วิโรจน์ ชี้ “บุคคลในครอบครัว” ซักฟอกได้กว้าง ยกญาติมาได้หมด งง นายกฯ ไม่มีปัญหาอภิปราย 30 ชม. แต่บริวารกลับขอต่อรอง แนะ ‘อิ๊งค์’ พาพ่อมาแจงในสภาได้
เมื่อเวลา 13.50 น. วันที่ 17 มี.ค. 2568 ที่รัฐสภา นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขคำในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยตัดชื่อ “นายทักษิณ ชินวัตร” ออก เปลี่ยนเป็น “บุคคลในครอบครัว” ว่า สาระสำคัญคือต้องการให้เกิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ต้องการให้เตะถ่วงตามที่หลายคนกังวล
ซึ่งการแก้ไขถ้อยคำ ถือเป็นการใช้โอกาสในการเปลี่ยนเพื่อให้อภิปรายได้กว้างขวาง หนักหน่วงมากขึ้น เพราะถ้าบรรจุในญัตติคำว่านายทักษิณ ชินวัตร แต่ไปอภิปราย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เดี๋ยวจะโดนประท้วงอีก
ฉะนั้น การแก้เป็นคำว่าบุคคลในครอบครัวก็จะนำพาองค์ประกอบจำเลยมาได้หมดทั้งครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นญาติโกโหติกา บรรดาคนใกล้ชิดที่เกี่ยวข้องในการกระทำแทรกแซงการบริหารแผ่นดินของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ เพราะก่อนหน้านี้หลายคนก็มาปรึกษาว่าไม่ได้แตะคนชื่อนี้ คนชื่อนั้น ตอนนี้คือแตะทุกชื่อแล้ว และการอภิปรายก็จะเข้มข้นขึ้น ต่อจากนี้จะรอดูว่าถ้าแก้เป็นถ้อยคำแบบนี้แล้ว จะมีการประท้วงหรือไม่
นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า การถือไพ่เปลี่ยนชื่อนี้เป็นคนละเรื่องกับจำนวนวันเวลาอภิปราย ซึ่งอยากฝากไปยังฝ่ายรัฐบาลว่า ก่อนหน้านี้นายกฯ ก็ระบุว่าเวลา 30 ชั่วโมงนั้น ตัวนายกฯ ไม่มีปัญหา แล้วทำไมบริวารจึงไม่ให้เกียรตินายกฯ ออกมาต่อรองเวลาเหลือ 23 ชั่วโมง
ย้ำว่าเมื่อญัตติถูกต้อง ถ้อยคำไม่มีปัญหา ประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ต้องบรรจุวาระ เพราะในข้อบังคับไม่มีระบุเอาไว้ว่า หากตกลงวันไม่ได้จะไม่บรรจุวาระ
“มีวาทะว่าพรรคเพื่อไทยหัวใจคือคุณทักษิณ นายกฯ คือลูกสาวของหัวใจพรรค ก็อยากให้คนของเพื่อไทยให้เกียรตินายกฯ ควรเคารพในการตัดสินใจที่นายกฯ บอกว่า ไม่มีปัญหาในเวลา 30 ชั่วโมง ย้ำว่าตราบใดที่ผู้นำฝ่ายค้านยังไม่อภิปรายปิดก็ยังไม่สามารถลงมติไม่ไว้วางใจได้ โดยเรื่องนี้ผมได้รับคำแนะนำจากนายสุทิน คลังแสง และนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สมัยที่เป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านร่วมกัน” นายวิโรจน์ กล่าว
เมื่อถามกรณีที่เคยเสนอให้นายทักษิณเข้ามาตอบการอภิปรายในสภา และนายทักษิณบอกว่าให้ระวังว่าจะเสียไปอีกพรรค พร้อมไล่ให้ไปถามผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ก่อนนั้น นายวิโรจน์ กล่าวว่า หากพรรคเพื่อไทยเต้นแหยงๆ ว่าคนภายนอกเข้ามาไม่ได้
แต่ข้อบังคับการประชุมที่ 76 ระบุว่า หากประธานสภาฯ อนุญาต นายกฯ ก็พาพ่อมาตอบที่สภาได้ แต่นายทักษิณจะตอบได้เฉพาะที่ถูกพาดพิง ส่วนการอภิปรายหรือกล่าวหานายกฯ ก็ทำได้นั่งมองตาปริบๆ อยู่ลึกๆ หลังๆ เท่านั้น
เมื่อถามถึงสาระสำคัญของโปสเตอร์ที่พรรคประชาชนระบุถึงดีลแลกประเทศ นายวิโรจน์ กล่าวว่า ความหมายสื่อถึงพรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะตระบัดสัตย์ กลืนน้ำลายทุกอย่าง พร้อมที่จะทำอะไรก็ตามที่ประชาชนเสียผลประโยชน์ และได้ผลประโยชน์ของตัวเองและครอบครัว เอารัดเอาเปรียบประชาชนให้บุคคลในครอบครัว สทร. หรือสุดที่รัก กลับมาเสวยสุข ทวงคืนอำนาจและทรัพย์สินของตัวเองโดยที่ไม่เห็นหัวประชาชน
นายวิโรจน์ กล่าวอีกว่า การตัดสินใจของนายกฯ ที่ระบุว่าใช้เวลา 30 ชั่วโมงไม่มีปัญหา แต่บริวารในพรรคออกมาต่อรองเหลือ 23 ชั่วโมง จึงไม่เข้าใจว่าคนในพรรคไม่เคารพหัวหน้าพรรรคตัวเองหรือ หรือแม้แต่วันนี้ไม่ศรัทธาหัวหน้าพรรคแล้ว ศรัทธาแต่ สทร.
ตนมองว่านี่คือปัญหาความเสื่อมถอยในภาวะผู้นำของนายกฯ ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าผู้ที่ต่อรองเวลาแบบนี้ จะเป็นการสร้างผลงาน เพื่อนำไปต่อรองเก้าอี้นายกฯ หรือไม่ แต่เป็นการกระทำที่ไร้สติปัญญาและทำให้ภาวะผู้นำของนายกฯ ดูต้อยต่ำลง และเรื่องเวลาอภิปราย อยากให้วิปรัฐบาลฟังสิ่งที่นายกฯ พูด