พริษฐ์ ข้องใจ รัฐบาล รับการสนับสนุนซอฟต์พาวเวอร์ จากบริษัททำกาสิโน หวั่นเอื้อประโยชน์-มีผลตอบแทน ด้าน ‘ประเสริฐ’ ยัน ไม่มีล็อกสเปกแน่

เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 20 มี.ค.2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจาของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ถาม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ เรื่องนโยบายซอฟต์พาวเวอร์

โดยน.ส.แพทองธาร มอบหมายให้นายประเสริฐ​ จันทรรวงทอง รองนายกฯ และรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มาตอบแทน

โดยนายพริษฐ์ กล่าวว่า ภารกิจทั้งหมดของซอฟต์พาวเวอร์ถูกขับเคลื่อนผ่านกลไกสำนักงานส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ หรือทักก้า (THACCA) ที่นายกฯ เป็นประธาน ซึ่งเมื่อวันที่ 8 ม.ค. ทักก้าประกาศโครงการใหม่ที่เป็นความร่วมมือกับบริษัทเอกชนที่ชื่อว่า Melco Resorts & Entertainment

โดยความร่วมมือนี้คงเป็นความร่วมมือที่รัฐบาลภาคภูมิใจว่า ประเทศเราจะได้รับผลประโยชน์ ซึ่งมีการจัดกิจกรรมไปแล้ว 2 กิจกรรม จึงอยากสอบถามนายกฯ ว่า ความร่วมมือระหว่างทักก้ากับบริษัทเมลโคนั้น มีกิจกรรมอะไรบ้าง มีการเซ็นสัญญาหรือไม่ งบประมาณของกิจกรรมที่เคยจัดมานั้นเป็นเท่าไหร่ ใครเป็นคนออกค่าใช้จ่าย กิจกรรมที่จะตามมาในปีนี้จะมีอะไรอีกบ้าง ค่าใช้จ่ายจะเป็นเท่าไหร่ ใครเป็นออก

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า รายละเอียดหนึ่งในการร่วมมือของทักก้ากับบริษัทเมลโคนั้นยังไม่มีการพูดถึงเป็นเหมือนช้างในห้องที่ยังไม่มีใครพูดถึง คือบริษัทเมลโคนั้นความจริงเป็นบริษัทกาสิโน แต่ตนไม่ได้บอกว่าบริษัทกาสิโนนั้นเป็นสิ่งผิด ตราบใดที่เป็นการประกอบกิจการที่มีใบอนุญาตถูกต้องและดำเนินกิจการตามกฎหมาย

แต่เพื่อทำให้เราเข้าใจที่มาที่ไปของโครงการและพอคาดการณ์ได้ว่าบริษัทต่างๆ ที่สนใจจะมาร่วมมือกับทักก้า เพราะรัฐบาลไทยมีแผนที่จะออกใบอนุญาตให้กับกาสิโนในประเทศ ต้องยอมรับว่าบริษัทเมลโคมีธุรกิจกาสิโนเป็นธุรกิจหลักและดำเนินการเปิด 5 แห่งใน 3 ประเทศ กำลังจะมีแห่งที่ 6 ในประเทศที่ 4

นอกจากนี้ การที่รัฐบาลเลือกทำความร่วมมือแบบพิเศษกับบริษัทที่ทำธุรกิจกาสิโน จะมีประเด็นใดที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจร่วมมือกับบริษัทดังกล่าวต่อการออกใบอนุญาตให้ทำกาสิโน ซึ่งรัฐบาลมีแนวคิดการออกกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจร

ทั้งนี้ หากระบุว่าต้องร่วมมือเพราะเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญ วิทยากรที่มีชื่อเสียงได้ พูดได้หรือไม่ว่ารัฐบาลไม่สามารถขอความร่วมมือจากบริษัทอื่นได้ และหากยืนยันว่าต้องร่วมมือกับบริษัทดังกล่าวจริงเคยศึกษาละเอียดหรือไม่ว่า บริษัทที่ทักก้าร่วมมือนั้น เขาทำธุรกิจที่น่ากังวล

“แม้ไม่เคยพิสูจน์ว่าทำผิด แต่การค้นหาจากอินเทอร์เน็ตมีการรายงานข่าวว่า ถูกสอบสวนจากหน่วยงานที่ประเทศออสเตรเลีย ที่พบซื้อหุ้นในกาสิโนที่มีปัญหาการฟอกเงิน และเคยร่วมธุรกิจกับนายหน้าที่เชื่อมโยงกับกลุ่มอาชญากรรมในจีน และบริษัทดังกล่าวเคยถูกสอบสวนจากหน่วยงานญี่ปุ่นที่นักการเมืองญี่ปุ่นไปรับสินบนจากอีกบริษัทหนึ่ง” นายพริษฐ์ กล่าว

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ตนขอตั้งคำถามเพราะมีความกังวลต่อการล็อกสเปกบริษัทที่จะได้รับอนุญาตทำกาสิโนถูกกฎหมาย ซึ่งตนมองว่าบริษัทที่ทำธุรกิจกาสิโนแห่งหนึ่งได้ให้ประโยชน์กับนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ของรัฐบาล ขณะเดียวกันนายกฯ จะทำหน้าที่ประธานพิจารณาการให้ใบอนุญาตกาสิโนตามร่างกฏหมาย ควรพิจารณาการทำหน้าที่ที่ไม่มีผลประโยชน์ขัดกัน

โดยนายประเสริฐ ชี้แจงว่า บริษัทดังกล่าวเป็นผู้สนับสนุนงานด้านศิลปะและซอฟต์พาวเวอร์ รวมถึงมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์พาวเวอร์ ดังนั้น กรณีที่เมลโคให้ความสนับสนุนและทำงานร่วมกับทักก้าจึงไม่แปลก เพราะมีกิจกรรมและมีลักษณะของภารกิจที่เกี่ยวข้อง

ยืนยันว่าไม่มีเงื่อนไขที่เอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเมลโค และไม่เกี่ยวกับการออกใบอนุญาตกาสิโน ซึ่งกฎหมายยังอยู่ระหว่างการรับฟังความเห็น และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังไม่ได้พิจารณา ดังนั้น จึงไม่เกี่ยวข้องกับกรณีที่เมลโคจะได้รับใบอนุญาตตามร่างกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจร

รัฐบาลไทยไม่ได้กีดกันบริษัทอื่น หากมีบริษัทใดในโลกต้องการทำเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ร่วมกับไทย เรายินดี แต่เมลโคได้เสนอเงื่อนไขที่ประเทศไทยไม่เสียประโยชน์ อย่างไรก็ตาม บริษัทดังกล่าวจดทะเบียนถูกต้องและดำเนินธุรกิจมานาน

กรณีที่มีการระบุว่าถูกตรวจสอบนั้น ไม่เคยมีคำวินิจฉัยว่ามีความผิด แต่อย่างไรก็ตาม รัฐบาลใช้ความระมัดระวัง หากเกี่ยวกับเรื่องผิดกฎหมายหรือไม่ถูกต้อง หรือมีคำวินิจฉัยจากหน่วยงานจะระวังเป็นพิเศษ

ตามร่างกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจรที่มองว่ามีเงื่อนไขการออกใบอนุญาตการประมูลผ่านคณะกรรมการนั้น ต้องดำเนินการในหลายขั้นตอน ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะเข้าครม.เมื่อใด ดังนั้น ไม่อยากสรุปว่ารายละเอียดสุดท้ายเป็นอย่างไร

“ผมขอยืนยันว่าแม้บริษัทนี้จะให้ความสนับสนุนในด้านต่างๆ แต่จะไม่ได้รับความได้เปรียบจากรัฐบาล ไม่ใช่มาช่วยแล้วได้สิทธิพิเศษ ส่วนการป้องกันการขัดกันแห่งผลประโยชน์ต้องระวัง ส่วนร่างพ.ร.บ.ทักก้า อยู่ระหว่างการรับฟังความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะทันสมัยนี้หรือไม่ แต่จะพยายามดูว่าควรดำเนินการอย่างไรต่อ” นายประเสริฐ กล่าว

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน