นายกฯ อิ๊งค์ ถก กกร. เตรียมแนวทางรับมือ มาตรการภาษีสหรัฐฯ อุบรายละเอียด ด้านเอกชน ยัน มุ่งมั่นทำงานรัฐบาลอย่างใกล้ชิด พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 13 มี.ค. 2568 ที่ห้องสีเขียว ทำเนียบรัฐบาล คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) นำโดย นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เข้าพบ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อหารือถึงแนวทางมาตรการร่วมกันในการเตรียมรับมือการขึ้นภาษานำเข้าของสหรัฐฯ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมและธุรกิจของไทย

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า รัฐบาลติดตามสถานการณ์นโยบายการค้าของสหรัฐฯ มาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2567 และวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้จัดตั้งกลุ่มที่พูดคุยเรื่องนี้โดยเฉพาะ ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงต่างประเทศ และอีกหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับสงครามการค้าของสหรัฐฯ

ซึ่งจะมีการอัปเดตสถานการณ์ว่า ปัจจุบันสหรัฐฯ ดำเนินการตามนโยบายอย่างไรบ้าง ตั้งแต่โดนัลด์ ทรัมป์ เข้ามารับตำแหน่ง มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างไร และมีผลกระทบกับไทยอย่างไรบ้าง รัฐบาลได้พูดคุยถึงเรื่องนี้มาตลอด แต่ยังไม่ได้ลงในรายละเอียดว่า หากจะต้องเจรจากับสหรัฐฯ จะมีแผนเจรจาอย่างไร และยังไม่สามารถบอกผ่านสื่อได้ ต้องรอภายหลังการหารือและได้ข้อสรุปที่ชัดเจนก่อน

ด้านนายเกรียงไกร กล่าวว่า การมาพบนายกฯ ในครั้งนี้ เพื่อนำความคิดเห็นของภาคเอกชนเสนอต่อนายกฯ หลังจากที่ผ่านมานโยบายการค้าของสหรัฐฯ มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย และช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วที่ส่งผลต่อภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจของไทย ทั้งด้านการค้าการลงทุนและค่าเงิน

ภาคเอกชนตระหนักถึงความท้าทายจากปัญหาดังกล่าว จึงมุ่งมั่นที่จะทำงานกับภาครัฐอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจไทย เพื่อให้ไทยสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกได้

จากนั้น น.ส.แพทองธาร โพสต์ข้อความทางโซเชียลมีเดียว่า ที่สหรัฐอเมริกาได้ดำเนินนโยบาย America First Trade Policy ซึ่งประเทศไทยเป็น 1 ในประเทศคู่ค้าสำคัญกับสหรัฐฯ ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากการดำเนินนโยบายดังกล่าว

รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจเราติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมรับมือต่อการดำเนินนโยบายของสหรัฐอเมริกามาโดยตลอด และวันนี้การประชุมกกร. มีการหารือร่วมกันหลายฝ่าย ทั้งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย เพื่อให้ได้แนวทางรับมือและข้อสรุปที่จะสามารถนำไปดำเนินการต่อไป ทั้งมาตรการทางการค้า การลงทุน การยกระดับสินค้าเกษตร การใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรม

อยากให้ทุกท่านมั่นใจว่ารัฐบาลจะร่วมกับเอกชน ดำเนินความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ โดยใช้คณะทำงานด้านนโยบายการค้าสหรัฐอเมริกาที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้น เป็นตัวกลางในการขับเคลื่อนนโยบายที่ประชาชนทั้ง 2 ประเทศจะได้ประโยชน์ร่วมกันต่อไป

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน