทั่วไป โดยเฉพาะข้อ 175 วรรคหนึ่ง ได้กำหนดอำนาจและหน้าที่ให้แก่ประธานสภาฯ ไว้ชัดเจนในการตรวจสอบความถูกต้องของญัตติ หากมีข้อบกพร่องให้ประธานสภาฯ แจ้งผู้เสนอญัตติทราบภายใน 7 วัน นับจากวันที่ได้ญัตติ เพื่อให้แก้ไขให้ถูกต้อง
ดังนั้น จึงเป็นอำนาจของประธานสภาฯ ที่จะใช้ดุลยพินิจวินิจฉัย หากมีการแก้ไขญัตติถูกต้องเรียบร้อยแล้ว ประธานสภาฯ จึงจะสั่งเข้าบรรจุระเบียบวาระเป็นเรื่องด่วน และแจ้งให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ทราบ
นายคัมภีร์ กล่าวอีกว่า เมื่อพิจารณาจากข้อบังคับการประชุมสภาฯ ข้อ 178 และข้อ 69 จะเห็นว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจห้ามผู้อภิปรายออกชื่อบุคคลใดโดยไม่จำเป็น และการอภิปรายที่อาจทำให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรี หรือสส.ได้รับความเสียหาย ถือเป็นการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามจริยธรรม สส.ผู้นั้นต้องรับผิดชอบ ประธานสภาฯ ต้องการให้การประชุมและการอภิปรายเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เกิดประโยชน์แก่ชาติและประชาชน
จึงเห็นว่าหากปล่อยให้ชื่อบุคคลภายนอกอยู่ในญัตติต่อไป จะเกิดความเสียหายและความไม่เรียบร้อยในที่ประชุม จนยากจะแก้ไข อาจเกิดการประท้วงไปมาหรือประท้วงประธานสภาฯ ว่าทำผิดข้อบังคับด้วย ไม่ควบคุมรักษาความสงบในที่ประชุม ซึ่งท่านจะต้องรับผิดชอบด้วย จึงต้องใช้ดุลยพินิจในการวินิจฉัยข้อบกพร่องของญัตติดังกล่าว
ว่าที่ร.ต.ต.อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาฯ กล่าวว่า ประธานสภาฯ ให้สำนักการประชุมตรวจสอบดูในอดีต ซึ่งการกล่าวถึงบุคคลภายนอกนั้นไม่มี แต่ใช้คำว่าบุคคลในครอบครัว อดีตสมาชิกฯ จะไม่ระบุชื่อโดยตรง เฉพาะในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจจะต้องอยู่ในกรอบนี้ ไม่ใช่ญัตติทั่วไป ซึ่งญัตติทั่วไปอาจมีการเอ่ยถึงบุคคลภายนอกได้ ประธานสภาฯ ก็ถือเป็นบรรทัดฐานครั้งนี้
ญัตติที่กล่าวถึงบุคคลภายนอก เคยมีเมื่อปี 2529 โดยกล่าวถึงชื่อบริษัทหนึ่ง แต่ในยุคนั้นมีเอกสิทธิ์คุ้มครอง 100 เปอร์เซ็นต์ แม้ไปพาดพิงบุคคลภายนอกก็ไม่สามารถฟ้องร้องได้ แต่เมื่อรัฐธรรมนูญพิจารณามา ถ้าบุคคลภายนอกเสียหายเขาสามารถฟ้องร้องได้ในส่วนนั้น
“ส่วนประเด็นที่บอกว่าเมื่อมีการอภิปรายแล้วพาดพิงบุคคลภายนอก เขามายื่นคำชี้แจงได้ อันนั้นแยกส่วนต่างหาก แต่เรื่องนี้อยู่ในส่วนของการระบุชื่อในญัตติ และญัตติก็มีชื่อเผยแพร่เป็นบุคคลภายนอกแล้ว บุคคลที่มีชื่อในญัตติก็ไม่สามารถชี้แจงในลักษณะที่ไม่ถูกอภิปรายได้ ซึ่งเป็นกรณีที่แตกต่างกัน” เลขาธิการสภาฯ กล่าว
ว่าที่ ร.ต.ต.อาพัทธ์ กล่าวต่อว่านายวันมูหะมัดนอร์ ระบุว่าจริงอยู่ที่ผู้เสนอญัตติพร้อมรับผิดชอบในการกล่าวถึงบุคคลภายนอก แต่ในฐานะประธานสภาฯก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย ถ้าชื่อของบุคคลภายนอกไปปรากฏอยู่ในญัตติ และมีการปรากฏอยู่ในสาธารณชน เพราะเป็นคนใช้อำนาจอนุญาตให้บรรจุญัตติ ซึ่งประธานสภาฯ เล็งเห็นในส่วนนี้ซึ่งมีความสำคัญจึงเห็นว่าควรให้ตัดการที่มีบุคคลภายนอกออกไป
เมื่อถามย้ำว่าหากไม่แก้ญัตติก็คือไม่บรรจุวาระการประชุม เลขาธิการสภาฯ กล่าวว่า “ครับๆ ตอนนี้ประธานสภาฯ มีดำริให้นโยบายมา”
เลขาธิการสภาฯ กล่าวว่า สำนักเลขาธิการสภาฯ ก็จะทำหนังสือแจ้งไปยังผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯอย่างเป็นทางการอีกครั้งภายในวันที่ 11-12 มี.ค. ว่าให้แก้ไขญัตติดังกล่าว หากแก้ไขและยื่นกลับมาเลย จะทันการอภิปราย ในวันที่ 24 มี.ค.นี้ แต่หากยื่นมาหลังวันที่ 19 มี.ค. ก็จะไม่ทัน การอภิปรายในสมัยประชุมนี้ เพราะจะปิดสมัยประชุมในเดือนเม.ย.แล้ว
ด้าน นายมุขสุไลมาน เลขานุการประธานสภาฯ กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่าเพื่อให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งทุกคนก็อยากฟัง รวมทั้งตนก็อยากฟัง จึงคิดว่าฝ่ายค้านน่าจะถอยไปอีกก้าวหนึ่ง และเวลาที่อภิปรายแม้ไม่ระบุชื่อสกุลของอีกฝ่ายหนึ่ง ตนเชื่อว่าสังคมรู้อยู่แล้วว่าเป็นใคร ฉะนั้น จึงไม่เห็นมีข้อแตกต่างอะไรมากนัก ในการที่ระบุชื่อหรือไม่ระบุชื่อในญัตติครั้งนี้
ดังนั้น เพื่อให้เกิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจให้ครั้งนี้ จึงอยากให้เป็นข้อคิดของฝ่ายค้านช่วยลองนึกคิดพิจารณา และคำนึงถึงสาระสำคัญ ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน อย่าเอาเรื่องอื่นที่มีความสำคัญน้อยกว่า มาเป็นประเด็นหลัก ถ้าไม่มีการอภิปรายก็จะรู้สึกเสียดาย
ทั้งนี้ ประธานสภาฯ จำเป็นต้องคำนึงถึง ความสงบเรียบร้อยในวันอภิปราย เพื่อไม่อยากให้มีการประท้วงวุ่นวาย เกรงว่าจะไม่มีการอภิปรายด้วยซ้ำ เพราะความวุ่นวาย ในสภาฯเคยเกิดขึ้นแล้ว ถึงขั้นล็อกคอประธานลงจากบัลลังก์ก็เคยมี ซึ่งเราไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น ประธานจึงคิดว่าควรระงับไว้ก่อนเกิดเหตุ จึงเชื่อว่าความรอบคอบของประธาน จึงต้องเข้มงวดในเรื่องนี้ จึงขอฝากไว้เป็นข้อคิด
ด้านนายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ที่ปรึกษาประธานสภาฯ กล่าวถึงกรณีมีการพาดพิงว่าการที่ประธานให้ ถอดชื่อบุคคลภายนอกในญัตติ เพราะมีคนไปขอ ว่า ตนขอยืนยันว่าเรื่องนี้ประธานสภาฯ ตัดสินใจด้วยวิจารณญาณของตัวเองโดยไม่มีใครไปขอ ซึ่งตนอยู่กับนายวันมูหะมัดนอร์ มาเกือบ 40ปี ยืนยันว่านายวันมูหะมัดนอร์ไม่ได้เป็นคนเช่นนั้ และเดือนนี้เป็นเดือนรอมฎอน เดือนถือศีลอดของชาวคนมุสลิม ไม่มีการพูดปด ประธานพูดอยู่เสมอว่า ต้องวางตัวเป็นกลาง